ประชุม 3 ฝ่าย ไร้ข้อยุติกรอบเวลาซักฟอก-ถกใหม่พรุ่งนี้ (22 ต.ค.) 14.00 น. “โรม” ยอมรับกรอบเวลาบีบ ต้องรื้อแผนอภิปรายใหม่ตั้งแต่ต้น
วันนี้ (21 ต.ค.) นางสาวมัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช รองประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นประธานการประชุมร่วมกับวิป 3 ฝ่าย ทั้งรัฐบาล ฝ่ายค้าน และคณะรัฐมนตรี เพื่อกำหนดกรอบระยะเวลา และวันสำหรับการเปิดอภิปรายเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรี 18 คน
โดย นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย, นางมนพร เจริญศรี สส.นครพนม พรรคเพื่อไทย เป็นผู้แทนวิปรัฐบาลเข้าร่วมประชุม, นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานวิปฝ่ายค้าน, นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน, นายณัฐวุฒิ บัวประทุม สส.อ่างทอง พรรคประชาชน และนายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ เป็นผู้แทนวิปฝ่ายค้านเข้าร่วมการประชุม และนายภราดร ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย ในฐานะรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ผู้แทนคณะรัฐมนตรีเข้าร่วมการประชุม
ขณะที่ พรรคกล้าธรรม มี นายอรรถกร ศิริลัทธยากร สส.ฉะเชิงเทรา เข้าร่วมการประชุม
การประชุมเริ่มต้นขึ้นตั้งแต่ 15.00 น. แต่ที่ประชุมยังไม่ได้ข้อสรุปได้ เนื่องจาก ฝ่ายรัฐบาล ยังคงยืนยันจุดยืนเดิมในการอภิปราย 3 วัน ตั้งแต่ 27-29 ตุลาคม และลงมติในวันที่ 30 ตุลาคม แต่ฝ่ายค้าน ยังคงยืนยันจุดยืนเดิม ในการขอใช้เวลาอภิปราย 5 วัน และลงมติอีก 1 วัน
นายรังสิมันต์ เปิดเผยระหว่างการหารือ ว่า ยังไม่มีข้อสรุป ทั้งวัน และเวลาการประชุม ซึ่งในวันพรุ่งนี้ (22 ต.ค.) จะมีการประชุมหารือกันอีกครั้ง เนื่องจากหาข้อสรุประหว่าง 3 ฝ่าย ไม่ลงมติ พร้อมย้ำว่า ฝ่ายค้านต้องการใช้เวลาอภิปราย 5 วัน แต่คณะรัฐมนตรี ยืนยันว่า ไม่สามารถอภิปราย 5 วันได้ ซึ่งฝ่ายค้าน ได้เตรียมการสำหรับการอภิปราย 5 วัน มาโดยตลอด และเมื่อมีการบีบเวลาฝ่ายค้าน จึงจะต้องพูดคุย และปรับ ซึ่งหากใช้ฐานเวลา ตั้งแต่สมัยรัฐบาล พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา อดีตนายกรัฐมนตรี ที่มีการอภิปรายรัฐมนตรี 11 คน จะใช้เวลา 42-45 ชั่วโมง แต่การอภิปรายรัฐมนตรี 18 คน และถูกบีบเวลา ก็เป็นไปได้ยากมาก จึงจะต้องใช้เวลาพูดคุย เพื่อให้เกิดความชัดเจน ดังนั้น หากจะบีบเวลา ก็จะต้องพิจารณาวันใหม่
นายรังสิมันต์ ยอมรับว่า การพูดคุยกรอบเวลา จะต้องพูดคุยกันล่วงหน้า แต่ครั้งนี้ ไม่ได้มีการพูดคุยเจรจาตั้งแต่ต้น ทำให้เป็นปัญหาเรื่องเวลาในตอนนี้
ส่วนที่ นายกรัฐมนตรี ยอมลดเวลาชี้แจงของรัฐมนตรี และเพิ่มเวลาให้ฝ่ายค้านนั้น นายรังสิมันต์ ระบุว่า ยังไม่มีข้อสรุป เพราะอัตราส่วนเดิมคือ 2 ต่อ 1 เช่น ฝ่ายค้านอภิปราย 60 ชั่วโมง รัฐบาลจะชี้แจง 30 ชั่วโมง ขณะนี้ จึงอยู่ระหว่างการพิจารณาหาฉากทัศน์ความเป็นไปได้ ทั้งการลดเวลาชี้แจงของรัฐบาล และการอภิปรายของฝ่ายค้าน ทำให้ต้องมาพูดคุยกันใหม่ระหว่างฝ่ายค้านด้วยกัน และ สส.ภายในพรรคฯ ทำให้ต้องรื้อตั้งแต่ต้น
ส่วนกรอบเวลาที่คณะรัฐมนตรีกำหนดไว้ตั้งแต่ต้น 27-29 ตุลาคมนั้น นายรังสิมันต์ ย้ำว่า 3 วันของการอภิปรายนั้น ไม่พอตั้งแต่ต้น ต่อให้มีการอภิปราย 24 ชั่วโมง ก็เป็นไปไม่ได้ ทำให้ต้องมีการพูดคุย และเคลียร์กันใหม่ตั้งแต่ต้น
ส่วนที่ นายกรัฐมนตรี มีภารกิจช่วงต้นเดือนพฤศจิกายนนั้น นายรังสิมันต์ ระบุว่า ขณะนี้ ยังอยู่ในกระบวนการสำรวจ ว่า เป็นไปได้มากน้อยแค่ไหน และรัฐบาล จะต้องไปเจรจากับคณะรัฐมนตรี
ส่วนการหาจุดตรงกลาง 4 วันนั้น นายรังสิมันต์ ระบุว่า ขณะนี้ ทุกฝ่ายพยายามหาจุดตรงกลาง แต่แต่ละฝ่ายยังหาจุดตรงกลางไม่เจอ ซึ่งตนไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ เพราะแต่ละฝ่ายกำลังหากันอยู่ แต่มีปัญหาเรื่องเวลา และจำนวนการอภิปรายรัฐมนตรี 16 คน
ส่วนการหารือในวันพรุ่งนี้ (22 ต.ค.) จะได้ข้อสรุปหรือไม่นั้น นายรังสิมันต์ ไม่ยืนยัน พร้อมระบุว่า ขณะนี้ เป็นการคุยนอกรอบ ส่วนจะมีข้อสรุปได้หรือไม่ ก็ยังจะต้องรอไปพิจารณาร่วมกัน
ทั้งนี้ การพิจารณาภารกิจของนายกรัฐมนตรี ในช่วงเดือนปลายเดือน ถึงกลางเดือนพฤศจิกายนนี้นั้น
• วันที่ 31 ตุลาคม ถึง 1 พฤศจิกายน นายกรัฐมนตรี มีกำหนดเดินทางเยือนราชอาณาจักรภูฏานนอย่างเป็นทางการ
• วันที่ 2 ถึง 3 พฤศจิกายน นายกรัฐมนตรี มีกำหนดจัดการประชุมคณะรัฐมนตรีสัญจร จังหวัดอุดรธานี
• วันที่ 16 ถึง 18 พฤศจิกายน นายกรัฐมนตรี กำหนดเดินทางเยือนกรุงมะนิลา สาธารณรัฐฟิลิปปินส์ เพื่อเข้าร่วมการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน
• วันที่ 18 ถึง 19 พฤศจิกายน นายกรัฐมนตรี มีกำหนดเยือนเมืองเสินเจิ้น มณฑลกวางตุ้ง สาธารณรัฐประชาชนจีน เพื่อเข้าร่วมการประชุมผู้นำกรอบความร่วมมือทางเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก หรือ เอเปค


