xs
xsm
sm
md
lg

รองโฆษกฯ พาสื่อเปิดเสน่ห์ “บ้านโนนกอก” ชูผ้าไทยสายธารนาคเชียงรวง ดัน Soft Power อุดรฯ สร้างมูลค่าเพิ่ม กระจายรายได้สู่ชุมชน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ทีมรองโฆษกรัฐบาลนำสื่อสัญจรเยือนบ้านโนนกอก อุดรธานี ชูผ้าทอโบราณเป็นซอฟต์พาวเวอร์ ต่อยอดทุนวัฒนธรรมสร้างเศรษฐกิจชุมชนให้เข้มแข็ง กระจายรายได้สู่คนท้องถิ่นอย่างยั่งยืน

วันนี้ (1 พฤศจิกายน 2569) เวลา 13.40 น. ณ ชุมชนบ้านโนนกอก ตำบลหนองนาคำ อำเภอเมืองอุดรธานี จังหวัดอุดรธานี ร้อยเอกหญิง ภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า สำนักโฆษก สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี นำโดยนางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา นางสาวพลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ และร้อยเอกหญิง ภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นำคณะสื่อมวลชนประจำทำเนียบรัฐบาลกว่า 29 ราย ลงพื้นที่ชุมชนบ้านโนนกอก ภายใต้โครงการสื่อสัญจร เนื่องในโอกาสการประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ (ครม.สัญจร) ณ จังหวัดอุดรธานี เพื่อเผยแพร่ศักยภาพการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่น พร้อมผลักดันทุนทางวัฒนธรรมให้เป็นพลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ สร้างงาน สร้างอาชีพ และกระจายรายได้สู่ประชาชนในพื้นที่อย่างยั่งยืน

รองโฆษกฯ กล่าวว่า จังหวัดอุดรธานีไม่ได้มีแค่เพียงแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติและประวัติศาสตร์เท่านั้น แต่ยังมีต้นทุนทางวัฒนธรรมอันทรงคุณค่า โดยเฉพาะภูมิปัญญาการทอผ้าไทยที่สืบทอดกันมาหลายชั่วอายุคน ซึ่งสามารถนำมาต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์ร่วมสมัย สร้างมูลค่าเพิ่ม และพัฒนาเป็นจุดขายด้านการท่องเที่ยวได้อย่างโดดเด่น โดยชุมชนบ้านโนนกอกถือเป็นหนึ่งในตัวอย่างของการนำอัตลักษณ์ท้องถิ่นมาสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้แก่ชุมชน

ก่อนเดินทางมายังชุมชนบ้านโนนกอก คณะได้เข้าสักการะศาลเจ้าปู่–ย่า อุดรธานี ซึ่งเป็นสถานที่สำคัญทางวัฒนธรรมและเป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวอุดรธานี ก่อนเดินทางต่อไปยังกลุ่มทอผ้าโบราณบ้านโนนกอก เพื่อเยี่ยมชมกระบวนการผลิตผ้าทอพื้นถิ่นและสัมผัสเสน่ห์ภูมิปัญญาที่ได้รับการสืบทอดจากรุ่นสู่รุ่น


สำหรับกลุ่มทอผ้าโบราณบ้านโนนกอก มีความโดดเด่นในการผสมผสานเทคนิคการทอผ้าพื้นถิ่น ทั้งการจก การยก และการขิด จนเกิดเป็นลวดลายอัตลักษณ์ “สายธารนาคเชียงรวง” ที่สะท้อนเรื่องราวความเชื่อ วิถีชีวิต และรากเหง้าทางวัฒนธรรมของชุมชน อีกทั้งยังมีการนำดอกบัวและดอกไม้ท้องถิ่นมาใช้ในกระบวนการย้อมเส้นไหมด้วยสีธรรมชาติ สร้างสรรค์ผืนผ้าที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ทั้งในด้านลวดลาย สีสัน และคุณค่าของงานหัตถศิลป์

จุดเด่นสำคัญของผ้าทอบ้านโนนกอก คือการเปลี่ยนภูมิปัญญาดั้งเดิมให้กลายเป็นผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ โดยยังคงรักษาอัตลักษณ์ท้องถิ่นไว้ สามารถนำไปต่อยอดเป็นเสื้อผ้า เครื่องแต่งกาย และผลิตภัณฑ์หัตถกรรมร่วมสมัย เพื่อเพิ่มโอกาสในการเข้าสู่ตลาดสินค้าคุณภาพและตลาดพรีเมียม ซึ่งจะช่วยเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์และสร้างรายได้ให้แก่ช่างทอผ้าและผู้ประกอบการในชุมชน

อีกหนึ่งความภาคภูมิใจของชาวอุดรธานี คือการนำอัตลักษณ์ผ้าทอพื้นถิ่น ทั้งผ้าหมี่ขิดลายไหบ้านเชียงและลายดอกบัว มาต่อยอดเป็นต้นแบบเสื้อผ้าไทยสำหรับสวมใส่ในการประชุม ครม.สัญจร ณ จังหวัดอุดรธานี สะท้อนให้เห็นว่าผ้าไทยไม่ได้เป็นเพียงเครื่องแต่งกายหรือมรดกทางวัฒนธรรมเท่านั้น แต่ยังสามารถพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าเพิ่ม และเป็นเครื่องมือสำคัญในการเผยแพร่อัตลักษณ์ท้องถิ่นให้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง


นอกจากนี้ ชุมชนบ้านโนนกอกยังพัฒนารูปแบบการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ (Creative Tourism) โดยเปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสประสบการณ์จริงผ่านฐานกิจกรรมและการเรียนรู้ที่หลากหลาย อาทิ การทอผ้า การสาวไหม การมัดย้อม การทำธุงใยแมงมุม การทำขนมจีน และขนมพื้นบ้าน รวมถึงการเรียนรู้ด้านการจำหน่ายสินค้าและการตลาดผ่านช่องทางออนไลน์ เพื่อส่งเสริมทักษะอาชีพและเพิ่มช่องทางเข้าถึงผู้บริโภค

กิจกรรมดังกล่าวไม่เพียงสร้างประสบการณ์ใหม่ให้แก่นักท่องเที่ยว แต่ยังเปิดโอกาสให้ประชาชนในชุมชนมีส่วนร่วมในห่วงโซ่เศรษฐกิจการท่องเที่ยว ตั้งแต่ช่างทอผ้า ผู้ผลิตวัตถุดิบ ผู้ประกอบการสินค้าและอาหารพื้นถิ่น ไปจนถึงผู้ให้บริการด้านการท่องเที่ยว ซึ่งเป็นแนวทางสำคัญในการกระจายรายได้สู่เศรษฐกิจฐานราก

ร้อยเอกหญิง ภัทร์ดารัสมิ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า การลงพื้นที่ร่วมกับสื่อมวลชนในครั้งนี้ เป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาลที่มุ่งยกระดับการท่องเที่ยวและบริการ โดยให้ความสำคัญกับการนำทุนทางวัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่นมาต่อยอดเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจ ควบคู่กับการอนุรักษ์อัตลักษณ์ของชุมชน เพราะการส่งเสริม Soft Power ไม่ควรหยุดอยู่เพียงการประชาสัมพันธ์ให้ผู้คนรู้จัก แต่ต้องสามารถสร้างโอกาสทางอาชีพ เพิ่มช่องทางการจำหน่ายสินค้า และนำรายได้กลับคืนสู่ประชาชนในท้องถิ่นได้อย่างเป็นรูปธรรม


“ผ้าไทยหนึ่งผืน ไม่ได้มีคุณค่าเพียงความสวยงาม แต่มีเรื่องราวของภูมิปัญญา มีฝีมือของช่างทอ และมีโอกาสทางเศรษฐกิจของคนทั้งชุมชนอยู่ในนั้น รัฐบาลต้องการเห็นทุนทางวัฒนธรรมเหล่านี้ได้รับการต่อยอดให้เกิดมูลค่าเพิ่ม เพราะ Soft Power ที่มีความหมาย ไม่ใช่เพียงการทำให้คนทั่วโลกรู้จักความเป็นไทย แต่ต้องทำให้คนไทย โดยเฉพาะประชาชนในชุมชน มีรายได้และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นด้วย” รองโฆษกฯ กล่าว

รองโฆษกฯ กล่าวทิ้งท้ายว่า ขอเชิญชวนประชาชนและนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ เดินทางมาสัมผัสเสน่ห์จังหวัดอุดรธานี โดยเฉพาะชุมชนบ้านโนนกอก ซึ่งนักท่องเที่ยวจะได้มากกว่าการเลือกซื้อผ้าไทยสวย ๆ กลับบ้าน แต่ยังได้เรียนรู้ภูมิปัญญา สัมผัสวิถีชีวิต และร่วมสนับสนุนผลิตภัณฑ์จากฝีมือคนในชุมชนโดยตรง

“เที่ยวอุดรธานีครั้งหน้า อยากชวนทุกคนมาสัมผัสเสน่ห์บ้านโนนกอกด้วยตัวเอง เพราะทุกการเดินทางไม่ได้สร้างเพียงความประทับใจให้แก่นักท่องเที่ยว แต่ยังสามารถสร้างโอกาสและรายได้ให้กับคนในท้องถิ่นได้อีกด้วย” รองโฆษกฯ กล่าว