xs
xsm
sm
md
lg

"เปรมศักดิ์" จี้สอบสธ.ล็อกสเปกเครื่องมือแพทย์–ฟอกไต อ้าง 8 ล.แลกผู้ตรวจฯ ปูดอิทธิพล “ชั้น 3–4–5” โยงแต่งตั้ง

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



“สว.เปรมศักดิ์” จี้สอบข้อร้องเรียน สธ. ปมล็อกสเปกเครื่องมือแพทย์–บริการฟอกไต อ้างข้อมูลเงินแลกตำแหน่งผู้ตรวจฯ สูงถึง 8 ล้านบาท ตั้งคำถามอิทธิพล “ชั้น 3–4–5” โยงแต่งตั้งโยกย้าย เรียกร้อง “อนุทิน” ตรวจสอบ เปิดหลักเกณฑ์คัดเลือกให้โปร่งใส

วันนี้ (26 ต.ค. )  นพ.เปรมศักดิ์ เพียยุระ สมาชิกวุฒิสภา แถลงเรียกร้องให้ผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุขตรวจสอบข้อร้องเรียนเกี่ยวกับการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการ การจัดซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์ และบริการฟอกไต หลังได้รับข้อมูลตั้งข้อสงสัยว่าอาจมีการใช้ตำแหน่งและงบประมาณเป็นเครื่องต่อรองผลประโยชน์ พร้อมขอให้นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เข้ามาตรวจสอบเรื่องนี้ด้วยตนเอง

นพ.เปรมศักดิ์กล่าวว่า สัปดาห์ที่ผ่านมามีการถอนวาระแต่งตั้งผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข 4 ตำแหน่ง ออกจากการพิจารณาของคณะรัฐมนตรี แต่ได้รับข้อมูลว่าอาจนำรายชื่อชุดเดิมกลับเสนอในวันที่ 27 ต.ค. จึงต้องการให้เปิดเผยว่าได้ทบทวนข้อทักท้วงแล้วหรือไม่ รวมถึงใช้หลักเกณฑ์ด้านอาวุโส ผลงาน และความรู้ความสามารถอย่างไร หากใช้ระบบฟาสต์แทร็กต้องอธิบายเหตุผลให้ตรวจสอบได้

ทั้งนี้ ขอให้ นพ.สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ตรวจสอบว่าการแต่งตั้งโยกย้ายเกี่ยวข้องกับการจัดซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์มูลค่าสูงในเขตสุขภาพที่ 10 ซึ่งครอบคลุมจังหวัดอุบลราชธานี ยโสธร อำนาจเจริญ ศรีสะเกษ และมุกดาหารหรือไม่ โดยเป็นพื้นที่ที่ปลัดกระทรวงคนปัจจุบันเคยรับราชการ

นพ.เปรมศักดิ์ระบุว่า ได้รับข้อมูลตั้งข้อสงสัยว่ามีบุคคลอ้างถึงผู้บริหาร โดยเสนอว่าหากโรงพยาบาลซื้ออุปกรณ์จากบริษัทที่เชื่อมโยงกับผู้มีอำนาจ จะช่วยให้ได้รับการพิจารณาขึ้นสู่ตำแหน่งระดับสูงหรือไม่ ซึ่งอาจเป็นการแอบอ้างของบุคคลภายนอก จึงต้องตรวจสอบข้อเท็จจริง รวมถึงข้อสงสัยเรื่องการกำหนดคุณลักษณะเฉพาะเอื้อผู้ขายบางราย หรือให้โรงพยาบาลดำเนินการตามข้อตกลงที่เจรจาไว้ล่วงหน้า

“ตำแหน่งบริหารไม่ควรถูกใช้เป็นอำนาจต่อรองในการจัดซื้อจัดจ้าง” นพ.เปรมศักดิ์กล่าว พร้อมย้ำว่าโรงพยาบาลต้องมีอิสระเลือกอุปกรณ์ที่เหมาะสมและเป็นประโยชน์ต่อผู้ป่วย ภายใต้ระเบียบและมาตรฐานเดียวกัน

สำหรับบริการฟอกไตและล้างไต รวมถึงบริการที่ใช้งบประมาณสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) นพ.เปรมศักดิ์ขอให้ตรวจสอบหลักเกณฑ์ขึ้นทะเบียนหน่วยบริการ การจัดสรรงบประมาณ และการเบิกจ่าย ว่ามีความชัดเจนและปฏิบัติต่อผู้ให้บริการอย่างเสมอภาคหรือไม่ พร้อมเปิดเผยข้อมูลจัดซื้อจัดจ้างและการคัดเลือกบริษัท เพื่อให้ตรวจสอบเส้นทางการเงินและความสัมพันธ์ทางธุรกิจ โดยต้องไม่กระทบสิทธิและความต่อเนื่องในการรักษาของผู้ป่วย

นพ.เปรมศักดิ์ยังตั้งคำถามถึงความเป็นธรรมในการโยกย้าย โดยยกกรณีผู้อำนวยการโรงพยาบาลอุดรธานี ซึ่งตนอ้างว่าได้รับข้อมูลว่ามีความเห็นไม่ตรงกับผู้มีอำนาจ ก่อนถูกย้ายไปโรงพยาบาลขนาดเล็กกว่าในจังหวัดเลย รวมถึงกรณีผู้บริหารโรงพยาบาลอุตรดิตถ์ถูกย้ายไปภาคใต้ จึงขอให้ชี้แจงเหตุผลและความเหมาะสมของแต่ละคำสั่ง

นอกจากนี้ ยังอ้างว่าได้รับข้อมูลทางลับเกี่ยวกับกระบวนการเข้าสู่ตำแหน่งผู้อำนวยการโรงพยาบาลและผู้บริหารสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด ที่เรียกว่า “สอบเข้าตะกร้า” โดยมีข้อกล่าวอ้างว่าต้องจ่ายเงินตั้งแต่เข้าสู่บัญชีรายชื่อ เมื่อถูกหยิบชื่อมาพิจารณา และก่อนเข้าสู่ตำแหน่ง สำหรับตำแหน่งผู้ตรวจราชการมีการกล่าวอ้างถึงยอดรวม 8 ล้านบาท หรือ “8 กิโล” ส่วนตำแหน่งอื่นอยู่ที่ 1–5 ล้านบาท

อย่างไรก็ตาม น.พ.เปรมศักดิ์ได้ตั้งคำถามว่า หากต้องเสียเงินเพื่อเข้าสู่ตำแหน่ง จะทำให้เกิดแรงจูงใจแสวงหาผลประโยชน์คืนผ่านการจัดซื้อจัดจ้างหรือไม่ พร้อมยกคดีทุจริตยาในอดีตวงเงิน 1,400 ล้านบาท เป็นเหตุผลว่าข้อสงสัยลักษณะนี้ไม่ควรถูกมองข้าม แม้ข้อร้องเรียนครั้งนี้จะแตกต่างกัน

นพ.เปรมศักดิ์กล่าวอีกว่า ได้รับข้อมูลว่ามีการขอให้ผู้บริหารโรงพยาบาลจัดซื้ออุปกรณ์บางรายการมูลค่าหลายร้อยล้านบาทตามคุณลักษณะที่กำหนด หากไม่ดำเนินการอาจถูกโยกย้ายไปพื้นที่ห่างไกล จึงขอให้คุ้มครองข้าราชการที่ทักท้วงโดยสุจริต รวมถึงตรวจสอบข้อมูลที่ว่าอดีตผู้บริหารกระทรวงซึ่งรวมตัวสะท้อนปัญหา ถูกข่มขู่หรือต่อรองจนไม่สามารถทักท้วงได้เต็มที่

ส่วนข้อร้องเรียนเกี่ยวกับบุคคลแวดล้อมฝ่ายบริหาร นพ.เปรมศักดิ์กล่าวว่า มีข้อมูลอ้างถึงการติดต่อเรื่องตำแหน่งและงบประมาณผ่านบุคคลใน “ชั้น 3–4–5” โดยชั้น 3 เกี่ยวข้องกับผู้บริหารข้าราชการประจำ ชั้น 4 เกี่ยวข้องกับบุคคลแวดล้อมรัฐมนตรี และชั้น 5 มีข้อกล่าวอ้างถึงบุคคลที่ไม่มีตำแหน่งในกระทรวง แต่มีอิทธิพลในการประสานงาน

นพ.เปรมศักดิ์ยังกล่าวอ้างถึง “ที่ปรึกษา จ.” และ “นายก ด.” โดยเชื่อมโยงบุคคลหลังกับจังหวัดเพชรบูรณ์ พร้อมขอให้ตรวจสอบบทบาทและการแอบอ้างอำนาจ ทั้งนี้ ข้อมูลที่นำมาแถลงไม่ได้ระบุชื่อ–นามสกุลให้ยืนยันตัวบุคคลได้ชัดเจน โดยเห็นว่าแม้รัฐมนตรีจะแสดงจุดยืนไม่เกี่ยวข้อง ก็ควรตรวจสอบบุคคลแวดล้อมด้วย

“อย่าคิดว่าจะปิดฟ้าด้วยฝ่ามือ ผมเคยพยายามตรวจสอบผ่านการตั้งกระทู้ถาม แต่รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องไม่ได้มาตอบ จึงต้องนำประเด็นมาแถลงต่อสาธารณะ” นพ.เปรมศักดิ์กล่าว

นพ.เปรมศักดิ์ยังยกกรณี นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ ซึ่งถูกดำเนินการทางวินัยเกี่ยวกับการจัดซื้อชุดตรวจโควิด-19 หรือ ATK ระหว่างนำทีมแพทย์ชนบทตรวจประชาชนในกรุงเทพฯ โดยระบุว่ากระบวนการสอบสวนเริ่มในสมัย นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ ก่อนมีคำสั่งปลดออกในสมัย นพ.สมฤกษ์ และ นพ.สุภัทรได้ร้องขอความเป็นธรรมต่อสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.)

นพ.เปรมศักดิ์กล่าวว่า กรณีนี้มีข้อทักท้วงเรื่องความเป็นธรรม โดยอ้างว่าการจัดซื้อมีเป้าหมายบริการประชาชนและได้ราคาต่ำกว่าตลาด ต่อมา นพ.ศักดา อัลภาชน์ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข ลงนามหนังสือเกี่ยวกับการยกเลิกคำสั่งปลดออกตามเรื่องที่ได้รับจาก ก.พ. จนนำไปสู่ความเห็นไม่ตรงกันระหว่างปลัดกระทรวงกับรองปลัดกระทรวง

นพ.เปรมศักดิ์ย้ำว่า ต้องการให้เกิดการตรวจสอบอย่างโปร่งใส เปิดเผยหลักเกณฑ์แต่งตั้งโยกย้าย รับฟังทั้งข้าราชการปัจจุบันและผู้เกษียณอายุ และไม่ให้ความสัมพันธ์ส่วนตัวมีน้ำหนักเหนือผลงาน เพราะหากความไม่เป็นธรรมกระทบการทำงานของโรงพยาบาล ผู้ได้รับผลกระทบสุดท้ายคือประชาชน