วันนี้(27 ต.ค.)ผู้สื่อข่าวรายงานว่า โครงการมหกรรมพืชสวนโลกทั้งจังหวัดอุดรธานีและนครราชสีมา กำลังถูกจับตาอย่างหนักในประเด็นความคุ้มค่าของการใช้เงินภาษีประชาชน หลังปรากฏตัวเลขกรอบงบประมาณหลายพันล้านบาท ขณะที่โครงการประชาสัมพันธ์และบริหารจัดการพืชสวนโลกอุดรธานีมีสัญญาจ้างรวม 338.8 ล้านบาท และยังมีโครงการเพิ่มเติมที่มีราคากลางประมาณ 254 ล้านบาท ก่อนมีรายงานว่าถูกยกเลิกเมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 2569
คำถามสำคัญคือ รัฐบาลและกระทรวงเกษตร ฯ จะพิสูจน์ความคุ้มค่าอย่างไร หรือประชาชนต้องรับรู้เพียงตัวเลขงบประมาณและตัวเลขเงินสะพัดที่คาดการณ์ไว้เท่านั้น?
พืชสวนโลกอุดรธานี 2569 กรอบงบประมาณ 2,500 ล้านบาท พืชสวนโลกนครราชสีมา 2572 กรอบงบประมาณ 4,281 ล้านบาท งานประชาสัมพันธ์และบริหารจัดการอุดรธานี สัญญาที่เกี่ยวข้องรวม 338.8 ล้านบาทโครงการประชาสัมพันธ์เพิ่มเติม ราคากลางประมาณ 254 ล้านบาท ก่อนมีรายงานว่ายกเลิกโครงการ
ตัวเลขเหล่านี้ทำให้ต้องตั้งคำถามว่า การใช้เงินระดับหลายพันล้านบาทมีการประเมินผลตอบแทนอย่างรอบด้านแล้วหรือไม่ และมีหลักประกันอะไรว่าเม็ดเงินที่ลงทุนไปจะสร้างประโยชน์กลับคืนสู่ประชาชนอย่างคุ้มค่า
งบพีอาร์ 338.8 ล้าน ยังขอเพิ่มอีก 254 ล้าน ต้องตอบให้ได้ว่าเพิ่มเพื่ออะไร โดยข้อมูลการจัดซื้อจัดจ้างระบุว่า บริษัท มีเดีย ไอ แอม จำกัด ซึ่งปัจจุบันเปลี่ยนชื่อเป็น บริษัท เอ็มดีไอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด ได้รับสัญญาที่เกี่ยวข้องกับงานประชาสัมพันธ์และบริหารจัดการกิจกรรมพืชสวนโลกอุดรธานี 2 สัญญา รวม 338.8 ล้านบาท ขณะเดียวกัน ยังมีโครงการเพิ่มเติมที่มีราคากลางประมาณ 254 ล้านบาท โดยมีข้อมูลระบุว่ามีการสืบราคาจากบริษัทแห่งเดียว ก่อนมีรายงานว่าโครงการถูกยกเลิก
ประเด็นนี้ไม่ควรถูกปล่อยให้จบเพียงคำชี้แจงสั้น ๆ แต่ต้องเปิดข้อมูลให้ตรวจสอบว่า เหตุใดงบประมาณเดิมจึงไม่เพียงพอ? งานที่ขอเพิ่มซ้ำซ้อนกับสัญญาเดิมหรือไม่? ราคากลางคำนวณจากต้นทุนและหลักเกณฑ์ใด? เหตุใดจึงสืบราคาจากบริษัทแห่งเดียว? เมื่อยกเลิกโครงการแล้ว มีค่าใช้จ่ายเกิดขึ้นไปแล้วเท่าไร? การตั้งคำถามเหล่านี้ไม่ใช่การกล่าวหาว่ามีการทุจริต แต่เป็นสิทธิของประชาชนที่จะได้รับคำตอบ เมื่อโครงการใช้เงินแผ่นดินจำนวนมาก
กรณีที่นายวัชระพล ขาวขำ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ชี้แจงว่า งานพืชสวนโลกอุดรธานีคาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวประมาณ 3 ล้านคน สร้างเม็ดเงินหมุนเวียนกว่า 20,000 ล้านบาท และก่อให้เกิดการจ้างงานมากกว่า 80,000 ตำแหน่ง พร้อมระบุว่าการขอเพิ่มงบประชาสัมพันธ์เป็นไปตามคำแนะนำของสมาคมพืชสวนระหว่างประเทศ (AIPH) ต้องแยกให้ออกว่า เงินหมุนเวียนทางเศรษฐกิจไม่ใช่เงินที่รัฐบาลได้รับกลับคืนทั้งหมด และตัวเลขคาดการณ์ไม่ใช่ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจริงแล้ว
หากจะยืนยันว่าคุ้มค่า รัฐบาลต้องแสดงให้เห็นถึงวิธีคำนวณ ผลประโยชน์สุทธิที่เกิดขึ้นจริง ต้นทุนทั้งหมด และผลกระทบต่อภาระงบประมาณในระยะยาว ไม่ใช่หยิบเฉพาะตัวเลขที่ดูสวยงามมาอธิบายการลงทุน กรมวิชาการเกษตรในฐานะหน่วยงานดำเนินโครงการ ควรเปิดเผยสัญญาจ้าง ราคากลาง ขอบเขตงาน ผลงานส่งมอบ และหลักเกณฑ์คัดเลือกผู้รับจ้างอย่างครบถ้วน
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ควรชี้แจงเหตุผลของการใช้งบประมาณเพิ่มเติม ส่วนหน่วยงานงบประมาณและหน่วยงานตรวจสอบที่เกี่ยวข้องควรตรวจสอบความจำเป็น ความซ้ำซ้อน และความคุ้มค่าของการใช้จ่าย นอกจากนี้ ต้องตอบให้ได้ว่าหลังจบงาน ใครจะเป็นผู้รับผิดชอบดูแลพื้นที่ สิ่งปลูกสร้าง และค่าใช้จ่ายบำรุงรักษา เพราะหากไม่มีแผนรองรับที่ชัดเจน สิ่งที่ตั้งใจสร้างให้เป็นประโยชน์ระยะยาวก็อาจกลายเป็นภาระงบประมาณของรัฐในอนาคต
เพราะวันนี้ไม่มีใครปฏิเสธการพัฒนา หรือไม่ต้องการเห็นงานพืชสวนโลกประสบความสำเร็จ แต่การพัฒนาต้องไม่ใช่ข้ออ้างให้สังคมตั้งคำถามเรื่องการใช้งบประมาณไม่ได้ เมื่อเป็นเงินภาษีประชาชน รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องพร้อมเปิดเผยข้อมูลและพิสูจน์ความคุ้มค่าด้วยข้อเท็จจริง
อย่าบอกแค่ว่าจะมีเงินสะพัดเท่าไร แต่ต้องตอบให้ได้ว่าใช้เงินประชาชนไปเท่าไร ได้อะไรกลับมา และคุ้มค่าจริงหรือไม่!


