xs
xsm
sm
md
lg

รัฐบาลลุยปราบกากอุตสาหกรรมผิดกม. บุกรง.ระยองพบขยะอิเล็กทรอนิกส์กว่าพันตัน สั่งแจ้งความหาต้นตอ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



รัฐบาลเดินหน้าปราบกากอุตสาหกรรมผิดกฎหมาย บุกตรวจโรงงานระยองพบขยะอิเล็กทรอนิกส์ปนเศษสายไฟกว่า 1,000 ตัน กรมควบคุมมลพิษแจ้งความเอาผิด เร่งตรวจสอบต้นตอ–ป้องกันผลกระทบต่อชุมชน

วันนี้ (30 ตุลาคม 2569) นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ให้ความสำคัญเป็นพิเศษกับการแก้ไขปัญหาขยะอิเล็กทรอนิกส์และกากอุตสาหกรรมที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม สุขภาพ และความปลอดภัยของประชาชน โดยนายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้บูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตรวจสอบและควบคุมการจัดการของเสียตลอดกระบวนการ ตั้งแต่การนำเข้า การขนส่ง การคัดแยก การรีไซเคิล ไปจนถึงการกำจัดกากของเสีย รวมถึงป้องกันการลักลอบเคลื่อนย้ายกากอุตสาหกรรมไปสร้างปัญหามลพิษในพื้นที่อื่น

ล่าสุด นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้สั่งการให้ชุดเฉพาะกิจควบคุมมลพิษเร่งตรวจสอบโรงงานในจังหวัดระยอง หลังมีการเผยแพร่คลิปเหตุการณ์เผชิญหน้าระหว่างบุคคลที่เกี่ยวข้องกับโรงงานกับเจ้าหน้าที่และเครือข่ายอาสาสมัครพิทักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมหมู่บ้าน (ทสม.) โดยกำชับให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างรอบด้าน และหากพบการกระทำผิดให้ดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด

นางสาวลลิดากล่าวว่า เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2569 ชุดเฉพาะกิจควบคุมมลพิษ นำโดย พล.ต.ท.อิทธิพร โพธิ์ทอง หัวหน้าชุดปฏิบัติการเฉพาะกิจ และ ดร.จำลอง ช่วยรอด รองหัวหน้าชุดปฏิบัติการเฉพาะกิจ พร้อมเจ้าหน้าที่กรมควบคุมมลพิษ สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดระยอง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ตรวจสอบบริษัท ชิน ฮง ชิน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ตำบลมะขามคู่ อำเภอนิคมพัฒนา จังหวัดระยอง พบว่าโรงงานได้รับอนุญาตประกอบกิจการลำดับที่ 105 และ 106 สำหรับคัดแยกและบดย่อยสายไฟ ถอดแยกมอเตอร์เก่า และจัดการวัสดุที่ไม่ใช้แล้วที่ไม่เป็นของเสียอันตราย แต่ยังไม่ได้แจ้งประกอบกิจการตามที่กฎหมายกำหนด

จากการตรวจสอบพบกากอุตสาหกรรมจำนวนมากกองอยู่ภายนอกอาคาร โดยเฉพาะเศษวัสดุที่มีแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ปะปนกับเศษเปลือกสายไฟ รวมปริมาณกว่า 1,000 ตัน ซึ่งเข้าข่ายเป็นวัตถุอันตรายชนิดที่ 3 ตามพระราชบัญญัติวัตถุอันตราย พ.ศ. 2535 โดยกรมควบคุมมลพิษได้เก็บตัวอย่างกากของเสีย 7 ตัวอย่าง แบ่งเป็นภายนอกอาคาร 6 ตัวอย่าง และภายในอาคาร 1 ตัวอย่าง เพื่อตรวจวิเคราะห์ด้วยเครื่อง X-ray Fluorescence (XRF) ซึ่งผลเบื้องต้นพบองค์ประกอบของโลหะหนักบางชนิดที่เข้าข่ายเป็นวัตถุอันตรายชนิดที่ 3

นางสาวลลิดากล่าวเพิ่มเติมว่า ขณะนี้เทศบาลตำบลมะขามคู่ได้สั่งระงับใบอนุญาตประกอบกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพของโรงงานแล้ว จนกว่าจะดำเนินการได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ขณะที่กรมควบคุมมลพิษได้เข้าแจ้งความกล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน สภ.นิคมพัฒนา กรณีครอบครองวัตถุอันตรายโดยไม่ได้รับอนุญาต พร้อมประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตามตรวจสอบแหล่งที่มาและการจัดการกากของเสีย รวมถึงเฝ้าระวังการเคลื่อนย้ายวัสดุต้องสงสัย เพื่อป้องกันผลกระทบต่อประชาชนและสิ่งแวดล้อม

“รัฐบาลยืนยันว่าจะบังคับใช้กฎหมายกับการจัดการกากอุตสาหกรรมอย่างจริงจังและเสมอภาค โดยเฉพาะขยะอิเล็กทรอนิกส์และของเสียอันตรายที่อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพประชาชน การตรวจสอบครั้งนี้จะต้องดำเนินการอย่างรอบด้าน หากพบการกระทำผิดเพิ่มเติมจะดำเนินการตามกฎหมายทุกข้อหาที่เกี่ยวข้อง โดยไม่มีการละเว้น พร้อมเร่งตรวจสอบต้นตอและป้องกันไม่ให้มีการเคลื่อนย้ายกากอุตสาหกรรมไปสร้างความเดือดร้อนแก่ชุมชนอื่น” นางสาวลลิดากล่าว