นายกฯ ชูความมั่นคงทางอาหารเป็นโอกาสประเทศไทย ชี้อาหารสำคัญที่สุดในสถานการณ์โลกผันผวน ดันเกษตรกรมีรายได้–คุณภาพชีวิตดีขึ้น พร้อมเชิญชวนร่วมมหกรรมพืชสวนโลกอุดรธานี
วันเสาร์ที่ 31 ตุลาคม 2569 เวลา 09.05 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวในรายการ “คุยกับนายกฯ อนุทิน” ถึงความสำคัญของความมั่นคงทางอาหารว่า ท่ามกลางสถานการณ์ความขัดแย้งและความไม่แน่นอนในหลายภูมิภาคของโลก สิ่งสำคัญที่สุดสำหรับประชากรคืออาหาร โดยประเทศไทยมีความอุดมสมบูรณ์ด้านอาหาร สามารถส่งอาหารไปยังแทบทุกภูมิภาคของโลกได้ จึงเป็นโอกาสที่ประเทศไทยจะนำเสนอศักยภาพด้านความมั่นคงทางอาหาร และทำให้ทั่วโลกมีความต้องการอาหารจากประเทศไทย
นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ประเทศไทยต้องวางโครงสร้างต่าง ๆ ให้ดีขึ้น เพื่อรองรับโอกาสด้านอาหาร โดยเกษตรกรซึ่งเป็นผู้ผลิตอาหารต้องมีรายได้เพิ่มขึ้น มีเงินใช้ มีเงินออม และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
นายกรัฐมนตรีกล่าวถึงการนำวาระแห่งชาติด้านการเกษตรไปหารือและเปิดตัวนโยบายในการประชุมคณะรัฐมนตรีนอกสถานที่ ณ จังหวัดอุดรธานี เนื่องจากจังหวัดอุดรธานีเป็นศูนย์กลางของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ พร้อมระบุว่าในปีนี้ราคาข้าวและผลผลิตทางการเกษตรอยู่ในเกณฑ์ดี ประเทศไทยจึงควรนำเสนอความเป็นประเทศที่มีความมั่นคงทางอาหาร
โอกาสนี้ นายกรัฐมนตรียังเชิญชวนประชาชนให้ความสนใจมหกรรมพืชสวนโลกที่จะจัดขึ้นที่จังหวัดอุดรธานี โดยระบุว่าเป็นมหกรรมที่มีความสำคัญในระดับนานาชาติ เป็นเวทีแลกเปลี่ยนความรู้เกี่ยวกับสินค้าและพืชผลทางการเกษตร รวมถึงมีกิจกรรมทางวิชาการอีกมากมาย
นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรียังได้กล่าวถึงการปิดด่านชายแดนและสถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชาว่า การปิดด่านชายแดนมีส่วนช่วยป้องกันการลักลอบนำเข้าสินค้าเกษตรที่อาจส่งผลกระทบต่อราคาผลผลิตของเกษตรกรไทย เพราะในอดีตมีปัญหาการลักลอบนำเข้าผลผลิตทางการเกษตรที่ผิดกฎหมาย ซึ่งส่งผลกระทบต่อราคาและการแข่งขันของผลผลิตที่เกษตรกรไทยผลิตได้ ส่วนการฟื้นฟูความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศยังต้องพิจารณาจากหลายปัจจัย โดยขณะนี้ยังมีประเด็นที่ต้องหารือและสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ประเทศไทยก่อน ทั้งเรื่องผลประโยชน์ของชาติ พื้นที่ทางทะเลที่มีทรัพยากรธรรมชาติ ตลอดจนการป้องกันปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติและเครือข่ายสแกมเมอร์ที่สร้างความเสียหายต่อเศรษฐกิจและประชาชน พร้อมย้ำว่าการดำเนินนโยบายต้องคำนึงถึงผลประโยชน์ของประเทศเป็นสำคัญ และไม่ควรเร่งฟื้นฟูความสัมพันธ์หากยังไม่สามารถสร้างความเชื่อมั่นได้อย่างเพียงพอ


