“ณัฐยา” เตือนแก้กฎหมาย 3 กองทุน–ไทยพีบีเอส กระทบกลุ่มเปราะบาง สุขภาพ และอิสระสื่อ จี้ฟังเสียงประชาชนก่อนเดินหน้า ด้าน “ภัณฑิล” ถาม “เอกภพ” เข้าแจง กมธ.ฐานะใด หลังมาแทน “ศุภชัย”
วันนี้ ( 29 ต.ค. )น.ส.ณัฐยา บุญภักดี สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน พร้อมด้วย สส.พรรคประชาชน แถลงเตรียมเสนอญัตติด่วนต่อประธานสภาผู้แทนราษฎร ขอให้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาแนวทางปฏิรูปกฎหมาย 3 กองทุน และ 1 องค์กร ได้แก่ กองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กองทุนผู้สูงอายุ กองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ และองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย หรือไทยพีบีเอส
น.ส.ณัฐยากล่าวว่า ร่างแก้ไขกฎหมายทั้ง 4 ฉบับเสนอเปลี่ยนแหล่งรายได้จากเงินบำรุงที่จัดเก็บจากภาษีบาป เป็นการขอรับงบประมาณรายจ่ายประจำปี โดยอ้างเหตุผลเรื่องวินัยการเงินการคลัง แต่พรรคประชาชนเห็นว่าอาจกระทบความต่อเนื่องของงานดูแลกลุ่มเปราะบาง ความเป็นอิสระของสื่อสาธารณะ และงานลดปัจจัยเสี่ยงด้านสุขภาพที่ต้องตรวจสอบหรือเผชิญกับธุรกิจขนาดใหญ่
นอกจากนี้ ยังไม่มีมาตรการหรือกลไกทางกฎหมายรับประกันว่า เงินส่วนที่จัดเก็บเพิ่มประมาณปีละ 1.4 หมื่นล้านบาทจะไม่หายไปจากระบบในช่วงเปลี่ยนผ่าน จึงต้องประเมินผลกระทบอย่างรอบคอบ รวมถึงภาระการคลังด้านสุขภาพในระยะยาว
น.ส.ณัฐยาระบุว่า การเปลี่ยนแหล่งงบประมาณไม่ได้แก้ปัญหาความโปร่งใสโดยตรง เพราะหน่วยงานเหล่านี้มีนายกรัฐมนตรี รองนายกรัฐมนตรี หรือรัฐมนตรีกำกับดูแล และสามารถยกระดับธรรมาภิบาลผ่านอำนาจบริหารได้อยู่แล้ว ขณะที่ผลรับฟังความคิดเห็นต่อร่างกฎหมายพบผู้ไม่เห็นด้วยในสัดส่วนกว่า 60–80% และมีภาคประชาชนออกมายื่นหนังสือคัดค้านอย่างต่อเนื่อง
“เราจึงยื่นญัตติด่วนให้ตั้ง กมธ.วิสามัญศึกษาเรื่องนี้ เพื่อให้ตกผลึกข้อเสนอที่เหมาะสม ไม่ใช้อำนาจนิติบัญญัติออกกฎหมายแบบหักด้ามพร้าด้วยเข่า” น.ส.ณัฐยากล่าว
ด้านนายภัณฑิล น่วมเจิม สส.กทม. พรรคประชาชน กล่าวถึงการชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการศาล องค์กรอิสระ องค์กรอัยการ รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน และกองทุน ว่า กมธ.เชิญนายศุภชัย ใจสมุทร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย มาให้ข้อมูล แต่นายศุภชัยไม่ได้มา และส่งนายเอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี มาชี้แจงแทน
นายภัณฑิลจึงตั้งคำถามว่า นายเอกภพเข้าชี้แจงในฐานะใด เนื่องจากร่างกฎหมายเสนอโดย สส.พรรคภูมิใจไทย พร้อมย้ำว่าองค์กรเหล่านี้สามารถถูกตรวจสอบผ่านคณะกรรมการ หน่วยงานรัฐ และกลไกของสภาได้อยู่แล้ว โดย สสส.ได้เข้าชี้แจงต่อ กมธ.ในครั้งนี้ด้วย


