xs
xsm
sm
md
lg

"อนุทิน" ปาฐกถา Reinvent Thailand ยกเครื่องประเทศไทย ปลุกสิปีริตการเมืองเชิงบวก หยุดด้อยค่า หันมาสู้ด้วยข้อเท็จจริง

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



นายกฯ ชูปาฐกถาพิเศษ Reinvent Thailand ปลุกพลังยกเครื่องประเทศไทย ชี้ “Reinvent ไม่ใช่แค่เปลี่ยน แต่คือการยกเครื่องประเทศไทยใหม่ทั้งระบบ!”ปลุกสปิริตการเมือง “Reinvent Politics” ปรับบวก หยุดด้อยค่า-ดักขา หันมาสู้ด้วยข้อเท็จจริง พร้อมดึงจุดแข็งของทุกภาคส่วนมาต่อจิ๊กซอว์ร่วมกันเพื่อประโยชน์ชาติ

วันที่ 4 พ.ย.ที่ศูนย์การค้าสยามพารากอน เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานครนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานพิธีเปิดงาน THE STANDARD ECONOMIC FORUM 2026 และกล่าวปาฐกถาพิเศษ หัวข้อ “Reinvent Thailand” โดยชี้ว่า คำว่า “Reinvent Thailand” เปรียบเสมือนการยกเครื่องประเทศไทยขึ้นมาใหม่ จึงต้องมาพิจารณาว่าประเทศไทยต้องเปลี่ยนแปลงในด้านใดบ้าง เพื่อให้คนไทยมีโอกาสมากขึ้น เศรษฐกิจเข้มแข็งขึ้น และประเทศไทยสามารถรับมือกับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในโลกได้อย่างรวดเร็ว

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ปีที่ผ่านมา ถือว่าได้มาอยู่บนเวทีนี้ในช่วงที่เป็นรัฐบาลได้ 3 เดือน ก่อนจะนำไปสู่การเลือกตั้ง และได้รับการเลือกตั้งกลับมาเป็นรัฐบาลที่มีเสียงข้างมากและมีเสถียรภาพ แม้ว่าการอยู่บนเวทีนี้ในครั้งนี้จะไม่ใช่ช่วงเลือกตั้ง แต่ก็มีสถานการณ์การอภิปรายไม่ไว้วางใจ ซึ่งเชื่อว่าจะผ่านไปได้ด้วยดี เพราะมั่นใจว่าคณะรัฐมนตรีทุกคนได้ทำงานอย่างเต็มที่ และสามารถตอบข้อสงสัย ข้อซักถาม และข้อกล่าวหาต่าง ๆ ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้เป็นอย่างดี


นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า คำว่า “Reinvent” ยังสื่อถึงความมั่นคงในด้านต่าง ๆ ซึ่งต่างประเทศก็ให้ความสำคัญ ขณะที่ประเทศไทยจะต้องมีความมั่นคงด้านพลังงาน อาหาร อุตสาหกรรมป้องกันประเทศ และการบริหารห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) ซึ่งจากการเดินสายต่างประเทศก็พบว่า แต่ละประเทศต้องรับมือกับความเปลี่ยนแปลง และการพึ่งพาตนเอง ควบคู่กับการประสานความร่วมมือ เพื่อให้สามารถรับมือกับความผันผวนและการแข่งขันจากภายนอกได้ นี่คือเหตุผลที่การประชุม IMF และ World Bank ในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา ประเทศไทยมี Thailand Pavilion ซึ่งได้รับความสนใจจากต่างประเทศ โดยมีการถ่ายทอดแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งเป็นแนวคิดที่ส่งเสริมให้ประเทศพัฒนาอย่างรู้เท่าทัน รู้จักศักยภาพของตนเองและความพอดี เตรียมพร้อมรับความเสี่ยง โดยใช้ความรู้ควบคู่ไปกับความรับผิดชอบ

นายกรัฐมนตรี กล่าวอีกว่า วันนี้โลกเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ทั้งด้านสิ่งแวดล้อมที่สร้างมลภาวะมากขึ้น ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในชั้นบรรยากาศ ขณะที่ประเทศไทยก็มีการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาอย่างรวดเร็วของเทคโนโลยี AI มีสังคมสูงวัยที่เพิ่มมากขึ้น รวมถึงปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ ซึ่งเมื่อ 10 ปีที่แล้วแทบไม่มีใครพูดถึงคำนี้ แต่ปัจจุบันกลับได้ยินคำนี้อยู่เสมอ และทำให้ทุกประเทศต้องสร้างความแข็งแกร่งให้กับตนเองดังนั้นการพึ่งพาตนเองตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง แท้จริงแล้วคือการสร้างความแข็งแกร่งจากภายในตัวเราเอง โดยวันนี้รัฐบาลขอมุ่งเน้นการสร้างความแข็งแกร่งใน 3 เรื่อง ได้แก่

 1. Reinvent Energy สร้างความมั่นคงทางพลังงาน

2. Reinvent Economy พลิกโฉมและปรับเปลี่ยนเครื่องยนต์เศรษฐกิจและ3. Reinvent People พัฒนาทุนมนุษย์ แต่สุดท้าย สิ่งที่ขาดไม่ได้สำหรับประเทศไทย คือ Reinvent Politics


นายกรัฐมนตรี กล่าวด้วยว่า การ Reinvent Thailand ทั้ง 3 ด้าน รัฐบาลได้ยกเครื่องและกำหนดทิศทางการดำเนินงานไว้แล้ว ทั้งด้าน Reinvent Energy พลังงาน ด้วยนโยบายเปลี่ยนผ่านพลังงาน เพื่อสร้างเสถียรภาพบนความหลากหลายของแหล่งพลังงาน ด้าน Reinvent Economy หรือเศรษฐกิจ จะเป็นการส่งเสริมเครื่องยนต์ทางเศรษฐกิจใหม่ เร่งสร้างโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับอุตสาหกรรมแห่งอนาคต ส่วน Reinvent People คือการสร้างทุนมนุษย์ ด้วยการพัฒนาทักษะใหม่ ๆ และสร้างความร่วมมือกับภาคเอกชนทั้งในและต่างประเทศ

"สิ่งที่จะเป็นแรงขับเคลื่อนอีกแรงหนึ่งให้ประเทศไทยก้าวไปข้างหน้าได้อย่างรวดเร็ว มั่นคง และยั่งยืน คือ Reinvent Politics หรือการปรับเปลี่ยนวัฒนธรรมทางการเมืองให้เป็นบวก เพราะปัจจุบันการเมืองยังเป็นไปในทางลบและมีความขัดแย้ง เนื่องจากทุกฝ่ายมีเป้าหมายเดียวกัน คือการมีอำนาจรัฐ เพื่อบริหารประเทศ ทุกคนต่างต้องการเข้ามาบริหารประเทศ แต่ต้องอยู่ภายใต้กติกาไม่ใช่ทำทุกอย่าง เพื่อดึงอีกฝ่ายลง แล้วทำให้ตัวเองได้กลับขึ้นมา โดยไม่สนใจกติกาหรือสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวมและประเทศชาติ ดังนั้นจึงต้องสร้างวัฒนธรรมทางการเมืองขึ้นมาใหม่ หากการเมืองดี จะมีการพูดคุยกันอย่างสร้างสรรค์ ไม่ใช่การใช้คำด่า คำเหน็บแนม การกระแนะกระแหน การด้อยค่า หรือใช้วาทกรรมต่าง ๆ หากการเมืองดี แต่ละฝ่ายจะสามารถตรวจสอบกันและกันบนพื้นฐานของข้อเท็จจริง ไม่ใช่ข่าวลือ หรือคำพูดที่รับฟังจากคนนั้นคนนี้มา โดยไม่สามารถหาข้อพิสูจน์ได้ และหากการเมืองดี แต่ละฝ่ายก็จะทำหน้าที่โดยมีเป้าหมายว่า จะทำอย่างไรให้ประเทศเดินหน้าได้เร็วขึ้น มีความมั่นคงและมีความสมบูรณ์ ไม่ใช่คิดว่าจะทำอย่างไรให้ฝ่ายตรงข้ามทางการเมืองถูกดูหมิ่น เกลียดชัง หรือคอยใส่เรื่องใส่ราวต่าง ๆ เพื่อถ่วงเวลาไม่ให้สามารถทำงานได้อย่างราบรื่น

ส่วนตัวไม่ได้เห็นว่าห้ามวิจารณ์ ห้ามวิพากษ์ ห้ามพูดในสิ่งที่ไม่ดี หรือห้ามตรวจสอบ เพราะเรื่องเหล่านี้เป็นไปไม่ได้ในระบอบสังคมประชาธิปไตย แต่เป้าหมายต้องยึดประเทศชาติและประชาชนเป็นหลัก และทำงานด้านการเมืองด้วยความสร้างสรรค์ สื่อสารด้วยความสร้างสรรค์ และยึดข้อเท็จจริงที่สามารถพิสูจน์ได้" นายกรัฐมนตรีกล่าว

นายกรัฐมนตรี กล่าวฝากด้วยว่า การยกเครื่องประเทศไทยไม่ใช่เป็นเพียงหน้าที่ของรัฐบาลหรือกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง แต่เป็นการร่วมกันคิด ร่วมกันทำ และดึงจุดแข็งของทุกภาคส่วนมาต่อจิ๊กซอว์ร่วมกัน เพื่อสร้างภาพของประเทศไทยที่มีความมั่นคงในโลกยุคเศรษฐกิจใหม่

.....