xs
xsm
sm
md
lg

กรมการปกครองคุมเข้มอาวุธปืนทั่วประเทศ ตรวจร้านค้า–สนามยิงปืน ตั้งจุดตรวจ 4.3 แสนครั้ง จับ 621 ราย ยึดปืน 690 กระบอก กวาดล้างปืนเถื่อนตามนโยบายรัฐบาล

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



กรมการปกครอง เผยความคืบหน้ามาตรการควบคุมอาวุธปืนตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2569 เดินหน้าตรวจสอบร้านค้าอาวุธปืนและสนามยิงปืนทั่วประเทศ ควบคู่การติดตามผู้ซื้ออาวุธปืนให้ดำเนินการออกใบอนุญาตให้มีและใช้อาวุธปืน (ป.4) ให้ถูกต้องตามกฎหมาย พร้อมบูรณาการฝ่ายปกครอง ตำรวจ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ตั้งจุดตรวจ–จุดสกัดกว่า 439,899 ครั้ง ดำเนินคดีผู้กระทำผิด 621 ราย ตรวจยึดอาวุธปืน 690 กระบอก ในจำนวนนี้เป็นปืนผิดกฎหมาย 598 กระบอก ย้ำเดินหน้าป้องกันอาวุธปืนตกไปอยู่ในมือผู้ที่ไม่ควรครอบครอง เพื่อสร้างความปลอดภัยให้แก่ประชาชน

วันที่ 30 ตุลาคม 2569 นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง เปิดเผยว่า ตามที่คณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2569 เห็นชอบมาตรการควบคุมการครอบครองและใช้อาวุธปืน ตามข้อเสนอของนายกรัฐมนตรี ภายหลังเหตุการณ์ใช้อาวุธปืนก่อเหตุรุนแรงภายในโรงเรียนในจังหวัดนนทบุรี เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2569 ซึ่งก่อให้เกิดความสูญเสียและสร้างความสะเทือนใจแก่สังคมอย่างกว้างขวาง รัฐบาลจึงกำหนดมาตรการเร่งด่วนเพื่อยกระดับการควบคุมอาวุธปืน ป้องกันไม่ให้อาวุธปืนตกไปอยู่ในมือของผู้ที่ไม่ควรครอบครอง และลดความเสี่ยงจากการนำอาวุธปืนไปใช้ก่ออาชญากรรม

โดยมาตรการสำคัญประกอบด้วย การระงับการจัดทำโครงการปืนสวัสดิการใหม่ การระงับการออกใบอนุญาตให้ซื้ออาวุธปืน (แบบ ป.3) เป็นการชั่วคราว การตรวจสอบใบอนุญาต ป.3 ที่ออกไปแล้วแต่ยังไม่มีการซื้อขายอาวุธปืน การติดตามผู้ซื้ออาวุธปืนให้ดำเนินการออกใบอนุญาตให้มีและใช้อาวุธปืน (แบบ ป.4) ตลอดจนการตรวจสอบยอดจำหน่ายอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนของร้านค้าและสนามยิงปืนทั่วประเทศ รวมถึงการบูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อเร่งปราบปรามอาวุธปืนผิดกฎหมายอย่างจริงจัง

อธิบดีกรมการปกครอง กล่าวว่า กรมการปกครองได้ขับเคลื่อนมาตรการดังกล่าวผ่านกลไกฝ่ายปกครองทั่วประเทศ โดยเฉพาะการตรวจสอบร้านค้าอาวุธปืนและสนามยิงปืน เพื่อให้การครอบครอง การจำหน่าย และการใช้เครื่องกระสุนปืนเป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด ซึ่งจากผลการตรวจสอบ ร้านค้าอาวุธปืนทั่วประเทศ จำนวน 503 ร้าน แบ่งเป็น กรุงเทพมหานคร 381 ร้าน มีอาวุธปืนที่ได้รับอนุญาต 1,747 กระบอก คงเหลือ 1,267 กระบอก และเครื่องกระสุนปืนที่ได้รับอนุญาต 2,041,762 นัด คงเหลือ 1,763,197 นัด ขณะที่ร้านค้าอาวุธปืนในต่างจังหวัด 122 ร้าน มีอาวุธปืนที่ได้รับอนุญาต 5,733 กระบอก คงเหลือ 1,120 กระบอก และเครื่องกระสุนปืนที่ได้รับอนุญาต 2,774,183 นัด คงเหลือ 868,939 นัด โดยข้อมูลดังกล่าวจะนำไปใช้ประกอบการตรวจสอบความสอดคล้องระหว่างยอดจำหน่าย ยอดคงเหลือ และใบอนุญาตที่เกี่ยวข้อง เพื่อป้องกันการซื้อขายอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย

ในส่วนของ สนามยิงปืนทั่วประเทศ มีการรายงานผลตรวจสอบจำนวน 122 แห่ง แบ่งเป็น กรุงเทพมหานคร 2 แห่ง และต่างจังหวัด 120 แห่ง โดยสนามยิงปืนในกรุงเทพมหานครมีอาวุธปืนที่ได้รับอนุญาต 34 กระบอก และเครื่องกระสุนปืนที่ได้รับอนุญาต 497,000 นัด คงเหลือ 472,600 นัด ส่วนสนามยิงปืนในต่างจังหวัดมีอาวุธปืนที่ได้รับอนุญาต 1,265 กระบอก และเครื่องกระสุนปืนที่ได้รับอนุญาต 4,716,438 นัด คงเหลือ 2,339,676 นัด ทั้งนี้ จากรายงานผลการตรวจสอบยังไม่พบการกระทำความผิด โดยกรมการปกครองจะยังคงกำกับติดตามการดำเนินกิจการให้เป็นไปตามกฎหมายอย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้ กรมการปกครองยังได้เร่งติดตามผู้ที่ได้รับใบอนุญาตให้ซื้ออาวุธปืน (แบบ ป.3) และดำเนินการซื้ออาวุธปืนแล้ว ให้มายื่นขอออกใบอนุญาตให้มีและใช้อาวุธปืน (แบบ ป.4) ให้ถูกต้องตามกฎหมาย โดยผลการดำเนินงานระหว่างเดือนสิงหาคม–ตุลาคม 2569 มีการติดตามอาวุธปืนแล้วรวม 6,806 กระบอก และดำเนินการออกใบอนุญาต ป.4 แล้ว 2,495 กระบอก สะท้อนถึงความคืบหน้าในการจัดระเบียบข้อมูลการครอบครองอาวุธปืน และการนำอาวุธปืนเข้าสู่ระบบการควบคุมตามกฎหมายอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งนี้ ได้กำชับให้นายทะเบียนท้องที่เร่งติดตามกรณีที่ยังดำเนินการไม่แล้วเสร็จอย่างต่อเนื่อง

สำหรับมาตรการปราบปรามอาวุธปืนผิดกฎหมาย กรมการปกครองได้บูรณาการกำลังฝ่ายปกครอง กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และเจ้าหน้าที่ตำรวจ ดำเนินการตั้งจุดตรวจ จุดสกัด และตรวจตราพื้นที่เสี่ยงทั่วประเทศอย่างเข้มข้น โดยระหว่างวันที่ 11 สิงหาคม–30 ตุลาคม 2569 มีการตั้งจุดตรวจและจุดสกัดรวม 439,899 ครั้ง สามารถดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดได้ 621 ราย ตรวจยึดอาวุธปืนรวม 690 กระบอก แบ่งเป็นอาวุธปืนถูกกฎหมาย 92 กระบอก และอาวุธปืนผิดกฎหมาย 598 กระบอก พร้อมเครื่องกระสุนปืนอีก 26,596 นัด ซึ่งเป็นผลจากการบูรณาการกำลังทุกภาคส่วนในการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมที่เกี่ยวข้องกับอาวุธปืนอย่างจริงจัง

อธิบดีกรมการปกครอง กล่าวเพิ่มเติมว่า การดำเนินมาตรการควบคุมอาวุธปืนของรัฐบาลมิได้มุ่งเน้นเพียงการระงับการออกใบอนุญาตใหม่เท่านั้น แต่ยังให้ความสำคัญกับการตรวจสอบอาวุธปืนที่อยู่ในระบบเดิม การควบคุมการจำหน่ายอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืน การติดตามการออกใบอนุญาตให้ถูกต้อง ตลอดจนการปราบปรามอาวุธปืนผิดกฎหมาย เพื่ออุดช่องว่างที่อาจนำไปสู่การนำอาวุธปืนไปใช้ก่อเหตุรุนแรง

“กรมการปกครองให้ความสำคัญสูงสุดกับความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน โดยจะเดินหน้าบังคับใช้กฎหมายเกี่ยวกับอาวุธปืนอย่างเข้มงวด ตรวจสอบการครอบครองและการจำหน่ายอาวุธปืนให้มีความโปร่งใส ตรวจสอบได้ พร้อมประสานความร่วมมือกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการกวาดล้างอาวุธปืนผิดกฎหมายอย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องกันเหตุรุนแรง ลดความสูญเสีย และสร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยให้แก่ประชาชน”