สภากห. รับทราบแผนความพร้อมรบ เหล่าทัพ ทบ.เปิดยุทธศาสตร์ 70–80 พัฒนาศักยภาพ ทันสมัย ทอ.พัฒนาทางอากาศ อวกาศ ไซเบอร์ เทคโนโลยีอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ รองรับภัยคุกคามใหม่ รมว.กห. ย้ำสำคัญวิจัยและนวัตกรรมด้านความมั่นคง ต่อยอดสู่อุตสาหกรรมป้องกันประเทศ ย้ำ ใช้งบ 70 โปร่งใส ให้เตรียมข้อมูลแจงซักฟอก
วันนี้ (22ต.ค.) พลโท อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รมว.กลาโหม เป็นประธานการประชุมสภากลาโหม ครั้งที่ 7/2569 ณ ห้องภาณุรังษี ศาลาว่าการกลาโหม
โดยมี พลเอก ศรัณย์ เพชรานนท์ ปลัดกระทรวงกลาโหม พลเอก อุกฤษฏ์ บุญตานนท์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด พลเอก พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบก พลเรือเอก นเรศ วงศ์ตระกูล ผู้บัญชาการทหารเรือ พลอากาศเอก เสกสรร คันธา ผู้บัญชาการทหารอากาศ พร้อมด้วยนายทหารระดับสูงของกระทรวงกลาโหม และเหล่าทัพ ร่วมประชุม เพื่อติดตามผลการดำเนินงานและขับเคลื่อนภารกิจสำคัญด้านความมั่นคงของประเทศ
ในด้าน ความมั่นคงและการพัฒนากองทัพ ที่ประชุมติดตามสถานการณ์ความมั่นคงในภูมิภาค สถานการณ์ตามแนวชายแดน และการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้
โดยพลโท อดุลย์ กำชับให้ทุกหน่วยติดตามและประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ทบทวนแผนเผชิญเหตุ เตรียมความพร้อมทั้งกำลังพล ยุทโธปกรณ์ และระบบสนับสนุน พร้อมบูรณาการข้อมูลข่าวสารเพื่อให้สามารถตอบสนองต่อสถานการณ์ได้อย่างทันท่วงที โดยคำนึงถึงความปลอดภัยของกำลังพลและประชาชนเป็นสำคัญ
สำหรับการพัฒนาขีดความสามารถของกองทัพ กองทัพบกได้รายงานยุทธศาสตร์กองทัพบก พ.ศ. 2570–2580 มุ่งพัฒนาสู่กองทัพที่มีศักยภาพ ทันสมัย เป็นที่เชื่อมั่นของประชาชน และเป็นหนึ่งในกองทัพบกชั้นนำของภูมิภาค
ขณะที่กองทัพอากาศนำเสนอแนวทางพัฒนาขีดความสามารถด้านกำลังทางอากาศ อวกาศ ไซเบอร์ และเทคโนโลยีสมัยใหม่ ควบคู่กับการพัฒนากำลังพลและส่งเสริมอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ เพื่อรองรับภัยคุกคามรูปแบบใหม่และเสริมสร้างความมั่นคงในระยะยาว
นอกจากนี้ ที่ประชุมยังให้ความสำคัญกับการวิจัยและนวัตกรรมด้านความมั่นคง เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการพึ่งพาตนเองและต่อยอดสู่อุตสาหกรรมป้องกันประเทศ พร้อมกำชับการบริหารงบประมาณประจำปี 2570 ให้เป็นไปอย่างโปร่งใส คุ้มค่า ตรวจสอบได้ รวมถึงเตรียมข้อมูลข้อเท็จจริงและผลการดำเนินงานสำหรับการชี้แจงต่อรัฐสภาอย่างครบถ้วน
ทั้งนี้พลโท อดุลย์ ย้ำว่า กองทัพมีบทบาทเป็นผู้สนับสนุนการทำงานของหน่วยงานที่รับผิดชอบ โดยใช้ศักยภาพด้านกำลังพลและยุทโธปกรณ์เข้าช่วยเหลือประชาชนอย่างเต็มความสามารถ เพื่อให้การฟื้นฟูเกิดผลอย่างเป็นรูปธรรมและทั่วถึง


