‘ชวน ’ ปาฐกถาเวทีเสรีนิยมนานาชาติ ชี้อำนาจเงินในการเมืองลามจากการซื้อเสียงสู่การแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการ ตั้งข้อกังวลระบบอุปถัมภ์แทรกการคัดเลือก สว. กระทบกลไกตรวจสอบ พร้อมย้ำประชาธิปัตย์เดินหน้าซักฟอกรัฐบาล
เมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน 2569 นายชวน หลีกภัย สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ อดีตนายกรัฐมนตรีและอดีตประธานรัฐสภา กล่าวปาฐกถาพิเศษว่าด้วยการสร้างประชาธิปไตยที่เข้มแข็งและยืดหยุ่นต่อคณะผู้แทนเครือข่ายเสรีนิยมสากล (Liberal International) และสภาเสรีนิยมและประชาธิปไตยแห่งเอเชีย (CALD) โดยมีมูลนิธิฟรีดริช นาวแมน สนับสนุน และนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เข้าร่วม
นายชวนกล่าวว่า จากประสบการณ์ทำงานการเมืองกว่าครึ่งศตวรรษ เมื่อบทบาทของทหารในการเมืองลดลง นักธุรกิจเข้ามามีบทบาทมากขึ้น บางส่วนนำความเชี่ยวชาญมาช่วยบริหารประเทศ ขณะที่บางกลุ่มใช้อำนาจเงินเข้าสู่การเมืองเพื่อแสวงหาผลประโยชน์และถอนทุนคืน จนเกิดปัญหา “ธุรกิจการเมือง” โดยยกกรณีตระกูลเดียวมีผู้ขึ้นดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีถึง 4 คน ได้แก่ คนแรก ตามด้วยน้องเขย น้องสาว และลูกสาว พร้อมระบุว่า ในจำนวนนี้ 2 คนถูกพิพากษาจำคุก และอีกคนถูกศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้พ้นจากตำแหน่งด้วยเหตุเกี่ยวกับมาตรฐานจริยธรรม
นายชวนกล่าวต่อว่า ปัญหาได้ขยายจากการซื้อสิทธิขายเสียงไปสู่การแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการเพื่อตอบแทนทางการเมือง พร้อมตั้งข้อกังวลว่าอิทธิพลของระบบอุปถัมภ์แผ่ไปถึงการคัดเลือก สว. 200 คน โดยกล่าวหาว่า สว. มากกว่าครึ่งถูกใช้เป็นเครื่องมือผลักดันบุคคลที่กลุ่มอำนาจต้องการเข้าสู่ตำแหน่งสำคัญ อาทิ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ กรรมการการเลือกตั้ง และกรรมการ ป.ป.ช. ซึ่งในมุมมองของนายชวนส่งผลให้กลไกตรวจสอบและถ่วงดุลอ่อนแอลง
ช่วงท้าย นายชวนย้ำว่า พรรคประชาธิปัตย์ในฐานะฝ่ายค้านจะเดินหน้าตรวจสอบการใช้อำนาจผ่านการร่วมยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ พร้อมฝากถึงนักการเมืองว่า “อย่าเสียสละหลักการของคุณเพียงเพื่อแลกกับชัยชนะในการเลือกตั้งชั่วคราว” และขอให้ยึดมั่นในหลักนิติธรรมและความซื่อสัตย์สุจริต


