xs
xsm
sm
md
lg

“ศิริโชค” ขุดขุมทรัพย์ “ไท่หยาง” ลงทุนคริปโต 178 ล้านบาท แต่ไม่มีในบัญชีแจ้ง ป.ป.ช.

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



“ศิริโชค โสภา” ขุดพบ “ไท่หยาง จาง” สามี “สส.ไอเดียร์” เคยลงทุนในคริปโตเคอร์เรนซี 4 โครงการ ในช่วงปี 2564-2567 มูลค่ารวม 178 ล้านบาท แต่ไม่มีในรายการบัญชีทรัพย์สินที่แจ้งต่อ ป.ป.ช. ชี้หากขายออกควรตรวจสอบเส้นเงินว่าไปจบลงที่ใคร วันนี้(31 ต.ค.) นายศิริโชค โสภา อดีต สส.พรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ก “ศิริโชค โสภา” เกี่ยวกับการตรวจสอบทรัพย์สินของนายไท่หยาง จาง สามีของ น.ส.สุชาดา ซาง แทนทรัพย์ สส.ชัยภูมิ พรรคภูมิใจไทย ซึ่งพบว่านายไท่หยางมีประวัติการลงทุนในคริปโตเคอร์เรนซี่ ถึง 4 โครงการ แต่ไม่มีการแจ้งในบัญชีทรัพย์สินที่ น.ส.สุขาดายื่นต่อ ป.ป.ช.กรณีการเข้ารับตำแหน่ง สส.แต่อย่างใด

นายศิริโชคระบุว่า ก่อนหน้านี้ได้ตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับการลงทุนของนายไท่หยางใน Shuffle ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มที่เกี่ยวข้องกับการพนันออนไลน์ รวมถึงประเด็นเหรียญ SHFL ว่าเหตุใดจึงไม่ปรากฏในบัญชีทรัพย์สินที่เปิดเผยต่อ ป.ป.ช.
ที่ผ่านมา น.ส.สุชาดา ชี้แจงว่าสามีเคยถือหุ้นใน Shuffle จริง แต่ขายหุ้นออกไปแล้วก่อนเข้ารับตำแหน่ง สส. จึงไม่มีรายการดังกล่าวในบัญชีทรัพย์สิน โดยก่อนหน้านี้มีรายงานว่า น.ส.สุชาดาระบุว่าสามีเคยถือหุ้นในบริษัทที่เกี่ยวข้องกับ Shuffle สัดส่วน 1.47% และขายออกไปก่อนที่เธอจะเข้ารับตำแหน่ง สส.

อย่างไรก็ตาม นายศิริโชคระบุว่า ประเด็นไม่ได้จบเพียงเรื่องหุ้น Shuffle เพราะเมื่อตรวจสอบประวัติการลงทุนของนายไท่หยางเพิ่มเติม พบชื่อในโครงการคริปโตอีก 3 แห่ง ได้แก่ Pendle Finance, Fluence และ Singularity ทำให้เมื่อรวมกับ Shuffle แล้ว มีโครงการที่นายไท่หยางถูกระบุชื่อเป็นผู้ลงทุนรวม 4 แห่ง


นายศิริโชคแจกแจงข้อมูลที่อ้างว่าตรวจสอบพบ ดังนี้

1. Pendle Finance (PENDLE)
นายศิริโชคระบุว่า เมื่อเดือนเมษายน 2564 Pendle ระดมทุน 3.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 125 ล้านบาท และมีชื่อนายไท่หยางเป็นหนึ่งในผู้ลงทุน โดยโครงการมีการจัดสรรเหรียญ PENDLE ประมาณ 29.5 ล้านเหรียญ หรือ 11.79% ของเหรียญทั้งหมดให้แก่กลุ่มนักลงทุน

2. Fluence (FLT)
ระบุว่าในเดือนกุมภาพันธ์ 2565 Fluence ระดมทุน 9 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 303 ล้านบาท โดยมีชื่อนายไท่หยางร่วมลงทุน ขณะที่โครงการจัดสรรเหรียญ FLT ประมาณ 254 ล้านเหรียญ หรือ 25.4% ของเหรียญทั้งหมด ให้แก่กลุ่มนักลงทุนระยะแรก

3. Singularity
นายศิริโชคระบุว่า เมื่อเดือนมิถุนายน 2566 นายไท่หยางมีชื่อเป็นผู้ลงทุนใน Singularity ซึ่งเดิมใช้ชื่อ Portal Gate ตามข้อมูลในฐานข้อมูล Crunchbase โดยโครงการดังกล่าวระดมทุนประมาณ 1.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 37 ล้านบาท

4. Shuffle (SHFL)
สำหรับ Shuffle นายศิริโชคระบุว่า เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2567 โครงการระดมทุนรอบ Seed Funding จำนวน 2.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 84 ล้านบาท จากนักลงทุน 22 ราย และมีการจัดสรรเหรียญ SHFL จำนวน 88 ล้านเหรียญ หรือ 8.8% ของเหรียญทั้งหมด ให้แก่กลุ่มผู้ร่วมลงทุนและผู้สนับสนุนระยะแรก

ข้อมูลจากฐาน Crunchbase ที่ถูกเผยแพร่ในปัจจุบัน ระบุว่า Taiyang Zhang มีประวัติการลงทุนใน Shuffle, Singularity และ Pendle Finance ขณะที่ข้อมูลดังกล่าวยังแสดงจำนวนการลงทุนที่เปิดเผยต่อสาธารณะไว้ 3 รายการ

นายศิริโชคระบุว่า เมื่อนำข้อมูลดังกล่าวกลับมาเทียบกับบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินที่นายไท่หยางยื่นต่อ ป.ป.ช. กลับพบว่า มีการแจ้งเงินลงทุนไว้ 11 รายการ รวมมูลค่าเกือบ 178 ล้านบาท โดยรายการลงทุนบางรายการมีมูลค่าเพียง 12 บาท หรือ 42 บาทก็ยังมีการแจ้งไว้ แต่ไม่พบรายการลงทุนในโครงการคริปโตทั้ง 4 แห่ง รวมถึงไม่พบการแจ้งถือครองเหรียญโทเคนดังกล่าว

“แล้วเหรียญของนายไท่หยาง จาง หายไปไหนหมด?” นายศิริโชคตั้งคำถาม พร้อมระบุว่า การลงทุนในโลกคริปโตแตกต่างจากการซื้อหุ้นทั่วไป เนื่องจากผู้ลงทุนอาจได้รับเหรียญโทเคนหรือสิทธิที่จะได้รับเหรียญตามเงื่อนไขการลงทุน และสามารถเก็บสินทรัพย์ดังกล่าวไว้ในกระเป๋าคริปโต ก่อนนำออกขายเมื่อมีมูลค่าเพิ่มขึ้น

นายศิริโชคจึงเรียกร้องให้ ป.ป.ช.ตรวจสอบว่า เหรียญโทเคนที่นายไท่หยางได้รับจากการลงทุนในโครงการต่างๆ ถูกนำไปไว้ที่ใด และหากมีการขายออกไปแล้ว ควรมีการตรวจสอบหลักฐานการขาย รวมถึงเส้นทางเงินหลังการขายว่าเงินดังกล่าวถูกโอนไปอยู่ที่ใด

ทั้งนี้ ประเด็นเกี่ยวกับทรัพย์สินและการลงทุนของนายไท่หยาง รวมถึงความเชื่อมโยงกับ Shuffle อยู่ระหว่างการถูกตั้งข้อสังเกตและตรวจสอบจากหลายฝ่าย โดยก่อนหน้านี้มีการยื่นเรื่องให้ ป.ป.ช.ตรวจสอบบัญชีทรัพย์สินของ น.ส.สุชาดาแล้ว ขณะที่เจ้าตัวและสามียืนยันแนวทางชี้แจงเกี่ยวกับการขายหุ้นก่อนเข้ารับตำแหน่ง สส.

นายศิริโชคทิ้งท้ายด้วยการเปรียบเทียบว่า “เป็นเซียนพระ แต่เปิดกรุกลับไม่มีพระสักองค์! เป็นเซียนโทเคน แต่เปิดบัญชีทรัพย์สินกลับไม่มีโทเคนสักเหรียญ!”