"อนุทิน" ยันรัฐบาลพร้อมรับฟังกลุ่มผู้ชุมนุมที่นัดระดมรถ 1,000 คันบุกทำเนียบฯ 5 พ.ย.นี้ ชี้การชุมนุมถือเป็นการสื่อสาร ใช้สิทธิ์ตามรัฐธรรมนูญ สั่งการเจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวกเต็มที่ ปฏิเสธบล็อกเข้ากรุงฯ บอก
"ไม่จริงครับ" ลั่นพร้อมพบถ้ามีเหตุผล โวสัญญาณเศรษฐกิจ-พืชผลเกษตรเริ่มปรับตัวดีขึ้น
ที่ศูนย์ประชุมมลฑาทิพย์ ฮอลล์ จ.อุดรธานี เมื่อ 11.30 น.วันที่ 3 พ.ย.นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยแถลงภัยหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี อย่างเป็นทางการนอกสถานที่ครั้งที่ 2/2569 ที่จังหวัดอุดรธานี ถึงการเตรียมความพร้อมต่อเคลื่อนไหวของกลุ่มผู้ขุมนุมต่างๆที่นัดหมายระดมรถยนต์1000 คันเดินทางมาทำเนียบรัฐบาลในวันที่ 5พ.ย.นี้ เพื่อยื่นหนังสือและสะท้อนปัญหาความเดือดร้อนต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ในภาพรวมได้เรียนผู้สื่อข่าวไปแล้วว่าในห้วงเวลานี้สัญญาณทางเศรษฐกิจ และตัวชี้วัดทาง เศรษฐกิจ ทั้งหลาย อยู่ในขาที่เรียกว่าขาขึ้น ซึ่งตอบสนองที่เป็นประโยขน์ในเชิงบวก ราคาสินค้าทางการเกษตรหลักๆทุกชนิดได้ปรับตัว และปรับราคาขึ้นมา ฉะนั้นผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องซึ่งเป็นประชากรจำนวนมากของประเทศไทย ก็น่าจะได้รับประโยชน์จากการเพิ่มขึ้น ของราคาสินค้าต่างๆ ทางการเกษตร
นายกรัฐมนรี กล่าวว่า อย่างไรก็ตามรัฐบาลพร้อมรับฟังเสียงของประชาชนทุกฝ่ายอยู่แล้ว จริงๆแล้วการชุมนุมการแสดงออกในรูปแบบ ต่างๆของการชุมนุมเพื่อที่จะส่งสารมาให้ กับรัฐบาลว่ารัฐบาลจะต้อง ดำเนินการอย่างไร ขอยืนยันว่าคณะรัฐมนตรีชุดนี้พร้อมรับฟัง ถ้าเป็นสิ่งที่มีเหตุมีผลและเป็นประโยชน์ รัฐบาลพร้อมที่จะนำไปดำเนินการ
"การชุมนุมเช่นนี้ก็ต้องถือว่า เป็นการสื่อสารอย่างหนึ่ง ของผู้ที่ดำเนินการต้องการให้รัฐบาลรับทราบ ซึ่งผมยืนยันว่ารัฐบาลพร้อมที่จะรับฟังและหาทางแก้ไขปัญหา ส่วนการเตรียมความพร้อมรับมืออำนวยความสะดวก กับผู้ชุมนุมต่างๆซึ่งมีข่าวออกไปว่า ใครสั่งการผู้ว่าราชการจังหวัด ตำรวจ บล็อกไม่ให้เขาเดินทางมาอันนี้ไม่จริงนะครับ แต่อาจจะมีข้อสั่งการให้ผู้ว่าราชการตำรวจหรือเจ้าหน้าที่ขนส่งอะไรทั้งหลาย ต้องให้การอำนวยความสะดวกอย่างเต็มที่ อย่าให้เกิดสภาวะในลักษณะที่เป็นการกดดัน และต้องถือว่าผู้ชุมนุมหรือผู้ที่ต้องการมาแสดงออก ถือเป็นการใช้สิทธิ์ตามรัฐธรรมนูญที่เขามีอยู่ และเป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่จะต้องให้การดูแลอำนวยความสะดวก กับพวกเขา แต่ก็ขอให้ทุกอย่าง ต้องอยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญภายใต้กฎหมาย และไม่ก่อให้เกิดความเดือดร้อนกับผู้อื่น ไม่ก่อให้เกิดความเสียหายทรัพย์สินไม่ว่าจะเป็นของรัฐ หรือว่าของประชาชนทั่วไป ถ้าทุกอย่างมาด้วยเหตุผล ด้วยความตั้งใจที่อยากจะสื่อสารให้รัฐบาลได้รับฟังปัญหาและไปดำเนินการหาทาง แก้ไขปัญหาเหล่านั้น รัฐบาลยืนยันว่ามีความพร้อม" นายกรัฐมนตรีกล่าว
นายกรัฐมนตรี กล่าวด้วยว่า ตนได้เคยแสดงให้เห็นแล้วมีม็อบ พีมูฟต่างๆที่มาเรียกร้อง ให้ดูแลพี่น้องเกษตรกร รวมถึงปัญหาที่ดินทำกินอะไรต่างๆ ถ้าเขามาด้วยเหตุด้วยผลด้วยข้อมูลที่รัฐบาล ควรจะรับผู้รับทราบและตัวของตนเอง ยังเคยออกไปพบกับพวกเขาแล้ว ตนเชื่อว่า คณะรัฐมนตรีทุกคนก็พร้อมที่จะออกไป เพราะการออกไป พบปะกับพวกเขา ถ้าเป็นลักษณะที่ มาด้วยความปรารถนาดี ต่อส่วนรวมต่างประเทศชาติแล้ว รัฐมนตรีทุกคนก็ถือว่าเป็นหน้าที่ จะต้องไปรับฟังและรับปัญหาข้อเสนอ ของพวกเขามาเพื่อดำเนินการแก้ไข ให้กับพวกเขาต่อไป


