“อนุทิน” ยันเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯ ไม่กระทบไทย จ่อทวงสัญญา "ทรัมป์" พิจารณาภาษีกรณีพิเศษในเวที “อาเซียนซัมมิท-เอเปก“ หลังทำตามเงื่อนไข ปมไทย-กัมพูชา
วันนี้ (5พ.ย.) เมื่อเวลา 11.35 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์กรณีนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา แพ้การเลือกตั้งกลางเทอมจะกระทบกับภาษีไทยที่อยู่ระหว่างการเจรจาไว้หรือไม่ว่า นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ รายงานแล้วว่าข้อตกลงต่างๆในการเจรจาอยู่ในขั้นตอนการทำเอกสารที่ต้องใช้นักกฎหมายมาตรวจสอบ ฉะนั้นก็แสดงว่าเงื่อนไขข้อตกลง องค์ประกอบต่างๆของสัญญา ART (Agreement on Reciprocal Trade) น่าจะถึงบทสรุปแล้ว เหลือแต่ว่าทำให้เป็นทางการ ซึ่งต้องใช้ระยะเวลาเพราะมีรายละเอียดเยอะ และต้องใช้ภาษาทางกฎหมาย โดยทั้งสองฝ่ายต้องทำให้เรียบร้อย
เมื่อถามว่า สรุปแล้วตัวเลขภาษีอยู่ที่เท่าไหร่ นายกฯ กล่าวว่า ในหลักการก็เหมือนที่เคยได้มา น่าจะสัก 19 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งตนได้พบกับนายโดนัลด์ ทรัมป์ และหวังว่าจะมีโอกาสได้พบอีก เพราะเราได้บรรลุสิ่งที่เราได้หารือตกลงกันไว้ในทุกๆเรื่องแล้ว ก็จะขอให้นายโดนัลด์ ทรัมป์ ได้พิจารณาเป็นกรณีพิเศษ เพราะเมื่อปีที่แล้วนายโดนัลด์ ทรัมป์ บอกว่าถ้าไทยกับกัมพูชาทำตามข้อตกลงได้ในเรื่องการถอนทหาร การสร้างสันติภาพ กำจัดทุ่นระเบิด ซึ่งเราได้ทำครบตามที่เราได้ลงนามไว้ เพราะท่านบอกว่าถ้าทำแบบนี้แล้วจะหาวิธีที่จะลดภาษีนี้ ตนก็จะนำไปหารือกับท่าน
เมื่อถามว่า การเดินทางไปประชุมอาเซียนซัมมิท และเอเปก สัปดาห์หน้า นายกฯจะมีโอกาสได้พูดคุยกับ นายโดนัลด์ ทรัมป์ หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า กระทรวงการต่างประเทศกำลังดำเนินการอยู่ ทางรัฐบาลสหรัฐฯก็ได้ส่ง Draft ของ Joint Statement หลังจากที่มีการหารือในเรื่องสัญญาทางการค้าจบแล้ว แต่ยังทำไม่เสร็จ ก็จะมีเป็น Joint Statement ร่วมกัน แต่ไม่มีผลอะไร เพราะถ้าเรามาถึงจุดนี้แล้ว ก็หมายความว่าตอนนี้ก็ใช้ภาษีที่เป็นปกติ จนกว่าเราจะลงนามเรียบร้อยอย่างเป็นทางการ สำหรับตนอยู่ทั้งการประชุมอาเซียนซัมมิทและเอเปก
นายอนุทิน ยังกล่าวอีกว่า ในการเดินทางไปครั้งนี้ จะได้เซ็นเป็น Joint Statement พร้อมอธิบายว่าก่อนเซ็นสัญญาต้องทำ Joint Statement ก่อน เพราะการทำสัญญาต้องลงรายละเอียด เป็นเรื่องของงานกฎหมาย ซึ่งเป็นสัญญาหลัก
นายอนุทิน กล่าวด้วยว่า ตนได้ติดตามข่าวการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐอเมริกา ทั้งนี้ไม่มีผลอะไรกับประเทศไทย


