xs
xsm
sm
md
lg

กมธ.ป.ป.ช.ลุยสอบเส้นเงิน "เหรียญครุฑรวย กาฬสินธุ์" ขีดเส้น 15 วัน แก้ปัญหามลพิษรง.แอสฟัลติก บุรีรัมย์

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



'โฆษก กมธ.ป.ป.ช.' แถลงเดินหน้าสอบเส้นทางเงิน"เหรียญครุฑรวย กาฬสินธุ์"  พร้อมยื่นเส้นตาย 15 วัน หน่วยงานรัฐ แก้ปัญหามลพิษ โรงงานแอสฟัลติก จ.บุรีรัมย์ 


เมื่อวันที่ (29 ต.ค.) ที่รัฐสภา นายธนาธาร ประมูลพงษ์  สส.ชลบุรี พรรคประชาชน (ปชน.) ในฐานะโฆษกคณะกรรมาธิการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ (กมธ.ป.ป.ช.) สภาผู้แทนราษฎร  แถลงผลการประชุม กมธ.ใน 2 เรื่อง คือ1.การตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่รัฐ กรณีการจัดสร้างวัตถุมงคลเหรียญครุฑรวย จ.กาฬสินธุ์ หลังประชาชนร้องเรียน โดยมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการใช้หนังสือราชการเวียนไปยังอำเภอทั้ง 18 แห่งในจ.กาฬสินธุ์ เพื่อประชาสัมพันธ์การเช่าบูชาวัตถุมงคลผ่านกำนันและผู้ใหญ่บ้าน ทำให้ประชาชนเข้าใจว่าเป็นกิจกรรมของหน่วยงานราชการ  ทั้งนี้ ผู้เสียหายได้แจ้งความดำเนินคดีแล้ว โดย กมธ.ตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับเส้นทางการเงินจากการเช่าบูชาวัตถุมงคล ซึ่งมีข้อมูลว่าเงินถูกโอนผ่านบัญชีบุคคล แทนการนำเข้าบัญชีส่วนกลางของจังหวัด ขณะที่จ.กาฬสินธุ์ ชี้แจงว่าเป็นการดำเนินการส่วนบุคคล มิใช่ภารกิจของจังหวัด จึงจำเป็นต้องตรวจสอบการใช้เอกสารราชการ เส้นทางการเงิน และบทบาทของเจ้าหน้าที่รัฐที่อาจเกี่ยวข้อง เพื่อให้เกิดความโปร่งใสและเป็นธรรมแก่ผู้เสียหาย

นายธนาธาร  กล่าวต่อว่า 2. การตรวจสอบการอนุญาตประกอบกิจการโรงงานแอสฟัลติกคอนกรีตในพื้นที่ อ.สตึก จ.บุรีรัมย์ หลังจากได้รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชนกว่า 2,000 คน ที่ได้รับความเดือดร้อนจากโรงงานผลิตแอสฟัลติกคอนกรีต ขนาดกำลังเครื่องจักรมากกว่า 1,700 แรงม้า โดยเฉพาะปัญหามลพิษทางอากาศและผลกระทบต่อสุขภาพ พร้อมตั้งข้อสังเกตถึงความโปร่งใสของกระบวนการรับฟังความคิดเห็น เนื่องจากการรับฟังความคิดเห็น ครั้งที่ 3 จัดขึ้นนอกพื้นที่ชุมชน และมีข้อร้องเรียนว่าผู้เข้าร่วมบางส่วนมิใช่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบโดยตรง  นอกจากนี้ ยังพบข้อสงสัยเกี่ยวกับการขออนุญาตประกอบกิจการ เนื่องจากมีข้อมูลการก่อสร้างโรงงานตั้งแต่ปี 2566 และเริ่มดำเนินกิจการในปี 2567 ขณะที่มีการยื่นขอใบอนุญาตประกอบกิจการในปี 2569 จึงจำเป็นต้องตรวจสอบว่าโรงงานดำเนินกิจการก่อนรับอนุญาตหรือไม่ รวมถึงการปฏิบัติหน้าที่ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ ประชาชนได้ร้องเรียนปัญหามานานกว่า 7 เดือน แต่ยังไม่ได้รับการแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรม 

นายธนาธาร กล่าวว่า ดังนั้น กมธ.ป.ป.ช.จึงเสนอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาใช้อำนาจตาม พ.ร.บ.โรงงาน พ.ศ. 2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติม โดยเฉพาะมาตรา 37 และมาตรา 39 เพื่อพิจารณามาตรการแก้ไขหรือระงับการประกอบกิจการตามเงื่อนไขของกฎหมาย รวมถึงดำเนินการตาม พ.ร.บ.การสาธารณสุข พ.ศ. 2535 เพื่อคุ้มครองสุขภาพประชาชน

อย่างไรก็ตาม ที่ประชุมมีข้อสรุปให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณามาตรการตามกฎหมายภายใน 15 วัน พร้อมติดตามความคืบหน้าการตรวจสอบและแก้ไขปัญหา เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนอย่างเป็นรูปธรรมต่อไป