ทีมรองโฆษกรัฐบาลลงพื้นที่อุดรธานี ชูศักยภาพเจ้าภาพ 2 งานใหญ่ มหกรรมพืชสวนโลกและ ครม.สัญจร เชื่อมโยงภูมิปัญญาท้องถิ่นสู่ชุมชน พร้อมหนุนระบบคมนาคมเต็มรูปแบบ คาดกระตุ้นเศรษฐกิจกว่า 2 หมื่นล้านบาท ดึงดูดนักท่องเที่ยวกว่า 3.6 ล้านคน
เวลา 14.05 น. วันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 ที่ศูนย์เรียนรู้กลุ่มทอผ้าโบราณบ้านโนนกอก จังหวัดอุดรธานี ร้อยเอกหญิง ภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร , นางสาวพลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ และ นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นำคณะสื่อมวลชนร่วมชมกลุ่มทอผ้า ซึ่งคณะรัฐมนตรีกระทรวงใส่ในการประชุมคณะรัฐมนตรีนอกสถานที่อย่างเป็นทางการ ในวันที่ 3 พฤศจิกายน 2569
ร้อยเอกหญิง ภัทร์ดารัสมิ์ กล่าวว่า วันนี้รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีดีใจที่ได้มีโอกาสมาพบสิ่งสื่อมวลชนนอกสถานที่ โดยสถานที่แห่งนี้คืออุดรธานี ซึ่งเรื่องชื่อในเรื่องของผ้ามีขิด และเรื่องสถานที่ท่องเที่ยว ทั้งเชิงธรรมชาติ ทะเลบัวแดง สถานที่ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ ไม่ว่าจะเป็นบ้านเชียง และยังมีร้านอาหารหลากหลายร้านแสนอร่อย พร้อมด้วยวิถีชุมชน วิถีวัฒนธรรม ที่จะพาทุกคนไปพบกับประสบการณ์ยอดเยี่ยม ถือว่าอุดรธานีรอบนี้ได้เป็นเจ้าภาพจัดงานยิ่งใหญ่ 2 งาน ไม่ว่าจะเป็นงานมหกรรมพืชสวนโลกและประชุมคณะรัฐมนตรีสัญจร ซึ่งงานพืชสวนโลกเปิดตั้งแต่วันนี้ 1 พฤศจิกายนไปจนถึงวันที่ 14 มีนาคม 2570 รวมทั้งสิ้น 134 วัน ซึ่งภายในงานจะมีต้นไม้หลากหลายพันธุ์ ไม่ว่าจะเป็นสวนนานาชาติ 32 สวน พร้อมด้วยสวนจากภาครัฐไทยและเอกชน 16 สวน นอกจากนี้ยังมีพันธุ์ไม้ดอกไม้ประดับอีกกว่า 1 ล้านต้น ซึ่งสลับสับเปลี่ยนกันมาภายในธีมงานทั้งหมด และความหลากหลายทางชีวิต ไม่ว่าจะเป็น ความสัมพันธ์ของผู้คน สายน้ำ และพืชพรรณ นอกจากนี้ยังมีเรื่องการดำรงชีวิตอย่างยั่งยืน ตนจึงอยากเชิญชวนให้ทุกคนได้มาเที่ยวกัน และแน่นอนว่างานนี้จะกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยคาดการณ์ไว้ว่าจะกระตุ้นเศรษฐกิจกว่า 20,000 ล้านบาท รวมถึงมีนักท่องเที่ยวกว่า 3.6 ล้านคน นอกจากนี้ภายในงานยังมีการแสดงศิลปะวัฒนธรรมกว่า 200 รายการ ตนก็ขอฝากอุดรธานีให้ทุกคนได้ร่วมรับชม ร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์ และร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการกระตุ้นเศรษฐกิจวิถีชุมชน
ด้าน นางสาวลลิดา กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับอุดรธานีนอกจากจะเป็นเมืองแห่งการท่องเที่ยวแล้ว ยังเป็นเมืองเศรษฐกิจที่มีมูลค่าทางเศรษฐกิจสูงถึง 130,000 ล้านบาท และมีเสน่ห์ในการนำเอาพืชผลทางการเกษตรมาแปรรูป และมีการขึ้นชื่อในด้านการบริการ อย่างเช่นจุดนี้ตำบลโนนกอก ที่เป็นศูนย์เรียนรู้ทางด้านการทอผ้า มีการนำเอาภูมิปัญญาทางท้องถิ่นมาต่อยอดให้เกิดมูลค่าทางเศรษฐกิจ ซึ่งการเกิดมูลค่าทางเศรษฐกิจไม่ใช่เกิดแค่เป็นของฝากเท่านั้น แต่เป็นการนำรายได้ทางเศรษฐกิจไปสู่ชาวบ้าน สู่ชุมชน เพราะการเป็นเจ้าภาพที่ดีไม่ได้วัดกันที่จำนวนคนที่เข้ามาในจังหวัดมากน้อยแค่ไหน แต่เป็นการวัดที่รายได้ว่านำไปสู่ชาวบ้านมากน้อยแค่ไหน
นางสาวพลอยทะเล กล่าวต่อว่า นอกจากนี้รัฐบาลโดยกระทรวงคมนาคม ได้มีการยกระดับการบริการขนส่งประชาชน ตั้งแต่ท่าอากาศยาน สถานีรถไฟ และจุดสำคัญในเมือง โดยตั้งเป้าหมายรถชัตเตอร์บัส 45 คัน และจะขนส่งให้ได้ประมาณ 50 รอบต่อวัน บริการตั้งแต่ 7:00 น. จนถึง 20:00 น. เพื่อให้การเดินทางของผู้มาเยี่ยมชมมหกรรมสามารถเดินทางได้อย่างสะดวกและปลอดภัย


