อดีตสว. ตั้งคำถามรมว.พลังงาน ตัดค่าพรีเมี่ยมทิพย์ โดยไม่กล้าตัดค่าปรับปรุงคุณภาพน้ำมันออก ทำให้ปชช.แคลงใจว่า ยังไม่กล้าหักโรงกลั่น ปลุกเปลี่ยนแปลงโครงสร้างราคาน้ำมัน สร้างผลงานเป็นที่ประจักษ์
วันนี้ (28ต.ค.) นางสาวรสนา โตสิตระกูล อดีตสว.กทม. โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ตั้งคำถามถึง นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รมว.พลังงาน มีเนื้อหาดังนี้ รัฐมนตรีเอกนัฏจะกล้าหักโรงกลั่น ประกาศยกเลิกค่าปรับปรุงคุณภาพน้ำมันเบนซินที่ไม่เป็นธรรมกับผู้บริโภค ได้หรือไม่ ?!
รมว.เอกนัฏ พร้อมพันธุ์สร้างผลงานโดยประกาศยกเลิกค่าพรีเมี่ยมทิพย์ ที่สมมติว่ามีการนำเข้าน้ำมันสำเร็จรูปจากสิงคโปร์ ทั้งๆที่น้ำมันสำเร็จรูปกลั่นได้ในประเทศทั้งหมด แต่รัฐบาลในอดีตปล่อยให้ประชาชนถูกเอาเปรียบโดยต้องจ่ายค่าพรีเมี่ยมทิพย์มาอย่างยาวนานกว่า 20ปี ซึ่งมีค่าใช้จ่ายหลักๆประกอบด้วย 1)ค่าขนส่ง 2)ค่าประกันภัย 3)ค่าสูญเสียระหว่างทาง 4)ค่าปรับปรุงคุณภาพน้ำมัน และ 5)ค่าสำรองน้ำมันเพื่อความมั่นคง รวมประมาณ 0.90-1บาท/ลิตร
แต่รัฐมนตรีประกาศตัดพรีเมี่ยมในส่วน1-3 ยังไม่ยอมตัดค่าปรับปรุงคุณภาพน้ำมัน เบนซิน และค่าสำรองน้ำมันออกไป โดยเฉพาะค่าปรับปรุงคุณภาพเป็นตัวที่มีมูลค่ากว่า 0. 50 บาทต่อลิตร
การที่โรงกลั่นต่อสู้ไม่ให้ตัดค่าปรับปรุงคุณภาพน้ำมันเบนซินออกไป ทั้งที่ปัจจุบันน้ำมันเบนซินสำเร็จรูปของสิงคโปร์ ก็เป็นมาตรฐาน ยูโร 5 เหมือนของไทยแล้ว จึงไม่ควรมีการปรับปรุงคุณภาพอีก ค่าพรีเมี่ยมส่วนนี้ควรตัดออกไปด้วย
การที่โรงกลั่นต้องการทำมาตรฐานคุณภาพน้ำมันให้แตกต่างจากน้ำมันยูโร 5 ของ สิงคโปร์ ก็น่าจะหาเหตุอ้างเรื่องการลด PM2.5 เพิ่มเติม แต่แท้จริงแล้วน่าจะเป็นการกีดกันทางการค้า ไม่ให้มีใครนำเข้าน้ำมันเบนซินมาแข่ง ใช่หรือไม่ ?!
การที่รัฐมนตรีตัดค่าพรีเมี่ยมทิพย์ โดยไม่กล้าตัดค่าปรับปรุงคุณภาพน้ำมันออก ย่อมทำให้ประชาชนแคลงใจว่า ท่านรัฐมนตรียังไม่กล้าหักโรงกลั่น ใช่หรือไม่ ?!
หวังว่าท่านรัฐมนตรีเอกนัฏจะรีบพิจารณายกเลิกค่าปรับปรุงคุณภาพน้ำมันเบนซินโดยเร็วด้วย
สมัยที่เครือข่ายปฏิรูปพลังงานไทย และกลุ่มผีเสื้อกระพือปีกร่วมเป็นคณะทำงานเพื่อราคาน้ำมันที่เป็นธรรมในยุคของ ท่านรัฐมนตรีสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ ท่านยอมประกาศตัดค่าปรับปรุงคุณภาพน้ำมันดีเซลลงไปได้ 50 สตางค์ต่อลิตร นับเป็นผลงานที่ยังไม่มีรัฐมนตรีคนไหนทำได้มากกว่าท่าน
ส่วนท่านรัฐมนตรีเอกนัฏตัดพรีเมี่ยมทิพย์ส่วนแรกได้ 30 สต./ลิตร ก็ยังนับว่าเป็นผลงาน เด่น แต่จะเป็นผลงานที่เข้าตาประชาชนมากกว่า ถ้าท่านเอกนัฏสามารถตัดค่าปรับปรุงคุณภาพเบนซินลงได้อีก 50 สต./ลิตร และค่าสำรองน้ำมันรวมกับค่าพรีเมี่ยมทิพย์ 2 ส่วนนี้รวมกัน จะเท่ากับลดภาระประชาชนได้ 0.90 -1 บาท ทีเดียว
ท่านเอกนัฏก็จะสร้างสถิติใหม่ ว่ายังมีรัฐมนตรีที่ได้เดินหน้าเปลี่ยนแปลงโครงสร้างราคาน้ำมันที่ไม่ธรรมต่อประชาชน ได้ยิ่งกว่ารัฐมนตรีท่านก่อน
ท่านจะมีผลงานเป็นที่ประจักษ์ต่อสายตาประชาชนอย่างน้อย 1 เรื่องที่สำคัญยิ่ง


