วันนี้(21 ต.ค.)นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.3) ลงพื้นที่อำเภอแกลง จังหวัดระยอง เพื่อติดตามสถานการณ์อุทกภัย รับฟังปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน และมอบถุงยังชีพเพื่อบรรเทาผลกระทบจากน้ำท่วม พร้อมกำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์ในระยะต่อไป โดยเฉพาะการป้องกันน้ำท่วมโรงพยาบาลแกลง การดูแลระบบสาธารณสุข และการรักษาความต่อเนื่องของบริการสาธารณูปโภค
ในการประชุม ณ ที่ว่าการอำเภอแกลง นายเจเศรษฐ์รับฟังรายงานสถานการณ์อุทกภัยจากจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยมีนายไตรภพ วงศ์ไตรรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง นายอำเภอแกลง ผู้ตรวจราชการกรมโยธาธิการและผังเมือง หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดระยอง และหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม
นายเจเศรษฐ์กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีได้ย้ำแนวทางการบริหารจัดการอุทกภัย โดยให้ความสำคัญกับการป้องกันเป็นหลัก เพื่อแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบและยั่งยืนในระยะยาว ไม่ใช่เพียงการเข้าไปช่วยเหลือเมื่อเกิดความเสียหายแล้ว ดังนั้น ทุกหน่วยงานต้องเร่งประเมินความเสี่ยง วางแผนป้องกัน และเตรียมมาตรการรองรับสถานการณ์ที่อาจรุนแรงขึ้นในอนาคต
“ผมมีความห่วงใยว่าสถานการณ์ในอนาคตอาจรุนแรงกว่าที่เป็นอยู่ จึงขอให้ทุกหน่วยงานเตรียมแผนรับมือให้รอบด้าน โดยเฉพาะเรื่องการอพยพประชาชน หากสถานการณ์หนักขึ้นจะต้องมีแผนรองรับที่ชัดเจน รู้ว่าใครต้องดำเนินการอย่างไร และจะดูแลประชาชนให้ปลอดภัยได้อย่างไร”
นายเจเศรษฐ์กล่าวเพิ่มเติมว่า สิ่งที่ต้องให้ความสำคัญเป็นพิเศษคือโรงพยาบาลแกลง ซึ่งเป็นสถานพยาบาลสำคัญในการดูแลประชาชน จึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกันวางแผนดูแลระบบสาธารณสุขอย่างครบวงจร ตั้งแต่การดูแลผู้ป่วย การเตรียมแผนอพยพหากจำเป็น การบริหารจัดการและจ่ายยาให้ผู้ป่วยอย่างต่อเนื่อง ไปจนถึงการป้องกันไม่ให้น้ำเข้าพื้นที่โรงพยาบาล เพื่อให้สามารถให้บริการทางการแพทย์ได้อย่างปลอดภัยและต่อเนื่องแม้เกิดสถานการณ์ฉุกเฉิน
พร้อมกันนี้ ได้กำชับให้หน่วยงานที่รับผิดชอบเร่งประเมินความจำเป็นในการสนับสนุนงบประมาณสำหรับมาตรการป้องกันน้ำท่วมบริเวณโรงพยาบาลแกลง โดยให้พิจารณาจากสภาพความเสี่ยงและความจำเป็นเร่งด่วน เพื่อให้การป้องกันมีประสิทธิภาพและลดโอกาสที่ระบบบริการสาธารณสุขจะได้รับผลกระทบ
“นอกจากการดูแลผู้ป่วยแล้ว ขอให้ดูแลบุคลากรทางการแพทย์ ทั้งแพทย์ พยาบาล และเจ้าหน้าที่ทุกคนอย่างเต็มที่ เพราะบุคลากรเหล่านี้เป็นกำลังสำคัญในการดูแลประชาชนในช่วงวิกฤต ต้องเตรียมความพร้อมทั้งด้านความปลอดภัยและการปฏิบัติงาน เพื่อให้ระบบสาธารณสุขเดินหน้าต่อไปได้”
นอกจากนี้ นายเจเศรษฐ์ยังได้กำชับการประปาส่วนภูมิภาคให้ดูแลระบบผลิตและจ่ายน้ำประปาอย่างใกล้ชิด เตรียมความพร้อมของระบบให้สามารถให้บริการประชาชนได้อย่างต่อเนื่อง แม้เกิดสถานการณ์อุทกภัย พร้อมเร่งแก้ไขปัญหาที่อาจกระทบต่อการผลิตและการกระจายน้ำ เพื่อให้ประชาชนยังคงเข้าถึงน้ำสะอาดที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต
ภายหลังการประชุม นายเจเศรษฐ์และคณะได้ลงพื้นที่ตำบลบ้านนา อำเภอแกลง มอบถุงยังชีพจำนวน 50 ชุดแก่ประชาชนในพื้นที่วัดหนองระเจ็ด พร้อมตรวจดูสภาพความเสียหายของสะพานกระแสบนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย เพื่อติดตามปัญหาและประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาแนวทางแก้ไข ก่อนเดินทางไปมอบถุงยังชีพอีก 50 ชุด ณ องค์การบริหารส่วนตำบลทุ่งควายกิน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน
ทั้งนี้ การลงพื้นที่ครั้งนี้มุ่งเน้นทั้งการช่วยเหลือประชาชนในสถานการณ์ปัจจุบันและการเตรียมความพร้อมสำหรับความเสี่ยงในอนาคต โดยให้ทุกหน่วยงานบูรณาการการทำงานอย่างใกล้ชิด ทั้งด้านการป้องกันอุทกภัย การดูแลโรงพยาบาลและบุคลากรทางการแพทย์ การเตรียมแผนอพยพ และการรักษาระบบสาธารณูปโภค เพื่อให้ประชาชนได้รับการดูแลอย่างทั่วถึงและสามารถรับมือกับสถานการณ์ที่อาจรุนแรงขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ


