พูดถึงโครงการโซลาร์ภาคประชาชน 1 ล้านครัวเรือน วันนี้มีอีกหนึ่งเรื่องที่อยากจะมาเตือนผู้ที่กำลังสนใจติดตั้งโซลาร์เซลล์ โดยเฉพาะคนที่กำลังรอโครงการของรัฐบาล
ที่ผ่านมาเราพูดกันเยอะแล้วว่า โซลาร์เซลล์ช่วยประหยัดค่าไฟได้ แต่ก็มีเรื่องต้นทุน เรื่องอุปกรณ์นำเข้า เรื่องบริษัทที่ได้ประโยชน์จากโครงการ และเรื่องเงื่อนไขการติดตั้ง ที่อาจทำให้ผู้ประกอบการรายเล็กเข้าไม่ถึงงาน
แต่วันนี้มีอีกเรื่องหนึ่งที่สำคัญไม่แพ้กัน นั่นก็คือ ความปลอดภัย เพราะโซลาร์เซลล์ที่ไม่ได้มาตรฐาน หรืออุปกรณ์บางชิ้นที่มีปัญหา อาจกลายเป็นต้นเหตุของไฟไหม้บ้านได้เหมือนกัน
เรื่องนี้ คุณเจมส์ สุจินดา เสงี่ยมไพศาล หรือ “บอสเจมส์” ซึ่งอยู่ในวงการโซลาร์เซลล์ ได้ออกมาเปิดประเด็นเตือนให้ระมัดระวัง โดยยกกรณีผลิตภัณฑ์โซลาร์เซลล์บางรุ่น ที่เคยถูกเรียกคืนในประเทศออสเตรเลีย
มีทั้งชื่อบริษัท Sigenergy, GoodWe, Growatt, Jinko Solar และ SOFAR
แต่ต้องทำความเข้าใจกันก่อนนะว่า การเรียกคืนไม่ได้หมายความว่าผลิตภัณฑ์ทั้งหมดของบริษัทเหล่านี้ มีปัญหา เป็นการเรียกคืนเฉพาะรุ่น หรือผลิตภัณฑ์บางรายการเท่านั้น
และกรณีที่น่าจับตามากที่สุด ก็คือ อินเวอร์เตอร์ ของบริษัท Sigenergy รุ่น SigenStor EC 10.0 SP ขนาด 10 กิโลวัตต์ ระบบไฟฟ้าเฟสเดียว
เพราะเมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน 2568 ทางการออสเตรเลีย ได้ประกาศเรียกคืนผลิตภัณฑ์ตระกูลนี้บางรุ่น เนื่องจากพบปัญหาที่ปลั๊กเชื่อมต่อไฟฟ้ากระแสสลับ หรือ AC Plug ซึ่งอาจเกิดความร้อนสูงจนปลั๊กเสียหาย และมีความเสี่ยงที่จะเกิดไฟไหม้
ที่สำคัญคือ มีรายงานพบเหตุการณ์ความผิดปกติเกิดขึ้นแล้ว แต่ประกาศเรียกคืนระบุว่า ยังไม่มีรายงานความเสียหายต่อทรัพย์สิน ผู้บาดเจ็บ หรือผู้เสียชีวิต
ทางออสเตรเลียจึงกำหนดมาตรการให้ผู้ที่ใช้อุปกรณ์ซึ่งอยู่ในข่ายได้รับผลกระทบ อัปเดตเฟิร์มแวร์ เพื่อควบคุมความเสี่ยง และได้รับอุปกรณ์ทดแทนที่ปรับปรุงปลั๊ก AC ใหม่โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย
ทีนี้ประเด็นที่ทำให้เรื่องนี้ต้องจับตาเป็นพิเศษ ก็คือ
“บอสเจมส์” ตรวจสอบพบว่า อินเวอร์เตอร์รุ่น SigenStor EC 10.0 SP นี้ มีชื่ออยู่ในบัญชีผลิตภัณฑ์อินเวอร์เตอร์ ที่ผ่านหลักเกณฑ์การขึ้นทะเบียนของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค หรือ PEA ด้วย
โดยมีข้อมูลระบุว่า ขึ้นทะเบียนตั้งแต่วันที่ 8 พฤษภาคม 2568 และยังพบว่ามีการเสนอจำหน่ายในประเทศไทย
ตรงนี้แหละที่ต้องตรวจสอบกันให้ละเอียด!
นี่ไม่ได้หมายความว่า เครื่องที่ขายในประเทศไทยจะต้องมีปัญหาเหมือนเครื่องที่ถูกเรียกคืนในออสเตรเลีย เพราะแม้จะเป็นชื่อรุ่นเดียวกัน ก็ยังต้องตรวจสอบว่าเป็น ปลั๊ก AC แบบเดียวกันหรือไม่ เป็นฮาร์ดแวร์ล็อตเดียวกันหรือเปล่า และหมายเลขเครื่องตรงกับกลุ่มที่ถูกเรียกคืนหรือไม่
แต่เมื่อมีข้อมูลการเรียกคืนจากต่างประเทศแล้ว ก็ไม่รู้ว่าหน่วยงานของไทย ได้ตรวจสอบเรื่องนี้อย่างจริงจังหรือยัง?
โดยเฉพาะการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ซึ่งเป็นหน่วยงานที่มีบัญชีรายชื่ออุปกรณ์ที่ผ่านหลักเกณฑ์การขึ้นทะเบียนอยู่ในมือ
ได้ตรวจสอบหรือยังว่า อุปกรณ์ที่มีชื่ออยู่ในบัญชีดังกล่าว มีส่วนประกอบตรงกับรุ่นที่ถูกเรียกคืนในต่างประเทศหรือไม่?
แล้วถ้าตรวจพบว่าเป็นอุปกรณ์ที่มีความเสี่ยง ใครจะเป็นผู้รับผิดชอบ ?
นี่คือเรื่องที่รัฐบาลต้องคิด และดำเนินการด้วยความรอบคอบ
เพราะถ้ารัฐบาลกำลังจะผลักดันโครงการโซลาร์เซลล์ ให้ประชาชนถึง 1 ล้านครัวเรือน เรื่องนี้ไม่ใช่แค่การจัดงบประมาณให้ครบ ไม่ใช่แค่การหาแผงโซลาร์เซลล์ อินเวอร์เตอร์ แล้วติดตั้งให้ได้จำนวนตามเป้าหมาย
แต่ต้องมีระบบตรวจสอบตั้งแต่ต้นทางด้วยว่า ใครเป็นผู้นำเข้า ใช้อุปกรณ์รุ่นอะไร หมายเลขเครื่องอะไร ติดตั้งอยู่ที่บ้านหลัง
ไหน ใครเป็นผู้ติดตั้ง และถ้าวันหนึ่งพบว่าอุปกรณ์มีปัญหา ใครจะเข้าไปแก้ไข หรือเปลี่ยนให้ประชาชน
อย่าลืมว่า โซลาร์เซลล์ติดตั้งอยู่บนหลังคาบ้าน ซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยของประชาชนทั้งครอบครัว
ถ้าเกิดปัญหาขึ้นมา ความเสียหายไม่ได้มีแค่ค่าอุปกรณ์ไม่กี่หมื่น หรือไม่กี่แสนบาท แต่มันอาจกระทบถึงชีวิตและทรัพย์สินของคนทั้งบ้าน
จึงอยากฝากเรื่องนี้ ไปถึงรัฐบาล และการไฟฟ้าว่า ก่อนจะเดินหน้าโครงการโซลาร์ล้านหลัง ได้เตรียมระบบตรวจสอบความปลอดภัยของอุปกรณ์และผู้ติดตั้งเอาไว้พร้อมแล้วหรือยัง ?
เพราะโซลาร์ล้านหลัง ต้องตรวจสอบความปลอดภัยตั้งแต่เครื่องแรก ไม่ใช่รอให้เกิดไฟไหม้ แล้วค่อยตามแก้กันตอนเครื่องที่หนึ่งล้าน!
ประชาชนอยากประหยัดค่าไฟ แต่ไม่มีใครอยากเอาความปลอดภัยของครอบครัว ไปเสี่ยงกับโครงการประหยัดค่าไฟหรอกนะ


