"อนุทิน" เอาจริงแก้ปัญหาชายแดนใต้ สั่งทุกหน่วยงานทบทวนจุดอ่อน ลดความซ้ำซ้อน บูรณาการทำงานเป็นเอกภาพ ย้ำความปลอดภัยประชาชนต้องมาก่อน เดินหน้าพูดคุยสันติสุข ไม่ยอมรับความรุนแรง
วันนี้ (วันพฤหัสบดีที่ 22 ตุลาคม 2569) เวลา 11.00 น. ณ ห้องสีเขียว ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล นายเอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมหัวหน้าหน่วยงานด้านการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ (จชต.) ซึ่งจัดขึ้นโดยสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) โดยมีนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรี เข้าร่วมประชุมผ่านระบบออนไลน์ พร้อมด้วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เลขาธิการนายกรัฐมนตรี เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ หัวหน้าคณะพูดคุยสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ ผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ผู้บัญชาการทหารบก เสนาธิการทหารบก ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ รองเลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ รองแม่ทัพภาคที่ 4 และผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม
นายกรัฐมนตรีกล่าวในที่ประชุมว่า แม้สถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ในภาพรวมมีแนวโน้มลดลงเมื่อเทียบกับอดีต แต่ยังคงเกิดเหตุการณ์ความไม่สงบอย่างต่อเนื่อง ซึ่งส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของประเทศ โดยเฉพาะความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนและเจ้าหน้าที่รัฐ อีกทั้งยังเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการพัฒนาพื้นที่อย่างเต็มศักยภาพ
นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำว่า การแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ให้ประสบผลสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรม จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกหน่วยงาน โดยต้องขับเคลื่อนการดำเนินงานอย่างเป็นเอกภาพ มีเป้าหมายและทิศทางเดียวกัน หากแต่ละหน่วยงานดำเนินการตามแนวทางของตนเองโดยขาดการบูรณาการ อาจทำให้ปัญหามีความซับซ้อนมากยิ่งขึ้น จึงได้เรียกประชุมหัวหน้าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในครั้งนี้ เพื่อร่วมกันกำหนดกรอบแนวทางและประเด็นสำคัญในการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาในปีงบประมาณ 2570 ให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรมโดยเร็ว
ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีได้เปิดโอกาสให้ทุกหน่วยงานร่วมกันเสนอความคิดเห็น แลกเปลี่ยนข้อมูล และพิจารณาแนวทางการดำเนินงาน เพื่อให้การแก้ไขปัญหาเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ โดยให้ความสำคัญกับการสร้างความปลอดภัยและความสงบสุขในพื้นที่ ควบคู่กับการพัฒนาคุณภาพชีวิต เพื่อให้ประชาชนสามารถดำรงชีวิตและประกอบอาชีพได้อย่างมั่นคงและปลอดภัย
ในช่วงท้ายการประชุม นายกรัฐมนตรีได้กำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกันทบทวนปัญหาและจุดอ่อนจากการดำเนินงานที่ผ่านมา เพื่อนำมาปรับปรุงแนวทางการแก้ไขปัญหาให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น โดยเฉพาะการปรับกลไกการบริหารจัดการให้มีความชัดเจน ลดความซ้ำซ้อนระหว่างหน่วยงาน และเร่งดำเนินการตามกฎหมายกับผู้กระทำความผิด เพื่อสร้างความปลอดภัยและความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชนในพื้นที่
สำหรับกระบวนการสร้างสันติสุข นายกรัฐมนตรียืนยันให้เดินหน้าการพูดคุยสันติสุขอย่างต่อเนื่อง โดยยึดมั่นในกรอบรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยและหลักบูรณภาพแห่งดินแดน พร้อมย้ำจุดยืนไม่ยอมรับการใช้ความรุนแรงในการแก้ไขปัญหา และให้เสริมสร้างความร่วมมือและการพูดคุยกับมาเลเซีย เพื่อสนับสนุนกระบวนการสร้างสันติสุขในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้
นายกรัฐมนตรีย้ำว่า การแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ต้องอาศัยความร่วมมืออย่างจริงจังจากทุกภาคส่วน โดยทุกหน่วยงานต้องทำงานร่วมกันอย่างเป็นเอกภาพ เพื่อให้การดำเนินงานเกิดผลสัมฤทธิ์ที่ชัดเจน โดยมีเป้าหมายสำคัญในการยุติความรุนแรง สร้างความปลอดภัยและความสงบสุขให้แก่ประชาชน ซึ่งจะเป็นรากฐานสำคัญในการขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม ตลอดจนยกระดับคุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชนในจังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างยั่งยืน


