xs
xsm
sm
md
lg

"อนุทิน" เปิดศูนย์หัวใจรพ.หนองคาย แซวอธิบดีใครไม่มาอาจเป็นอดีต ชี้ อสม.-ท้องถิ่น-สภาฯแรงหนุนนั่งนายกฯ ชู เกษตรวาระแห่งชาติ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



นายกฯลุยตรวจอีสานเหนือ เปิดศูนย์หัวใจรพ.หนองคาย ตัดปัญหารักษาไกลถึงขอนแก่น-อุดรฯ แซว ‘อธิบดีใครไม่มาอาจเป็นอดีต ชี้ อสม.-ท้องถิ่น-สภาฯ แรงหนุนสำคัญนั่งนายกฯ ขอ อสม.ปรบมือให้รบ.ลุงตู่ไฟเขียว เพิ่มค่าตอบแทน 2 พัน ก่อนถกครม.สัญจรอุดรฯ ชู ‘เกษตร’วาระแห่งชาติ ปลื้ม ‘ข้าว-มัน-ยาง’ ราคาดีขึ้น คาด ‘ปาล์ม-อ้อย’ จ่อดีดตัวตาม ชี้ ลดภาษี B 20 ช่วยประหยัด นำเข้าน้ำมันแสนล.

วันนี้ (2พ.ย.) เมื่อเวลา 9.00 น.นายอนุทินชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ออกเดินทางจากกรุงเทพฯ ด้วยเครื่องบินmjet ลงพื้นที่ติดตามการตรวจราชการกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน 1 จังหวัดอุดรธานี จังหวัดเลยจังหวัดหนองคาย จังหวัดหนองบัวลำภู และจังหวัดบึงกาฬ ก่อนที่จะมีการประชุม คณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ ครั้งที่ 2/2569 ที่จังหวัดอุดรธานี ในวันอังคารที่ 3 พฤศจิกายนนี้

ทั้งนี้เวลา 11.45 น. นายกรัฐมนตรี เดินทางด้วยรถยนต์ Toyota Alphard หมายเลขทะเบียน ขต 158 อุดรธานี ถึงโรงพยาบาล หนองคาย จังหวัดหนองคาย เพื่อเป็นประธานในพิธีเปิดศูนย์โรคหัวใจ เมตตา สุคโต โรงพยาบาลหนองคาย และพิธีมอบสมุดประจำตัว ผู้ได้รับการคัดเลือกให้ทำกินในชุมชน (คทช.) ตามนโยบายรัฐบาลในลักษณะแปลงรวม พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ พานพร้าว แก้งไก่ โดยมี นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พลตำรวจเอกสำราญ นวลมา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และ
นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย พร้อมคณะผู้ บริหารกระทรวงมหาดไทย รนายศรัณย์ศักดิ์ ศรีเครือเนตร ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคาย 
และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมด้วยอย่างพร้อมเพียง

ทันทีที่นายกฯมาถึง ได้เดินทักทายข้าราชการและพูดคุยโบกมือทักทายกลุ่มอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ที่มารอต้อนรับด้วยบรรยากาศคึกคัก และกลุ่มอสม.ได้ร้องเพลงมาร์ช อสม.ต้อนรับนายกฯด้วย 

นายกรัฐมนตรี กล่าวกับประชาชนที่มาให้การต้อนรับว่า วันนี้ตนเองและรองนายกรัฐมนตรีและผู้บริหารหน่วยราชการทั้งหลายรู้สึกยินดีอย่างยิ่งที่ได้มาพบกับพ่อแม่พี่น้องชาวหนองคาย ณโรงพยาบาลหนองคายแห่งนี้ ซึ่งรัฐมนตรีที่เดินทางมาด้วยครั้งนี้หลายคน พวกท่านคงได้เห็นในหนังสือพิมพ์ โซเชียลมีเดีย และวันนี้เอาตัวจริงมาให้เห็นแล้ว

จากนั้นนายกรัฐมนตรี ได้กล่าวแนะนำคณะที่เดินทางมาด้วยโดยไล่เรียงอธิบดีแต่ละกรม ซึ่งช่วงหนึ่งได้ถามถึงอธิบดีกรมป่าไม้ นายนิกร ศิรโรจนานนท์ ก่อนแซวว่า “มาบ่ ไม่มายุ่งแล้ว” และ อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาล นายณัฐ โก่งเกษร “มาไหม ถ้าไม่มารัฐมนตรีไหว้ประชาชนแทน” ทำให้นายสุชาติ ลุกขึ้นไหว้ประชาชน ก่อนถามหาอธิบดีกรมที่ดิน โดยนายกรัฐมนตรีถามว่า “อธิบดีกรมที่ดินของผมมาหรือไม่” ซึ่งอธิบดีกรมที่ดินเดินทางมาด้วย ก่อนที่นายกรัฐมนตรีจะแซวว่า “ใครไม่มา อาจจะเป็นอดีตได้” ก่อนนายกฯจะขอเสียงโห่จากประชาชน โดยบอกว่าจะได้มีกำลังใจ เพราะเมื่อวานบินกลับมาจากประเทศภูฏาน เพราะต้องการมาพบกับพี่น้องชาวหนองคายเช้าวันนี้ แล้วลืมแนะนำตัวเองไป ผมอนุทิน ชาญวีรกูล อสม. อ.เมือง ต.อิสาณ จ.บุรีรัมย์ เราเป็นพวกเดียวกันทำให้เรียกเสียงเฮจากประชาชน

นายกฯ กล่าวด้วยว่า วันนี้รู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้มาพบกับพี่น้องชาวหนองคาย ณ โรงพยาบาลหนองคายแห่งนี้ เพื่อมารับสิ่งเป็นมงคล คือเขาให้ส่งมาเปิดศูนย์หัวใจเมตตา สุคโต ที่โรงพยาบาลหนองคายแห่งนี้ และพิธีมอบสมุดประจำตัวผู้ได้รับการคัดเลือกให้ทำกินในชุมชนตามนโยบายของรัฐบาล  คือการแจกที่ดินให้กับพี่น้องได้ทำกิน ตนไม่กล้ามาเป็นประธานในพิธีเปิด เพราะว่าศูนย์หัวใจแห่งนี้มันเป็นของพี่น้องชาวหนองคายทุกคน และของพี่น้องชาวจังหวัดใกล้เคียง ซึ่งเป็นสิ่งที่เป็นประโยชน์มากในกรณีที่อีกหน่อยถ้าพวกเราที่อยู่ในจังหวัดหนองคาย ประสบอาการทางด้านโรคหัวใจ เราไม่ต้องตีรถไปถึงจังหวัดอุดรธานี ไปถึงจังหวัดขอนแก่นหรือไปถึงจังหวัดนครพนมที่มีศูนย์โรคหัวใจ เราสามารถมาเข้าโรงพยาบาลที่จังหวัดหนองคายใกล้บ้านเราได้เลย อันนี้เป็นสิ่งที่มีประโยชน์มาก และที่สำคัญเราได้รับความกรุณาอย่างยิ่งใหญ่มหาศาลจากหลวงปู่ทุย ฉนฺทกโร  เจ้าอาวาสวัดป่าดานวิเวก ตำบลศรีชมภู อำเภอโซ่พิสัย จังหวัดบึงกาฬ  ที่ท่านมีเมตตากับพวกเราชาวหนองคาย ชาวบึงกาฬและชาวอีสานมาด้วยตลอด การเปิดศูนย์ผ่าตัดหัวใจ เมตตา สุคโต คือการผ่าตัดหัวใจ เรามารักษาโรคหัวใจที่นี่ถือเป็นอีกก้าวของการพัฒนาระบบบริการทางการแพทย์ในจังหวัดหนองคาย เจ็บป่วยจะได้มารับบริการ มารับการรักษาได้อย่างทันท่วงที 
นายกฯ กล่าวอีกว่า โรคหัวใจโรคนี้ทุกวินาทีมีคุณค่า เพราะฉะนั้นเป็นสิ่งที่น่าชื่นชมมากเป็นสิ่งที่ตนต้องขอแสดงความยินดีกับพี่น้องชาวหนองคายทุกท่านที่ได้รับบารมีและความเมตตาจากหลวงปู่ทุย ฉนฺทกโร  พระราชมงคลวัชรปรีดา ซึ่งกระทรวงสาธารณสุขต้องต่อยอดและขยายความสะดวกและขยายความทันสมัยให้กับศูนย์พัฒนาโรคหัวใจ แห่งนี้ให้กับโรงพยาบาลหนองคายต่อไปด้วย เราไม่ใช่ทำแค่รับมาแล้วจบตรงนี้มันเป็นสิ่งที่ทำให้เราได้ต่อยอดและสร้างสิ่งที่ผลประโยชน์ให้กับพี่น้องประชาชนทุกคน คำว่า สุคโต พี่น้องที่ชอบสวดมนต์อย่างตน จะเห็นได้ว่าในบทสวดมนต์ วิชชาจะระณะสัมปันโน สุคะโต โลกะวิทู พิมพ์คำว่าสุคติคือไปให้ดี แต่ไม่ได้หมายความว่าใครมารับบริการนี้แล้วไปดี  ไม่ใช่  สุคโต อยู่ในบทสวดมนต์แปลว่าหนทางไปสู่นิพพาน ความเจริญรุ่งเรืองไปสู่การกระทำที่เป็นสิ่งที่ดีอยู่ในบทสวดมนต์  สุคโต  โลกะวิทู ถ้าแปลง่ายๆคือหนทางที่ไปที่ดีและเข้าใจโลกรู้จักโลก เปิดโลกทัศน์ให้กว้างมากขึ้น ตนพูดเสร็จตนว่าจะไปบวชแล้ว ถือว่าเป็นสิ่งที่มีความเป็นสิริมงคล ทำคุณประโยชน์ให้กับพี่น้องชาวหนองคาย สมใจพี่น้องอสม.

นายกฯ กล่าวอีกว่า ตอนที่ตนอยู่สาธารณสุขเสนอ 2,000บาท แต่วันนี้ตนเจอ
อสม.มาทวงแล้ว 3,000บาท และเมื่อกี้เดินมาตกใจแทบเป็นลม อสม.บอก 5,000 บาทก็ได้ เราถือว่าเราเป็นอาสาสมัครไม่มีใครบังคับเรามา คนที่เป็นอสม. คือ คนที่ต้องมีจิตใจเสียสละเป็นพื้นฐานอยู่แล้ว 

นายกรัฐมนตรี กล่าวอีกว่า เรื่องการเพิ่มเงินให้กับ
อสม.กว่าจะผ่านมาก็แทบตาย แต่นายกฯลุงตู่ใจดีตอนนั้นตนเป็น รัฐมนตรี ว่า การกระทรวง สาธารณสุข ก็ขอท่านและท่านก็มองเบิกหน้าขึ้นมาหน่อย แต่ท่านก็รู้นั่นแหละว่าอยากจะเอาใจพี่น้องอสม. ตอบแทนคุณงามความดี ปกติเวลาเสนองบเยอะๆแบบนี้นายกรัฐมนตรีก็จะบอกว่าเอาไว้ก่อน ไม่ไหวใช้เงินมากประเทศไทยของเรา ยังมีสิ่งที่ต้องใช้งบประมาณอีกเยอะ แต่ตอนเสนอเงินตอบแทนอสม. 2,000 บาทท่านค้อนผมนิดหน่อย แต่ท่าน นายกพลเอกประยุทธ์ ก็เมตตาผมอยู่แล้ว และท่านได้บอกไหมที่ประชุมคณะรัฐมนตรี และสิ่งนี้ก็เป็นสิ่งที่ผมได้เรียนรู้มาจากท่านเหมือนกัน เพราะเป็นเรื่องที่ดีโดยท่านบอกว่าคณะรัฐมนตรี ทางรัฐมนตรีอนุทินได้เสนอ เพิ่มค่าตอบแทนให้อสมเดือนละ 2,000 บาท มีใครไม่เห็นด้วย ปรากฏว่าทุกคนเห็นด้วยหมด ปรบมือให้กับคณะรัฐมนตรีชุดนั้นหน่อย และขอสัญญาถ้ามีโอกาสเมื่อไหร่ ผมอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ผมจะลืมอสมได้อย่างไร ฉะนั้นอนท.ไม่มีวันลืมอสม.อยู่แล้ว เพราะไม่มีอสม.ก็เป็นนายกฯไม่ได้ ทำงานอยู่กระทรวงสาธารณสุขอสม.ก็ช่วยสนับสนุน ทำให้มีผลงานเติบโตมาเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้มาทำงานร่วมกับฝ่ายท้องถิ่น ก็มาได้แรงหนุนของพวกท่านอีก และได้แรงหมุนจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในสภาฯอีก ก็เลยได้เป็นนายกฯครับ ดังนั้นผมไม่มีทางลืมสิ่งเหล่านี้ไปได้ เมื่อไหร่ก็ตามที่ผมสามารถจะทำประโยชน์ให้กับพ่อแม่พี่น้องได้ ผมจะทำอย่างเต็มที่ด้วยทีมงานที่ได้กล่าวแนะนำไปแล้ว

นายกรัฐมนตร่ กล่าวย้ำว่ารัฐบาลจะยกระดับการดูแลพี่น้องประชาชนให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่ประชาชนต้องให้ความร่วมมือต้องขยันทำงานต้องไม่ขยันป่วย ต้องขยันออกกำลังกาย ขยันสร้างสุขภาพให้มีความแข็งแรงอยู่เสมอ เพราะตอนนี้ช่วงอายุของเรามันยาวขึ้น ไม่ว่าจะแข็งแรงหรือไม่แข็งแรง ฝากผู้บริหารท้องถิ่น ฝากเน้นการรักษาสุขภาพไม่ใช่เน้นเฉพาะการรักษา เราต้องการบุคลากรและประชาชนมีอายุเพิ่มมากขึ้น แต่ต้องมีพื้นฐานสุขภาพที่ดี เพื่อเป็นร่มโพธิ์ร่มไทรให้กับลูกหลาน โดยไม่เป็นภาระตรงนี้คือสิ่งที่สำคัญเป็นอย่างยิ่ง ฝากให้ทุกท่านได้เข้าใจถึงภาระหน้าที่ของพวกเรารัฐบาลมีหน้าที่ดูแลสุขภาพของทุกท่านท่านก็มีหน้าที่ดูแลให้ท่านมีความแข็งแรงให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้เพื่อที่จะจะได้มีคุณภาพชีวิตที่ดีต่อไป 

นายกฯ กล่าวด้วยว่า วันนี้มาประชุมครม.สัญจร ที่จังหวัดอุดรธานี มาเพื่อให้รัฐมนตรีทั้ง 35 คนในครม.ตลอดจนทีมงานทุกกระทรวงได้ลงในจังหวัดต่างๆในเขตอีสานตอนกลาง เพื่อให้รัฐมนตรีได้ลงไปดูว่ามีโอกาสและอะไรที่จะต้องปรับปรุงพัฒนาอย่างไรหรือมีปัญหาอะไรที่ต้องนำมาแก้ไข รวมถึงมีสิ่งใดที่ต้องให้พิจารณาและดำเนินการให้เป็นสิ่งที่ดีขึ้น  แต่วาระที่จะวางไว้ในภาคอีสานแห่งนี้สำหรับการประชุมครม. สัญจรครั้งนี้จะยกเรื่องเกษตรให้เป็นวาระแห่งชาติ เพราะประเทศไทยมีความอุดมสมบูรณ์ เป็นมหาอำนาจทางด้านความมั่นคงทางอาหารและเป็นสิ่งที่มีคุณค่ามากกว่าพลังงานอื่นๆพลังงานทำให้คนเรามีชีวิตมีความคิดมีการสร้างโอกาสมีการพัฒนาต่างๆและสามารถสร้างรายได้ให้กับประเทศไทยด้วย 

“ผมไปทานอาหารที่ต่างประเทศ ถ้ามื้อไหนไม่มีข้าวจากไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งบางมื้อโชคดีได้ข้าวหอมมะลิ มื้อนั้นจะอร่อยเป็นพิเศษ และเราทานไปเราก็นึกถึงชาวนาของไทยที่สร้างรายได้ให้กับประเทศของเรา ข้าวของไทยเป็นที่ชื่นชอบของคนทั่วโลก ฉะนั้นเราต้องมานั่งทำความมั่นคงให้กับภาคเกษตรกรรมของประเทศไทยให้ได้มากที่สุด ข้าว ยาง มันสำปะหลัง อ้อยและสินค้าเกษตรกรรมอื่นๆเราต้องพยายามที่จะทำให้มีราคาให้ดีที่สุดและมีคุณภาพดีที่สุด สามารถรองรับความต้องการของตลาดทั่วโลกได้ เราทำมาแล้วเราควบคุมได้ปีนี้ข้าวราคาดีขึ้น มันสำปะหลังราคาดีขึ้น ยางราคายิ่งดีขึ้นเพราะเราศึกษาความตลาดต้องการของตลาดและความต้องการของโลก ผมเชื่อว่าเดี๋ยวราคาปาล์มเดี๋ยวราคาอ้อยจะเพิ่มมากยิ่งขึ้น เพราะตอนนี้เขารบกันแหลกลานน้ำมันราคาขึ้น ประเทศไทยถ้าเรายังใช้น้ำมันอยู่ต้องนำเข้าน้ำมันและต้องจ่ายราคาน้ำมันแพง แต่ด้วยภูมิปัญญาของคนไทยนักพัฒนานักประดิษฐ์นักค้นคว้าน้ำมันเชื้อเพลิง เช่น B20 ราคาลดลงมาเยอะ น้ำมันเหล่านี้ใช้ในภาคเกษตรกรรมได้เป็นอย่างดีให้ประสิทธิภาพเท่ากันและให้สมรรถนะของเครื่องยนต์ที่ใช้น้ำมันเท่ากัน พี่น้องเกษตรกรสามารถใช้ B 20 ด้วยต้นทุนน้ำมันที่ถูกลง พี่น้องที่ประกอบอาชีพขนส่งใช้รถบรรทุกสามารถใช้ต้นทุนค่าน้ำมันที่ถูกลง ถ้าเติมB20 รัฐบาลมอบนโยบายกระทรวงพลังงานว่าจะต้องมีการเพิ่มการผลิตน้ำมันที่มีส่วนผสม B20 เพิ่มมากขึ้นให้พี่น้องประชาชนได้เข้าถึงมากยิ่งขึ้น ซึ่ง สัปดาห์ที่แล้วตั้งแต่เราประกาศลดภาษีสรรพสามิต ทำให้ราคา B 20 ที่ลดลงมาต่างจากB 7  ถึงเกือบ 10 บาท มีการใช้ในภาคเกษตรกรรมได้เป็นอย่างดี  มีการใช้เพิ่มมากขึ้นจากวันละ 6 ล้านลิตรเป็น 9 ล้านลิตร เราไม่ได้หวังว่าท่านจะใช้หมด 100% แต่ดีเซลเราใช้ประมาณ 50 กว่าล้านลิตร ถ้าคิดเป็น 10 ล้านลิตร ก็ประมาณ 20% ถ้าคูณจำนวนวันไปแต่ละปีก็จะช่วยประหยัดการนำเข้าน้ำมันดิบจากประเทศอื่นประหยัดได้เป็นแสนล้านบาท เป็นสิ่งที่รัฐบาลพยายามที่จะดำเนินการทุกอย่างเพื่อลดต้นทุนให้กับภาคอุตสาหกรรมและภาคเกษตรกรรมและพี่น้องประชาชน“ นายกฯ กล่าว

ทั้งนี้ก่อนเดินทางกลับนายกฯ ยังได้ร่วมร้องเพลงมาร์ช อสม. กับกลุ่ม อสม.พร้อมปรบมืออย่างคึกคักด้วย