xs
xsm
sm
md
lg

"เรืองไกร" ร้อง ป.ป.ช.สอบ "ไอซ์" แชร์สลิปปลอม เข้าข่ายฝ่าฝืนจริยธรรมหรือไม่

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



"เรืองไกร" ร้อง ป.ป.ช. สอบ "ไอซ์ รักชนก" โพสต์ FB แชร์สลิปปลอมอ้างโอนเงิน 7 ล้านให้นายกฯ เข้าข่ายฝ่าฝืนจริยธรรม หรือไม่

วันนี้( 27 ต.ค.) นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ เปิดเผยว่า ได้ส่งหนังสือทางไปรษณีย์ EMS เพื่อขอให้ ป.ป.ช. รีบดำเนินการตรวจสอบนางสาวรักชนก ศรีนอก สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ว่ามีการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรงตามความในรัฐธรรมนูญ มาตรา 235 วรรคหนึ่ง (1) ประกอบกฎหมายที่เกี่ยวข้อง หรือไม่ เนื่องจาก ข้อเท็จจริงปรากฏเป็นข่าวโดยทั่วไปแล้ว และถือเป็นความปรากฏต่อ ป.ป.ช. ด้วยว่าประมาณวันที่ 26 ต.ค. 69 นางสาวรักชนก ศรีนอก ซึ่งเป็นสส.ชุดที่ 27 ได้โพสต์เฟซบุ๊กของตนเอง ด้วยข้อความว่า “อยู่ๆก็มี เรื่องราวให้นอนไม่หลับ” พร้อมทั้งแนบข้อความและภาพจากเพจ Godd Dam ที่กล่าวหานายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ด้วยข้อความที่ต่อมาได้มีการยอมรับว่า ข้อความและภาพดังกล่าวเข้าข่ายเป็นการนำข้อมูลเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน การกระทำของนางสาวรักชนก ศรีนอก ดังกล่าว จึงอาจเข้าข่ายเป็นการกระทำความผิดตามความในพ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 มาตรา 14 (5) และอาจเข้าข่ายมีพฤติการณ์ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมฯ ข้อ 15 และข้อ 17 ประกอบข้อ 27 วรรคสอง ซึ่งอยู่ในหน้าที่และอำนาจการตรวจสอบของ ป.ป.ช.

"เมื่อย้อนไปตรวจสอบดูบัญชีทรัพย์สินของนายอนุทิน ชาญวีรกูล ที่เคยเก็บไว้ โดยนำเลขที่บัญชีธนาคารที่ถูกกล่าวอ้างด้วยความเท็จมาตรวจสอบกับบัญชีทรัพย์สินที่ยื่นต่อ ป.ป.ช. แต่ละครั้ง ก็พบว่า ไม่ตรงกับเลขบัญชีธนาคารที่ยื่นไว้แต่อย่างใด กรณีดังกล่าว ย่อมอยู่ในวิสัยที่นางสาวรักชนก ที่สามารถตรวจสอบได้เช่นกัน ดังนั้น นางสาวรักชนก จึงควรรู้อยู่แล้วก่อนที่จะทำการเผยแพร่หรือส่งต่อข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเข้าข่ายความผิดตามความในพ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 มาตรา 14 (1) (5)"

ทั้งนี้ พ.ร.ป.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 48 วรรคหนึ่ง และมาตรา 87 วรรคหนึ่ง กำหนดให้เมื่อความปรากฏต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. ไม่ว่าจะมีการกล่าวหาหรือไม่ ว่ามีการกระทำความผิดที่อยู่ในหน้าที่และอำนาจของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. ดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจโดยพลัน โดยในกรณีที่จำเป็นต้องมีการไต่สวน ต้องไต่สวนและมีความเห็นหรือวินิจฉัยให้แล้วเสร็จภายในกำหนดเวลาที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. กำหนด ซึ่งต้องไม่เกินสองปี นับแต่วันเริ่มดำเนินการไต่สวน และเมื่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. ไต่สวนและมีความเห็นว่า ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ หรือผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง ให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. เสนอเรื่องต่อศาลฎีกาเพื่อวินิจฉัย กรณีตามคำร้องนี้ จึงเป็นความปรากฏที่ ป.ป.ช. ควรทราบอยู่แล้ว ดังนั้น ซึ่งในคำร้องนี้ ได้แนบสำเนาข่าวที่จะเป็นพยานหลักฐานบางส่วนให้ ป.ป.ช. ดำเนินการต่อไปตามความในรัฐธรรมนูญมาตรา 235 (1) และกฎหมายที่เกี่ยวข้องและขอให้ ป.ป.ช. ขยายผลไปตรวจสอบสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรรายอื่นที่มีความปรากฏว่ากระทำการในลักษณะเดียวกันกับนางสาวรักชนก ศรีนอก ด้วย