อภัยภูเบศรพบมะขามป้อมช่วยลดผลกระทบจากแคดเมียม–ตะกั่ว ย้ำยังสรุปไม่ได้ว่าช่วยขับโลหะหนักหรือรักษาภาวะพิษในคน พร้อมแจงตรวจคุณภาพสมุนไพรทุกล็อต แนะผู้สงสัยได้รับสารปนเปื้อนพบแพทย์ ไม่ใช้สมุนไพรแทนการรักษา
ภญ.อาสาฬา เชาวน์เจริญ เภสัชกรชำนาญการ ศูนย์หลักฐานเชิงประจักษ์ด้านการแพทย์แผนไทยและสมุนไพร โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร เปิดเผยว่า จากความกังวลเรื่องการปนเปื้อนโลหะหนักในจังหวัดปราจีนบุรีและพื้นที่ใกล้เคียง โรงพยาบาลให้ความสำคัญกับการสื่อสารองค์ความรู้เพื่อให้ประชาชนเข้าใจการดูแลสุขภาพ รวมถึงคุณค่าของสมุนไพรที่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์สนับสนุน โดยมะขามป้อมเป็นสมุนไพรชนิดหนึ่งที่มีงานศึกษาถึงบทบาทในการลดผลกระทบจากโลหะหนัก แต่หลักฐานดังกล่าวยังเป็นการศึกษาในสัตว์ทดลอง
ภญ.อาสาฬากล่าวว่า งานวิจัยศึกษาพิษเฉียบพลันของแคดเมียมในหนูเพศผู้ โดยให้น้ำจากผลมะขามป้อมทางปากต่อเนื่อง 8 วัน ก่อนให้แคดเมียมในขนาดที่ก่อพิษ พบว่ากลุ่มที่ได้รับมะขามป้อมล่วงหน้ามีอัตราการตายลดลง และลดความเสียหายของเนื้อเยื่อตับ ไต และอัณฑะได้บางส่วน เมื่อเทียบกับกลุ่มที่ได้รับแคดเมียมเพียงอย่างเดียว
นอกจากนี้ ยังพบว่าเอนไซม์ตับบางชนิดที่เพิ่มขึ้นจากพิษแคดเมียมมีระดับลดลง รวมถึงลดการสะสมแคดเมียมในอวัยวะ และลดปฏิกิริยาทำลายไขมันในเซลล์ ซึ่งเป็นตัวชี้วัดหนึ่งของความเสียหายจากภาวะเครียดออกซิเดชัน ผลการศึกษาจึงสนับสนุนศักยภาพของมะขามป้อมในการช่วยปกป้องเซลล์จากพิษเฉียบพลันของแคดเมียมภายใต้เงื่อนไขการทดลอง
ส่วนงานศึกษาเกี่ยวกับตะกั่วในหนูอีกฉบับ พบว่าการให้สารสกัดผลมะขามป้อมก่อนรับตะกั่ว ช่วยลดความถี่ของความผิดปกติบริเวณหัวอสุจิเมื่อเทียบกับกลุ่มที่ได้รับตะกั่วเพียงอย่างเดียว ถือเป็นหลักฐานเบื้องต้นเกี่ยวกับการลดผลกระทบต่อเซลล์สืบพันธุ์จากโลหะหนัก ซึ่งสามารถนำไปศึกษาต่อยอดได้
อย่างไรก็ตาม ภญ.อาสาฬาย้ำว่า งานวิจัยทั้งสองฉบับเป็นการศึกษาในสัตว์ทดลอง และให้มะขามป้อมก่อนรับสารพิษ จึงยังไม่สามารถสรุปว่าการรับประทานมะขามป้อมช่วยขับโลหะหนักหรือรักษาภาวะพิษในมนุษย์ได้ อีกทั้งไม่สามารถนำขนาดที่ใช้ในสัตว์ทดลองมากำหนดเป็นขนาดรับประทานสำหรับประชาชนโดยตรง
นอกจากงานศึกษาด้านสุขภาพ ยังมีงานวิจัยนำเปลือกหุ้มเมล็ดมะขามป้อมมาใช้เป็นวัสดุชีวภาพดูดซับไอออนตะกั่วและแคดเมียมในสารละลายน้ำ ซึ่งเป็นการดูดซับโลหะหนักภายนอกร่างกาย ต้องแยกออกจากผลของการรับประทานมะขามป้อม โดยสะท้อนโอกาสพัฒนาวัสดุจัดการสารปนเปื้อนในสิ่งแวดล้อม แต่ต้องประเมินประสิทธิภาพ ความปลอดภัย และความเหมาะสมก่อนนำไปใช้จริง
สำหรับความกังวลต่อสถานการณ์น้ำท่วมและมลพิษทางน้ำในจังหวัดปราจีนบุรี ภญ.อาสาฬาระบุว่า วัตถุดิบสมุนไพรของอภัยภูเบศรไม่ได้รับผลกระทบ เนื่องจากมีเครือข่ายแหล่งปลูกกระจายอยู่ทั่วประเทศ และวางแผนจัดหาวัตถุดิบล่วงหน้า โดยก่อนเพาะปลูกมีการตรวจสอบดิน น้ำ และสภาพแวดล้อมที่เกี่ยวข้อง เพื่อประเมินความเหมาะสมและความเสี่ยงต่อการปนเปื้อน
เมื่อรับวัตถุดิบเข้าสู่กระบวนการผลิต มีฝ่ายควบคุมคุณภาพตรวจสอบการปนเปื้อนโลหะหนักและสารตกค้างจากยาฆ่าแมลง ควบคู่กับการควบคุมคุณภาพระหว่างผลิตตามขั้นตอนและมาตรฐานที่กำหนด ก่อนตรวจสอบผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปอีกครั้งเพื่อส่งถึงมือผู้บริโภค
“อภัยภูเบศรจึงขอให้ผู้บริโภคมั่นใจว่า ผลิตภัณฑ์ที่ออกสู่ตลาดผ่านระบบตรวจสอบคุณภาพทุกล็อตการผลิต รวมถึงการตรวจวิเคราะห์โลหะหนักและสารตกค้างจากยาฆ่าแมลงให้เป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐานที่กำหนด โดยให้ความสำคัญกับความปลอดภัยตลอดกระบวนการ ตั้งแต่ต้นทางวัตถุดิบจนถึงผลิตภัณฑ์สำเร็จรูป” ภญ.อาสาฬากล่าว
ทั้งนี้ ประชาชนที่สงสัยว่าได้รับโลหะหนักควรเข้ารับการประเมินจากบุคลากรทางการแพทย์ พร้อมหลีกเลี่ยงแหล่งสัมผัสสารปนเปื้อน ส่วนการใช้สมุนไพรควรพิจารณาตามหลักฐานและความเหมาะสมกับสุขภาพของแต่ละบุคคล โดยไม่ใช้ทดแทนการตรวจวินิจฉัยหรือการรักษาภาวะพิษโลหะหนัก


