“รักชนก” สวนกลับกรณีถูกยื่นร้องจริยธรรมปมแชร์โพสต์ “Godd Dam” ลั่นไม่ได้ยืนยันข้อเท็จจริง เพียงต้องการให้รัฐบาลชี้แจง ย้อน “ศุภชัย” ไม่เคยตักน้ำใส่กะโหลกชะโงกดูเงาตัวเอง เคยแถลงกล่าวหา “พริษฐ์” ปมเอกสารคดีโกง สว. แต่ยังไม่เคยขอโทษ ชี้ "อนุทิน" ก็เคยเคยแชร์ข้อมูลเท็จ หากใช้มาตรฐานเดียวกันต้องยื่นร้องตรวจสอบด้วย
วันที่ 28 ต.ค. 2569 น.ส.รักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก กรณีถูกกลุ่มนักร้องและ สส.บางส่วนยื่นเรื่องให้ตรวจสอบจริยธรรมจากกรณีแชร์โพสต์ของเพจ “Godd Dam” โดยตั้งคำถามถึงนายศุภชัย ใจสมุทร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ซึ่งมีส่วนในการยื่นเรื่องตรวจสอบดังกล่าว พร้อมระบุว่า เหตุใดนายศุภชัยจึงสามารถร้องเรียนเรื่องจริยธรรมบุคคลอื่นได้ ทั้งที่ในอดีตเคยมีกรณีที่ น.ส.รักชนกมองว่าเข้าข่ายการเผยแพร่ข้อมูลที่ไม่เป็นความจริง
"ดิฉันสงสัยจริงๆ คนอย่าง ‘นายศุภชัย ใจสมุทร’ มีหน้ากล้าไปร้องจริยธรรมคนอื่นได้อย่างไร กล้าตรวจสอบจริยธรรมคนอื่น แต่ดูเหมือนจะไม่เคยตักน้ำใส่กะโหลกชะโงกดูพฤติกรรมหรือสำรวจจริยะธรรมของตัวเองกับพวกโดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องแชร์ข้อมูลปลอม เพราะนายศุภชัย ใจสมุทร คือคนที่ไปยืนแถลงข่าวในสภา ใช้พื้นที่ที่ควรพูดเพื่อประโยชน์ของสาธารณะพูดเพื่อประชาชน ใช้พื้นที่สภาพื้นที่สื่อใส่ร้าย สส.พริษฐ์ วัชรสินธุ เรื่องเผยแพร่เอกสารสำคัญในคดีโกง สว. ซึ่ง สส.พริษฐ์ ไม่เคยทำอย่างที่นายศุภชัยกล่าวหา และตั้งแต่วันนั้นจนถึงวันนี้ ยังไม่มีการแถลงการร์ขอโทษ ไม่มีการขอโทษอย่างเป็นทางการ พอใครถามถึงเรื่องที่นายศุภชัยแถลงเท็จ ก็จะทนความอายตอบตรงๆไม่ไหวทำกล่อมแกล้มทำเปลี่ยนเรื่องไป" น.ส.รักชนกระบุ
ทั้งนี้ น.ส.รักชนกได้นำโพสต์ของนายพริษฐ์มาอ้างถึงกรณีดังกล่าว โดยนายพริษฐ์เคยชี้แจงว่า นายศุภชัยแถลงข้อมูลคลาดเคลื่อนเกี่ยวกับประเด็นการเผยแพร่เอกสารในสำนวนคดีโกง สว. พร้อมยืนยันว่าไม่เคยพูดหรือเปิดเผยเอกสารดังกล่าว
สำหรับกรณีของตัวเอง น.ส.รักชนกยืนยันว่า การแชร์โพสต์จากเพจ “Godd Dam” ไม่ได้หมายความว่าเป็นการยืนยันข้อเท็จจริงตามเนื้อหาที่ปรากฏในโพสต์ แต่เห็นว่าข้อกล่าวหาที่ถูกนำเสนอเป็นเรื่องที่รัฐบาลควรออกมาชี้แจงต่อสาธารณะ
น.ส.รักชนกระบุด้วยว่า แม้ไม่ได้ยืนยันข้อเท็จจริง แต่เมื่อเรื่องดังกล่าวเผยแพร่สู่สาธารณะแล้ว ในฐานะผู้แทนราษฎรย่อมถูกประชาชนวิพากษ์วิจารณ์ได้ และพร้อมรับการตรวจสอบจากประชาชน อย่างไรก็ตาม เห็นว่าการที่มีนักร้องและ สส.บางส่วนเดินหน้ายื่นตรวจสอบจริยธรรมต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ในกรณีนี้ อาจมีประเด็นเรื่องการใช้มาตรฐานที่แตกต่างกัน
น.ส.รักชนกยังตั้งคำถามว่า หากต้องการสร้างบรรทัดฐานเรื่อง “Media Literacy” หรือการรู้เท่าทันสื่อให้กับสังคม ก็ควรตรวจสอบนักการเมืองทุกฝ่ายที่เคยมีพฤติกรรมในลักษณะเดียวกัน ไม่ใช่เลือกตรวจสอบเฉพาะกรณีของตนเอง พร้อมยกกรณีของนายศุภชัย และนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ว่าเคยมีกรณีที่เกี่ยวข้องกับการเผยแพร่ข้อมูลซึ่งภายหลังมีการชี้แจงหรือแก้ไขข้อเท็จจริง
โดย น.ส.รักชนกยกตัวอย่างกรณีนายอนุทินเคยออกมาขอโทษประชาชนและยอมรับว่ามีความบกพร่องด้านการสื่อสาร หลังพูดถึงประเด็น “ไทยก็มีรุกล้ำกัมพูชา” รวมถึงกรณีการแชร์โพสต์เกี่ยวกับการช่วยเหลือน้ำท่วมที่ภายหลังเจ้าของผลงานออกมาชี้แจงข้อเท็จจริง และกรณีการแชร์โพสต์เกี่ยวกับผลงานของนายทักษิณ ชินวัตร ซึ่งนายอนุทินระบุภายหลังว่าเป็นการกดแชร์โดยไม่ได้ตั้งใจ
นอกจากนี้ น.ส.รักชนกยังยกกรณีที่ น.ส.ภคมน หนุนอนันต์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน เคยออกมาโต้แย้งนายกรัฐมนตรี กรณีการนำข้อมูลเกี่ยวกับสถานการณ์น้ำท่วม อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา มาอภิปราย โดยกล่าวหาว่าเป็นข้อมูลเท็จ
น.ส.รักชนกจึงเสนอว่า หากมีการยื่นเรื่องจริยธรรมกรณีของตนเอง ก็ควรยื่นตรวจสอบนายศุภชัยและนายอนุทินไปพร้อมกัน เพื่อให้ ป.ป.ช.วางบรรทัดฐานเดียวกัน และหากเห็นว่าการแชร์ข้อมูลโดยไม่ได้ยืนยันข้อเท็จจริงเป็นความผิดถึงขั้นต้องถูกตัดสิทธิทางการเมือง ก็ควรพิจารณากรณีผู้ที่เป็นต้นทางหรือเผยแพร่ข้อมูลที่ภายหลังถูกตั้งข้อสงสัยว่าเป็นข้อมูลเท็จด้วย
“กรณีแชร์จะวางหลักว่าผิด ต้องตัดสิทธิ์การเมือง งั้นกรณีเป็นต้นทางข่าวปลอมเองก็ควรต้องตัดสิทธิ์ยาวไปจนถึงชาติหน้าและชาติถัดไปด้วย” น.ส.รักชนกระบุ
น.ส.รักชนกยังกล่าวหาว่า การยื่นร้องเรียนในกรณีของตนอาจถูกนำมาใช้เป็น “เครื่องมือทางการเมือง” เพื่อเล่นงานพรรคประชาชน หลังเกิดจุดบกพร่องขึ้น พร้อมตั้งข้อสังเกตถึงกรณีอื่นที่เกี่ยวข้องกับนักการเมืองซึ่งถูกกล่าวหาหรือมีประเด็นเกี่ยวกับเว็บพนัน แต่กลับไม่ได้เห็นการยื่นตรวจสอบในลักษณะเดียวกัน


