กมธ.การพัฒนาเศรษฐกิจ เผยปัญหา “กองถ่ายศูนย์เหรียญ” กระทบผู้ประกอบการและแรงงานไทย แฉข้อร้องเรียนทุนต่างชาติตั้งนอมินี นำเข้าอุปกรณ์ให้เช่ากันเอง เลี่ยงระบบภาษี ขณะที่หน่วยงานรัฐยังขาดข้อมูลตรวจสอบ เตรียมติดตามศุลกากร–กรมการจัดหางานลงพื้นที่ตรวจสอบ
วันนี้ (29ต.ค.) นายอิสริยะ ไพรีพ่ายฤทธิ์ เลขานุการคณะกรรมาธิการการพัฒนาเศรษฐกิจ แถลงผลการประชุมคณะกรรมาธิการฯ กรณีการกำกับดูแลกองถ่ายศูนย์เหรียญว่า ปัญหาดังกล่าวไม่ได้ส่งผลกระทบเฉพาะอุตสาหกรรมภาพยนตร์ แต่ยังขยายวงไปถึงงานโฆษณา สารคดี การจัดอีเวนต์ และคอนเสิร์ต ซึ่งต้องใช้อุปกรณ์และแรงงานไทยตั้งแต่ระดับพื้นฐานจนถึงระดับสูง จึงเป็นการตัดโอกาสสร้างงานและพัฒนาทักษะของแรงงานในประเทศ
นายอิสริยะกล่าวว่า คณะกรรมาธิการฯ ได้เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาหารือ ครอบคลุมตั้งแต่กระบวนการนำเข้าอุปกรณ์จนถึงการออกใบอนุญาตทำงาน พบข้อจำกัดสำคัญคือ กรมศุลกากร ซึ่งมีหน้าที่ตรวจสอบการนำเข้าอุปกรณ์ และกรมการจัดหางาน ซึ่งรับผิดชอบการออกใบอนุญาตทำงานให้ชาวต่างชาติ ยังไม่มีข้อมูลหรือระบบสถิติสำหรับตรวจสอบปัญหานี้อย่างจริงจังและเป็นรูปธรรม
นอกจากนี้ ที่ประชุมได้รับข้อมูลว่า มีกลุ่มทุนต่างชาติเข้ามาจัดตั้งบริษัทที่เข้าข่ายนอมินี ด้วยทุนจดทะเบียนประมาณ 2 แสนบาท และมีข้อกล่าวหาเกี่ยวกับการนำเข้าอุปกรณ์ถ่ายทำมาให้เช่ากันเองภายในกลุ่ม โดยไม่ผ่านระบบภาษีอย่างถูกต้อง รวมถึงไม่ได้รับบัตรส่งเสริมการลงทุนจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือ BOI แต่กลับนำอุปกรณ์มารับงานแข่งขันกับผู้ประกอบการที่ปฏิบัติตามกฎหมาย ส่งผลกระทบอย่างหนักต่อรายได้ของผู้ประกอบการและบุคลากรไทย
นายอิสริยะกล่าวด้วยว่า ตัวแทนผู้ประกอบการได้ส่งข้อมูลสำคัญให้กรมศุลกากรและกรมการจัดหางาน ซึ่งมีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมายในการตรวจสอบแล้ว โดยคาดว่าทั้งสองหน่วยงานจะเร่งลงพื้นที่ตรวจสอบสถานที่เก็บอุปกรณ์ถ่ายทำที่ต้องสงสัยในเร็ว ๆ นี้ และคณะกรรมาธิการฯ จะติดตามความคืบหน้าอย่างใกล้ชิดต่อไป


