xs
xsm
sm
md
lg

"บังซุป" ได้ที บี้ปมจริยธรรม "ไอซ์" แชร์สลิปปลอม จี้ "ศิริโชค" แจงเคยอวยเพจ Godd Dam

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



“ศุภชัย” ซัด แชร์สลิปโอนเงิน 7 ล้านปลอม ตั้งคำถามจริยธรรมร้ายแรง “ไอซ์ รักชนก” จี้ “ศิริโชค” แจงปมอวยเพจ Godd Dam


นายศุภชัย ใจสมุทร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงกรณีเพจ Godd Dam เผยแพร่ภาพสลิปโอนเงิน 7 ล้านบาท โดยกล่าวอ้างว่าเป็นการโอนเงินให้นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ว่าเป็นเรื่องที่สังคมต้องตั้งคำถามอย่างจริงจัง หลังมีการระบุว่าธนาคารกสิกรไทยไม่พบเลขบัญชีผู้รับเงินตามภาพสลิปในระบบ และการโอนเงินผ่าน K PLUS มีวงเงินสูงสุด 5 ล้านบาทต่อวัน

“หลักฐานทางธนาคารชัดขนาดนี้ แล้วคนที่รีบแชร์ คนที่เคยยกย่องเพจ จะพูดอย่างไร?” นายศุภชัยตั้งคำถาม พร้อมกล่าวถึงกรณี น.ส.รักชนก ศรีนอก สส.พรรคประชาชน นำโพสต์ดังกล่าวไปแชร์พร้อมข้อความว่า “อยู่ๆก็มี เรื่องราวให้นอนไม่หลับ” โดยถามกลับว่า ก่อนแชร์ได้ตรวจสอบอะไรบ้าง หรือเพียงเพราะเป็นข่าวที่กล่าวหานายกรัฐมนตรี จึงเห็นว่าน่าเชื่อถือเพียงพอที่จะส่งต่อให้ประชาชน

นายศุภชัยย้ำว่า ผู้ดำรงตำแหน่ง สส. ไม่ใช่เพียงผู้ใช้เฟซบุ๊กทั่วไป แต่ทุกข้อความที่เผยแพร่มีผลต่อความเชื่อมั่นของประชาชน และต้องมีความรับผิดชอบทางจริยธรรม จะอ้างว่าเพียงแชร์แล้วจบไม่ได้

ขณะเดียวกัน นายศุภชัยยังตั้งคำถามถึงนายศิริโชค โสภา อดีต สส.พรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งมีรายงานว่าเคยยกย่องเพจ Godd Dam ว่าเป็นเพจคุณภาพ ชื่นชมคนเบื้องหลังว่ามีฝีมือ และกล่าวถึงความเป็นพันธมิตรกัน โดยระบุว่า เมื่อเพจที่เคยได้รับคำชื่นชมตกเป็นประเด็นเผยแพร่สลิปที่เป็นของปลอม ก็ควรตอบคำถามต่อสังคมให้ชัดเจน

“เพจคุณภาพที่คุณเคยชื่นชม คุณใช้มาตรฐานอะไรตัดสิน? คนเบื้องหลังที่คุณยกย่องว่ามีฝีมือ วันนี้คุณยังยืนยันคำชื่นชมนั้นหรือไม่? และคำว่าพันธมิตรที่คุณเคยกล่าวถึง มีความหมายและขอบเขตความสัมพันธ์อย่างไร?”

นายศุภชัยย้ำว่า คำถามเหล่านี้ไม่ได้หมายความว่านายศิริโชคเกี่ยวข้องกับการจัดทำสลิป แต่เมื่อเคยออกหน้าชื่นชมเพจต่อสาธารณะ ก็สมควรชี้แจงต่อสาธารณะเช่นกัน ไม่ใช่ปล่อยให้สังคมตั้งคำถามอยู่ฝ่ายเดียว

“อย่าทำให้มาตรฐานการตรวจสอบทางการเมืองกลายเป็นว่า ข่าวกล่าวหาฝ่ายที่ตัวเองไม่ชอบ รีบแชร์ รีบเชียร์ แต่พอความจริงปรากฏ กลับเงียบเสียง!”

นายศุภชัยระบุว่า ตนสนับสนุนการตรวจสอบนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี และนักการเมืองทุกคนอย่างเต็มที่ หากมีหลักฐานว่าทุจริตก็ต้องดำเนินคดีโดยไม่ละเว้น แต่การตรวจสอบกับการเผยแพร่ข้อมูลเท็จเป็นคนละเรื่องกัน พร้อมเตือนว่าอย่าใช้คำว่าเสรีภาพเป็นข้ออ้างให้ขาดความรับผิดชอบ และอย่าใช้คำว่าตรวจสอบทุจริตมาเป็นข้ออ้างในการเผยแพร่ข่าวปลอม อย่าเอายอดไลก์ยอดแชร์มาแทนพยานหลักฐาน!

นายศุภชัยเรียกร้องให้ตรวจสอบกรณีนี้อย่างถึงที่สุดว่า ใครเป็นผู้จัดทำสลิป ใครเผยแพร่ ใครรู้เห็น และใครมีเจตนาส่งต่อข้อมูลทั้งที่ทราบว่าเป็นเท็จ โดยต้องให้กระบวนการยุติธรรมพิจารณาตามพยานหลักฐาน ขณะเดียวกัน ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองก็ต้องตอบคำถามเรื่องความรับผิดชอบและจริยธรรมของตนเอง

“อย่าเก่งแต่ตรวจสอบคนอื่น แต่พอถึงเวลาตรวจสอบตัวเองกลับหาข้ออ้างสารพัด! สลิปปลอมอาจทำขึ้นได้ในไม่กี่นาที แต่ความน่าเชื่อถือที่เสียไป ไม่ใช่สิ่งที่จะเรียกคืนได้ด้วยการลบโพสต์!” นายศุภชัยกล่าว