“จรัญ ภักดีธนากุล” อดีตตุลาการศาล รธน. ชี้ กกต.ยื่นศาล รธน.สอบอำนาจศาลฎีกาไม่ได้ เตือนปล่อยให้ยื่นข้ามแท่งองค์กรได้ จะทำให้ระบบยุติธรรมวิบัติ
วันนี้ (5 พ.ย.) ศาสตราจารย์พิเศษ จรัญ ภักดีธนากุล อดีตตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ได้ให้ความเห็นผ่านรายการข่าว เจาะลึกทั่วไทย อินไซด์ ไทยแลนด์ ระบุถึงกรณี กกต.มีมติ 5 ต่อ 2 ให้ยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยกรณีศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง รับคำร้องเกี่ยวกับคุณสมบัติ สว.ไว้พิจารณา ว่า รู้สึกมึนกับคำร้องของ กกต. เนื่องจากตามหลักกฎหมาย การที่ กกต. ยื่นเรื่องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญตรวจสอบอำนาจหน้าที่ของศาลฎีกานั้น ทำไม่ได้เลย
ศ.พิเศษ จรัญ อธิบายว่า ตามระบบรัฐธรรมนูญไทยปี 2540, 2550 และ 2560 ได้วางหลักไว้อย่างชัดเจนว่า ศาลและองค์กรตามรัฐธรรมนูญในแต่ละแท่งมีอิสระแยกออกจากกันอย่างเด็ดขาด ศาลฎีกา ศาลรัฐธรรมนูญ และศาลปกครองสูงสุด ไม่มีศาลใดใหญ่กว่ากัน และไม่มีอำนาจเข้าไปก้าวก่าย หรือตรวจสอบการใช้อำนาจของกันและกันได้
ส่วนกรณีที่ กกต. อ้างช่องทางตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 210 วรรคหนึ่ง (2) เพื่อขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยปัญหาเกี่ยวกับหน้าที่และอำนาจของ กกต. เองเห็นว่า พ.ร.ป.ว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2561 มาตรา 44 ระบุไว้ชัดเจนว่า ปัญหาที่จะขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยได้นั้น ต้องเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นแล้วจริงๆ ไม่ใช่ปัญหาที่เกิดจากความไม่แน่ใจของตัวเอง หรือเป็นปัญหาความขัดแย้งที่ไปชนกับองค์กรศาล เพราะมาตรา 210 (2) ออกแบบมาเพื่อแก้ปัญหาความขัดแย้งระหว่างองค์กรอิสระด้วยกันเอง หรือระหว่างองค์กรอิสระกับ ครม. หรือสภาเท่านั้น
“กรณีนี้ยังไม่ถือว่าเกิดปัญหาขึ้นจริงกับ กกต. แต่เป็นเพียงปัญหาทางความเห็นที่ กกต. เห็นว่าศาลฎีกาทำไม่ถูกต้องตามรัฐธรรมนูญ จึงไม่เข้าเกณฑ์ที่ศาลรัฐธรรมนูญจะรับไว้พิจารณาได้”
ศ.พิเศษ จรัญ ยังเห็นว่า ศาลฎีกาไม่มีอำนาจรับเรื่องดังกล่าว และ กกต. จะต้องยื่นคำร้องคัดค้านเข้าไปในคดีที่ศาลฎีกากำลังพิจารณาอยู่ ในฐานะผู้มีส่วนได้เสียหรือคู่กรณี จากนั้นจึงขอให้ศาลฎีกาเป็นผู้ส่งประเด็นไปยังศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อให้วินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 212 ว่า บทบัญญัติ หรือระเบียบที่ศาลฎีกใช้อยู่นั้น ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่ ซึ่งต้องให้ศาลฎีกาเป็นผู้ส่งเรื่องไปเอง กกต. ไม่สามารถยื่นตรงไปยังศาลรัฐธรรมนูญได้
“หากยินยอมให้มีการยื่นเรื่องข้ามแท่งองค์กรเช่นนี้ได้ จะสร้างความยุ่งยากและส่งผลกระทบต่อบรรทัดฐานทางกฎหมายอย่างรุนแรง ทำให้ศาลขาดความมั่นใจในการปฏิบัติหน้าที่เพื่ออำนวยความยุติธรรมให้แก่ประชาชน และอาจส่งผลให้ระบบกระบวนการยุติธรรมของประเทศเกิดความวิบัติได้ แต่การจะรับหรือไม่รับคำร้องนั้น ยังคงเป็นดุลยพินิจของคณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญที่จะพิจารณาต่อไป”


