xs
xsm
sm
md
lg

พรรคส้มเปิด 5 ปมกำกับกากอุตสาหกรรม-หลุมฝังกลบ หนุน ปชช.ฟ้องหน่วยงานรัฐละเลยหน้าที่ จี้ประกาศเขตควบคุมมลพิษปราจีนบุรี

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ปชน.เปิด 5 ปมกำกับโรงงาน–หลุมฝังกลบกากอุตสาหกรรม หนุนประชาชนฟ้องหน่วยงานรัฐที่ละเลยหน้าที่ จี้ประกาศเขตควบคุมมลพิษปราจีนบุรี เสนอเร่งตรวจน้ำประปา–บาดาล ฟื้นความเชื่อมั่นประชาชน

วันนี้ (29 ต.ค.) สส.พรรคประชาชน นำโดย นายพูนศักดิ์ จันทร์จำปี สส.บัญชีรายชื่อ พร้อมด้วย น.ส.นฤมาศ เปี่ยมบัณฑิต สส.ชลบุรี และนายอนุสรณ์ แก้ววิเชียร สส. นนทบุรี ร่วมแถลงปัญหามลพิษจากน้ำท่วมหลุมฝังกลบกากอุตสาหกรรมในจังหวัดปราจีนบุรี พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งตรวจสอบ แก้ไข และเยียวยาประชาชนที่ได้รับผลกระทบ

นายพูนศักดิ์กล่าวว่า เหตุการณ์น้ำท่วมตั้งแต่วันที่ 24 กันยายนที่ผ่านมา ทำให้เกิดความกังวลเรื่องการแพร่กระจายของสารปนเปื้อน กระทบสิ่งแวดล้อม สุขภาพ และรายได้ของประชาชน โดยเฉพาะผู้เลี้ยงปลาในกระชังที่ประสบปัญหาปลาตาย รวมถึงความเชื่อมั่นในการซื้อสัตว์น้ำ ทั้งที่ชาวบ้านร้องเรียนปัญหามลพิษต่อเนื่องมากกว่า 10 ปี แต่ยังเกิดเหตุซ้ำ

นายพูนศักดิ์ตั้งข้อสังเกตถึงการกำกับดูแลของรัฐ 5 ประเด็น ได้แก่ การอนุญาตตั้งหลุมฝังกลบและโรงงานรีไซเคิลในพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วม การปล่อยให้โรงงานดำเนินกิจการโดยไม่มีใบอนุญาตหรือระบบควบคุมมลพิษที่เหมาะสม การลักลอบทิ้งกากอุตสาหกรรม การอนุญาตให้ผู้ประกอบการที่เคยก่อมลพิษย้ายไปเปิดกิจการในพื้นที่ใหม่ และการขาดแผนจัดการน้ำชะขยะกับน้ำท่วมขังในหลุมฝังกลบ ซึ่งมีการประเมินปริมาณที่เกี่ยวข้องประมาณ 200,000 ลูกบาศก์เมตร พร้อมยืนยันว่าพรรคจะสนับสนุนประชาชนใช้สิทธิฟ้องหน่วยงานรัฐที่ละเลยหน้าที่ เพื่อเรียกร้องค่าเสียหายและผลักดันการฟื้นฟูสิ่งแวดล้อม

ด้าน น.ส.นฤมาศกล่าวว่า น้ำท่วมหลุมฝังกลบกระทบพื้นที่เกษตร ชุมชน และแหล่งน้ำใกล้เคียง แต่ต้องรอผลตรวจจากห้องปฏิบัติการเพื่อยืนยันชนิดและความเข้มข้นของสารปนเปื้อน โดยระหว่างลงพื้นที่เก็บตัวอย่างน้ำวันที่ 27 ตุลาคม ตนมีอาการคันและแสบผิวหนัง จึงกังวลถึงความเสี่ยงของประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ โดยเฉพาะความปลอดภัยของน้ำประปา

น.ส.นฤมาศเรียกร้องให้คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติเร่งพิจารณาประกาศเขตควบคุมมลพิษในจังหวัดปราจีนบุรี พร้อมทบทวนที่ตั้งโรงงานในพื้นที่ลุ่มต่ำ พื้นที่รับน้ำ ต้นน้ำ และใกล้ชุมชน รวมทั้งเห็นว่ายังไม่ควรเร่งขยายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC ไปยังจังหวัดอื่น จนกว่าจะควบคุมมลพิษในพื้นที่เดิมได้อย่างเป็นรูปธรรม

ขณะที่นายอนุสรณ์กล่าวถึงกรณีมีรายงานตรวจพบอะลูมิเนียมในแม่น้ำปราจีนบุรี พร้อมเสนอให้รัฐเร่งดำเนินการ 4 ด้าน คือ ตรวจคุณภาพน้ำในแม่น้ำและแหล่งน้ำดิบผลิตประปา ตรวจน้ำใต้ดินและน้ำบาดาล ตรวจระบบประปาภายในครัวเรือนทั้งท่อและถังพักน้ำ และจัดทำแผนฟื้นความเชื่อมั่นให้ร้านค้า ร้านอาหาร และผู้ผลิตน้ำดื่มที่ได้รับผลกระทบ

นายอนุสรณ์ย้ำว่า ต้องกำหนดหน่วยงานรับผิดชอบให้ชัดเจน สนับสนุนค่าใช้จ่ายในการตรวจวิเคราะห์ และเปิดเผยผลอย่างต่อเนื่อง ไม่ผลักภาระให้ท้องถิ่นเพียงฝ่ายเดียว เพราะผลตรวจครั้งเดียวไม่สามารถยืนยันความปลอดภัยในระยะยาวได้ โดยต้องติดตามจนมั่นใจว่าน้ำอุปโภคบริโภคของประชาชนได้มาตรฐานและปลอดภัย