"อนุทิน" พร้อมรับศึกซักฟอก สั่ง รมต.ถูกอภิปรายเคลียร์คิวนั่งในห้องประชุม มั่นใจแจงได้รบ.ทำเพื่อประโยชน์ปชช. แจงทักทาย “ชวน-อภิสิทธิ์-ฝ่ายค้าน” ตามมารยาท ไม่ได้ขอให้เบาๆ รับปม "ไอเดียร์“ ไม่เพลียแต่ละเหี่ยใจ ชี้ตร.จับ ”godd dam“ เหตุหลักฐานชัด โพสต์กร้าวซ้ำ ”อนุทิน มึงตายแน่“ หมายเอาชีวิตผมหรือไม่ก็ไม่รู้
วันนี้ (28ต.ค.) เมื่อเวลา 15.10 น. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่วิป 3 ฝ่ายมีมติกำหนดวันอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ในช่วงวันที่ 7-11 ธันวาคมนี้ ได้รับรายงานหรือยัง ว่า ได้วันแล้วหรือ ดีๆๆ ซึ่งเป็นข้อเสนอที่รัฐบาล ได้ตอบหนังสือไปยังประธานสภาผู้แทนราษฎร ว่าเราพร้อมตั้งแต่วันที่ 6 ธันวาคมเป็นต้นไป
เมื่อถามว่า วันที่ 7-11 ธันวาคมนี้ นายกฯ ได้กำชับรัฐมนตรีที่ถูกอภิปรายทั้งหมดอย่างไร นายกฯ กล่าวว่า ได้สั่งการแล้ว เป็นช่วงที่ทุกคนต้องเคลียร์กำหนดการของตัวเองให้หมด โดยเฉพาะ 18 คนที่ถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจ ควรจะต้องอยู่ในที่ประชุม ถ้าไม่อยู่แค่ 2 คนก็ไม่ได้ เพราะเขาเป็นผู้ที่ถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจ ต้องชี้แจงและต้องรับฟังข้อเสนอแนะ ข้อวิพากษ์วิจารณ์ ข้อกล่าวหาต่างๆของพรรคร่วมฝ่ายค้าน
เมื่อถามว่ส นายกฯ จะนั่งอยู่ตลอดใช่หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า แน่นอนครับ แต่อยู่ที่ไหนก็รับฟังได้ตลอด จะมีอยู่ช่วงหนึ่งที่จะมีการหารือ หากกำหนดการไม่เปลี่ยนแปลง แต่ดูแล้วพอบริหารจัดการได้อยู่ น่าจะเป็นวันที่ 8 ธันวาคม ซึ่งนายอันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ได้นัดแนะเบื้องต้นจะมาเยือนประเทศไทย และจะมาหารือกัน ซึ่งใช้เวลาไม่เยอะ
เมื่อถามว่า ได้วันเวลาอภิปรายชัดเจน คาดหวังอะไรต่อการอภิปรายครั้งนี้ นายกฯ กล่าวว่า ไปคาดหวังอะไรไม่ได้ ทางฝ่ายค้านก็ต้องทำหน้าที่ของตัวเองอย่างเต็มที่ ฝ่ายรัฐบาลมีหน้าที่ตอบข้อสงสัย ข้อซักถามต่างๆ ด้วยพยานหลักฐานที่มี ซึ่งเราเชื่อว่าตอบได้ เพราะรัฐบาลชุดตนมีนโยบายชัดเจน การกระทำทุกอย่างต้องเป็นประโยชน์ต่อประเทศและประชาชน เรามีความมั่นใจและเต็มใจที่จะตอบข้อสงสัยต่างๆ ในสภาผู้แทนราษฎร เพื่อให้ประชาชนรับทราบภายในเวลาพร้อมๆ กัน
เมื่อถามถึงการที่นายกฯ เข้าห้องประชุมสภา ได้มีการทักทายนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นางสาวกานดี เลียวไพโรจน์ สส.พรรคประชาธิปัตย์ นายอนุทิน กล่าวว่า ทักตลอด ไม่ใช่เรื่องใหม่เลย ตนเข้าไปก็ต้องเจอผู้แทนราษฎรในห้องประชุมสภา และต้องเดินไปหยิบบัตรเพื่อแสดงตน ซึ่งก็เดินผ่านทั้งฝ่ายค้านและรัฐบาล
“เวลาเราไม่ได้ทำหน้าที่ ก็รู้จักกันทุกคน การทักทาย ยิ้มแย้มแจ่มใสให้กัน ไม่ได้หมายความว่าทุกคนจะทำหน้าที่ ไม่ได้เป็นการเข้าไปบอกว่าโอ๊ยเบาๆ หน่อยนะ หรือไปเจรจาอะไรทั้งสิ้น วันนี้ได้เดินผ่านนายอภิสิทธิ์ และ นายชวนหลีกภัย ยังไงก็ต้องยกมือไหว้ ถ้าเดินผ่านแล้วไม่มองหน้าเลย อันนี้ผู้สื่อข่าวต้องถามว่าอะไรเกิดขึ้น” นายอนุทินกล่าว
นายอนุทิน กล่าวต่อว่า ตนยังได้เดินผ่าน นายยอดชาย พึ่งพร สส.ชลบุรี พรรคประชาชน ที่เคยมาทักตนเรื่องปัญหาเสื้อวินมอเตอร์ไซค์สีน้ำเงิน เห็นไหม ตนก็ฟังสส. ก็คือประชาชน เขาทักว่าเรื่องเสื้อกั๊กสีน้ำเงินทำได้อย่างไร เมื่อตนฟังแล้วก็เห็นว่าไม่เข้าท่าจริงๆ พอไปถามก็ทราบว่ามีการดำเนินการเช่นนั้นจริงๆ และตนบอกว่าถ้าเป็นการดำเนินการโดยคำสั่งของอำเภอ หรือของอะไรทั้งหลายก็ต้องยกเลิก และแก้ไขให้ถูกต้อง อันนี้คือการเปิดกว้าง ซึ่งเราแยกแยะได้
“ส่วนเรื่องการตรวจสอบ ถามว่าทำอย่างนี้แล้ว คุณยอดชาย จะยกมือไว้วางใจผมหรอ ซึ่งผมไม่คิดเลย นับได้เลยเขาก็เป็นหนึ่งมือที่ทำหน้าที่ฝ่ายค้าน แต่ถ้าเป็นเรื่องประโยชน์ของประชาชน ผู้แทนราษฎรคนไหนทักมา หรือเดินไปตามถนนแล้วมีประชาชนทักมาก็มีนะ ยื่นเป็นจดหมายน้อยหรือหนังสือมา หรือบางทีเข้ามาทักทาย และพูดให้ฟัง ผมก็นำกลับไปคิดหมด ตรงไหนแก้ไขได้ก็แก้ให้ทันที” นายกรัฐมนตรีกล่าว
เมื่อถามถึงการยืนคุยกับ นางสาวสุชาดา ซาง แทนทรัพย์ หรือ สส.ไอเดียร์ มีการพูดคุยกำชับอะไรเป็นพิเศษหรือไม่ เพราะปมที่เกิดมีผลกระทบต่อภาพลักษณ์พรรคภูมิใจไทย นายกฯ กล่าวว่า ต้องทำตามกฎหมายทุกอย่าง หน้าที่ของเขาในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เมื่อถึงเวลาที่กฎหมายกำหนด ก็ต้องยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินให้กับ ป.ป.ช. หากตรงไหนมีข้อสงสัยประการใด ทรัพย์สินที่ถูกเปิดเผยประชาชนสามารถเรียกร้องให้ ป.ป.ช. ทำการตรวจสอบได้ แต่ต้องให้หน่วยงานที่เขาไปยื่นตรวจสอบ เช่นถ้าสงสัยเรื่องทรัพย์สินก็ต้องให้ ป.ป.ช.ตรวจสอบ หากสงสัยเรื่องที่มาที่ไปของการเป็สส. หรือการบริจาคเข้าพรรคเป็นอย่างไร เบื้องหน้าเบื้องหลังเป็นอย่างไร ก็ไปถามที่ กกต. ซึ่งพรรคก็ต้องรายงาน กกต.ได้ แต่การไปสรุปกันเองหรือหาข้อมูลที่อื่นมาเอง ซึ่งก็เป็นข้อมูลที่ไม่เป็นทางการ แต่ข้อมูลที่เป็นทางการจะมีหน่วยงานกำกับดูแล ถ้าเป็นเรื่องพรรคการเมืองก็ กกต. ถ้าเป็นเรื่องปัจเจกบุคคล ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง และเป็นเรื่องทรัพย์สินก็ ป.ป.ช. ทุกอย่างมีที่ไป ถ้าใครสงสัยอะไรก็ตามก็ไปร้องหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
เมื่อถามว่าเรื่องดังกล่าวทำให้นายกฯ เหนื่อยใจหรือไม่ ในฐานะเป็นหัวหน้าพรรค นายอนุทิน กล่าวว่า เหนื่อยใจไหม ไม่เหนื่อย เพราะว่าไปแล้วไม่เกี่ยวกับตน แต่ก็ละเหี่ยใจตรงที่ว่า เพลีย เด็กยุคนี้รู้จักคำว่าละเหี่ยใจไหม คล้ายๆว่ามันควรเป็นเรื่องสร้างสรรค์ เรื่องปากท้อง ประชาชนที่เขาเดือดร้อน การเยียวยาเป็นอย่างไร ประกันภัยที่ทำให้นายกฯ ไปดูหรือยัง เกิดภัยแล้วประกันจ่ายเลยหรือไม่ ประกันปฏิเสธไหมเบี้ยวไหม อย่างนี้เป็นต้น นี่คือหน้าที่ของคนดูแลพี่น้องประชาชนพึงจะกระทำ
”อย่างเมื่อวาน เรื่องน้ำชา 7 ล้าน หากไม่ออกมาชี้แจงก็ไม่ได้ เพราะถ้าไม่ชี้แจงคนก็กดแชร์ไปเรื่อย ไม่ได้ทำสิ่งที่มีประโยชน์เลย แต่ถือว่าเป็นเรื่องที่ดีเพราะประชาชนที่ไม่รู้ที่มาที่ไป จะได้รู้ ที่มาที่ไปว่าเป็นอย่างไร ซึ่งเป็นการเริ่มเล่นเกมนอกกติกา นอกมารยาท“
ส่วนที่ นายชัยรัตน์ ออกมาปฏิเสธว่าไม่ใช่เจ้าของเพจ Godd dam นั้น นายอนุทิน ระบุว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องของตำรวจ เพราะตำรวจไม่ได้ไปจับตามคำสั่งตน เพราะถ้าตนจะแจ้งความต้องไปแจ้งคนที่แชร์เป็นหลักก่อน
ส่วนนาย Godd dam (นายชัยรัตน์) ที่ออกมาโพสต์ข้อมูลว่าตนรับเงิน 7 ล้านบาทค่าน้ำชามา แต่ธนาคารที่เขาอ้างถึงก็ออกมาปฏิเสธ มันก็เกิดความผิดทันที ในฐานะใช้ช่องทางอิเล็กทรอนิกส์เผยแพร่ข้อมูลข่าวสาร ที่ทำให้ผู้อื่นเสียหาย ซึ่งตนไม่รู้เขาคิดอย่างไร เพราะธนาคารชี้แจงว่าไม่ใช่ สังคมพิสูจน์ว่าไม่ใช่ เริ่มพิสูจน์ไม่ได้ เขาก็ลบโพสต์นั้นไป และมาโพสต์อีกทีว่า “อนุทิน มึงตายแน่” ยิ่งหนักเข้าไปใหญ่ เขาโดนเพราะเรื่องนี้ ถือเป็นการข่มขู่ มุ่งหวังจะเอาชีวิตตนหรือไม่ก็ไม่รู้ ตำรวจจึงไปดำเนินการ พร้อมย้ำว่า คนแชร์ต่างหากที่ตนจะต้องไปดำเนินการแจ้งความ


