เรื่องขยะพิษที่ปราจีนบุรี ตอนนี้มีประเด็นที่ชวนให้ติดตามมากกว่าเรื่องโรงงานปล่อยมลพิษ น้ำเน่า ปลาตายแล้ว เพราะคราวนี้ รัฐมนตรีที่ออกมาประกาศเปิดสงครามกับ “ทุนเทา” เจ้าของโกดังขยะ ก็คือ “เสี่ยเฮ้ง” สุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
“เสี่ยเฮ้ง” ประกาศชัดว่า ไม่กลัวเสียเพื่อน ใครทำผิดต้องจัดการให้หมด ถ้าทำงานไม่ได้ ก็ไม่รู้จะเป็นรัฐมนตรีไปเพื่ออะไร
ฟังแล้วต้องบอกว่า เป็นคำประกาศที่หนักแน่น ยิ่งเห็นสีหน้าท่าทางประกอบการพูดด้วยแล้ว ต้องบอกว่าดูจริงจัง ไม่จิงโจ้
แต่เราจะรู้ได้อย่างไรว่า สงครามครั้งนี้จะเอาจริง และจะไม่จบลงเหมือนหลายๆ ครั้งที่ผ่านมา ที่มีข่าวตรวจโรงงาน สั่งปิดชั่วคราว แต่พอคล้อยหลังก็เปิดต่อ สุดท้ายประชาชนก็ยังต้องอยู่กับความกังวลเรื่องมลพิษเหมือนเดิม
ลองไล่ดูสิ่งที่ “สุชาติ” ออกมาพูดถึงเรื่องนี้กันหน่อย
เขาเล่าว่า หลังจากมีการตรวจสอบโรงงานเป้าหมายในปราจีนบุรี พบสารที่เกี่ยวข้องกับน้ำมันจำนวนมาก และมีการร้องทุกข์กล่าวโทษที่ สภ.ศรีมหาโพธิ
ส่วนกรณีเจ้าของโรงงานที่รู้จักกัน โทรศัพท์มาสอบถาม โดยอ้างว่ามีใบอนุญาตถูกต้อง และปัญหาไม่ได้เกิดจากโรงงานของตัวเอง
“สุชาติ” ระบุว่าได้แจ้งกลับไปว่า ไม่สามารถยอมรับคำอธิบายดังกล่าวได้ เพราะมีการใช้โดรนตรวจสอบ และพบว่าพนังกั้นน้ำของบริษัทแตก จึงสั่งให้ดำเนินคดี
ตรงนี้เป็นคำชี้แจงของรัฐมนตรี ขั้นต่อไปจึงต้องติดตามหลักฐานการตรวจสอบ ผลการสอบสวน และข้อเท็จจริงในคดีว่าเป็นอย่างไร
เพราะการมีใบอนุญาตประกอบกิจการ ไม่ได้หมายความว่าจะปล่อยมลพิษ หรือก่อให้เกิดความเสียหายต่อประชาชนได้ โดยไม่ต้องรับผิดชอบ
“สุชาติ” ยังประกาศว่า จะใช้มาตรการทางกฎหมายที่เข้มข้นขึ้น โดยหารือกับสำนักงาน ปปง. และผลักดันให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ “ดีเอสไอ” เข้ามาดำเนินการในกรณีที่เข้าเงื่อนไข พร้อมศึกษาการเพิ่มโทษ และการยึดทรัพย์
ทั้งหมดนี้ เป็นแนวทางที่ประกาศออกมาแล้ว ก็ต้องติดตามต่อว่าหน่วยงานจะรับเรื่องอย่างไร มีฐานความผิดใดรองรับ และจะนำไปสู่การดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องได้จริงแค่ไหน
เพราะคำว่าใช้ยาแรงนั้น ฟังดูดี แต่ยาแรงจะได้ผลหรือไม่ ต้องดูว่ามีการใช้จริงตามกฎหมาย และใช้กับทุกคนอย่างเสมอภาคหรือเปล่า
ทีนี้เรามาถึงประเด็นที่คิดว่าประชาชนมีสิทธิ์จับตาอย่างเต็มที่
“เสี่ยเฮ้ง” บอกเองว่าเป็นคนทำการเมืองมานาน รู้จักผู้คนในภาคตะวันออกจำนวนมาก และยืนยันว่า ถ้าต้องเสียเพื่อนเพราะการทำหน้าที่ก็ยอม
อันนี้คนในภาคตะวันออก ก็พอจะรู้ และสัมผัสได้ เพราะสส.ในภาคตะวันออกที่สังกัดพรรคภูมิใจไทย ส่วนใหญ่อยู่ในความดูแลของ “เสี่ยเฮ้ง”
ภาคธุรกิจก็เช่นกัน โดยเฉพาะด้านโลจิสติกส์ รถบรรทุก รถเทรลเลอร์ ที่วิ่งเข้าวิ่งออกท่าเรือ
ในโซเชียลฯ มีการเผยแพร่รูปรถบรรทุก รถหัวลาก มีสติกเกอร์รูป “รัฐมนตรีสุชาติ” ติดหราอยู่หน้ารถ ซึ่งคนในวงการรู้ดีว่า นั้นเป็นสัญญาณ “ผ่านตลอด”
ลองนึกภาพดูว่า ตู้คอนเทนเนอร์จากต่างประเทศส่งมาลงที่ท่าเรือแหลมฉบัง แล้วศุลกากร ก็ปล่อยผ่าน โดยไม่ตรวจสอบว่า ข้างในตู้เป็นสินค้าอะไร เป็นขยะอุตสาหกรรม ขยะอิเลกทรอนิกส์ ขยะพิษ หรือเปล่า
พอตู้คอนเทนเนอร์ขึ้นรถบรรทุก ก็มีสติกเอร์ “ผ่านตลอด” อีก ขยะเหล่านั้นก็ไปถึงโกดังที่หมายอย่างราบรื่น
เมื่อรูปการณ์เป็นอย่างนี้ การแสดงท่าทีขึงขัง “ประกาศสงครามขยะ” ...จะไม่ช่วยใคร... จะยอมเสียเพื่อน ก็คงจะเป็นได้แค่ “การละคร”
ขอทิ้งท้ายด้วยคำพูดของ “เสี่ยเฮ้ง” เองว่า ถ้าแก้ปัญหาขยะเต็มภาคตะวันออกไม่ได้ ก็ไม่รู้จะเป็นรัฐมนตรีไปเพื่ออะไร!


