xs
xsm
sm
md
lg

ยิ่งชี้แจง ยิ่งเข้าตัว! ปัญหา“ไอเดียร์”ลามถึงพรรค หรือถึงเวลาต้องตัดหาง?!

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



เรื่องของ “สส.ไอเดียร์” สุชาดา ซาง แทนทรัพย์ ตอนนี้ดูเหมือนจะไม่ใช่แค่เรื่องหุ้นของ“ไท่หยาง จาง” สามี ในธุรกิจที่ถูกกล่าวหาว่าเกี่ยวข้องกับเว็บพนันออนไลน์อีกต่อไปแล้ว

เพราะยิ่งชี้แจง คำถามกลับยิ่งเพิ่ม แก้ปมหนึ่ง ก็เหมือนไปเปิดอีกปมหนึ่ง และที่น่าจับตาที่สุดคือ จากเรื่องที่เริ่มต้นกับตัว สส.คนเดียว วันนี้คำถามกำลังขยายวงไปถึงพรรคภูมิใจไทย ไปถึงรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง และไปถึงคนสำคัญของพรรคอย่าง “ไชยชนก ชิดชอบ” ที่กำกับดูแลกระทรวงดิจิทัลฯ 
ย้อนกลับไปช่วงแรก เมื่อ “สุชาดากับสามี” ถูกเรียกให้ชี้แจงต่อกรรมาธิการของสภาฯ กรณีข้อสงสัยเกี่ยวกับธุรกิจพนันออนไลน์ และประเด็นอื่นๆ ที่ถูกหยิบยกขึ้นมาตรวจสอบ พรรคภูมิใจไทย ไม่ได้ยืนดูอยู่เฉยๆ แต่แสดงท่าทีปกป้อง 
คนที่ออกมารับหน้าคือ “ศุภชัย ใจสมุทร” ฝ่ายกฎหมายของพรรค ซึ่งออกมาโต้แย้งเรื่องอำนาจของกรรมาธิการ ตั้งแต่กระบวนการเรียกบุคคลมาชี้แจง ไปจนถึงประเด็นองค์ประชุม

พูดง่ายๆ คือ ตอนนั้นพรรคส่งคนออกมาช่วยสู้ทางกฎหมายอย่างเห็นได้ชัด

แต่พอเวลาผ่านไป เรื่องกลับไม่ได้จบลงอย่างที่คิด

“สุชาดา” ยอมรับว่าสามีเคยถือหุ้นใน Shuffle.com สัดส่วน 1.47 เปอร์เซ็นต์ และระบุว่าขายหุ้นไปแล้วตั้งแต่เดือนมกราคม 2569 ก่อนที่เธอจะรับตำแหน่ง ส.ส.

สุชาดา ซาง แทนทรัพย์ - ไท่หยาง จาง
ทีนี้ “ศิริโชค โสภา” อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ก็หยิบเรื่องนี้มาตั้งคำถามต่อว่า หาก “สุชาดา” รับรู้เรื่องการลงทุนของสามีมาตั้งแต่สมัยเป็น เลขานุการรัฐมนตรีกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) จริง เหตุใดจึงย้ายเข้าไปทำงานในกระทรวงดิจิทัลฯ ที่มีภารกิจปราบปรามเว็บพนันออนไลน์ ?

นี่เป็นคำถามเรื่องความเหมาะสม และความเสี่ยงด้านผลประโยชน์ทับซ้อน ซึ่งต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงกันต่อไป

ขณะเดียวกัน “ศิริโชค” ยังเปิดเผยข้อมูลที่อ้างว่าพบธุรกรรมเชื่อมโยง Bitkub กับ Shuffle.com เกือบหมื่นรายการ มูลค่าราว 118 ล้านบาท พร้อมเรียกร้องให้ดีเอสไอ ตรวจสอบเส้นทางการเงินและผู้เกี่ยวข้องด้วย

เมื่อมีคำถามเพิ่มขึ้น สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือ ป.ป.ช.เปิดเผยว่า กำลังตรวจสอบข้อสงสัยเกี่ยวกับบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินของ “สุชาดา” ทั้งเรื่องรายได้ การชำระหนี้ และทรัพย์สินบางรายการ โดยยังต้องเปิดโอกาสให้ผู้ยื่นบัญชีชี้แจงข้อเท็จจริง

จากเดิมที่สังคมถามว่า หุ้นอยู่ตรงไหน ขายเมื่อไร วันนี้จึงมีคำถามต่อเนื่องว่า รายได้มาจากไหน การลงทุนเกี่ยวข้องอย่างไร และในช่วงที่เจ้าตัวทำงานในกระทรวงดิจิทัลฯ มีการจัดการความเสี่ยงเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อนอย่างไร

แต่จุดเปลี่ยนทางการเมืองที่น่าสนใจที่สุด อาจไม่ใช่แค่คำชี้แจงของ “สุชาดา” กลับเป็นท่าทีของคนในพรรคภูมิใจไทยเอง

“ไชยชนก ชิดชอบ” ซึ่งเคยเป็นผู้บังคับบัญชาของ “สุชาดา” ในช่วงที่ทำหน้าที่เลขานุการรัฐมนตรี ดีอี. และปัจจุบันเป็นเลขาธิการพรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์ว่า เรื่องนี้เจ้าตัวต้องชี้แจงเอง และพรรคจะไม่ส่งทีมกฎหมายไปดูแล เพราะ สุชาดามีทีมส่วนตัว

ไชยชนก ชิดชอบ
ฟังแล้วก็ต้องย้อนกลับไปเปรียบเทียบกับช่วงแรก วันที่พรรคส่งฝ่ายกฎหมายออกมาโต้แย้งแทน แต่วันนี้กลับเน้นว่าเป็นเรื่องที่เจ้าตัวต้องรับผิดชอบเอง

นี่ไม่ได้พิสูจน์ว่าพรรค “ตัดหาง” สุชาดาแล้ว แต่ก็เป็นความเปลี่ยนแปลงของท่าทีที่สังคมมีสิทธิ์ตั้งคำถามว่า เหตุใดการช่วยเหลือทางการเมือง จึงดูไม่เหมือนเดิม

และเมื่อหันไปถามหัวหน้าพรรคอย่าง “อนุทิน ชาญวีรกูล” คำตอบก็ยิ่งทำให้ประเด็นนี้น่าจับตา

“อนุทิน” ระบุว่ายังไม่ได้พูดคุยกับสุชาดา มองว่าเป็นเรื่องส่วนตัว ที่ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองต้องชี้แจงทรัพย์สินของตนเอง ส่วนเรื่องเงินบริจาคเข้าพรรค ยืนยันว่าไม่พบความผิดปกติ โดยมีเหรัญญิกพรรคดูแล

เมื่อถูกถามว่าจะกระทบภาพลักษณ์ของพรรคหรือไม่ “อนุทิน” หัวเราะก่อนตอบว่า “ไม่รู้จะถามทำไม”

อนุทิน ชาญวีรกูล
คำตอบนี้เป็นท่าทีของหัวหน้าพรรค ที่ควรนำมาพิจารณาควบคู่กับข้อเท็จจริงอื่นๆ แต่สิ่งที่ยังต้องแยกให้ออก ก็คือ คำยืนยันของพรรคเรื่องเงินบริจาค กับข้อสงสัยเกี่ยวกับที่มาของทรัพย์สิน และธุรกรรมที่ถูกเปิดเผย เป็นคนละประเด็นที่ต้องตรวจสอบด้วยหลักฐาน

เพราะเมื่อเรื่องขยายมาถึงจุดนี้ ความเสี่ยงไม่ได้อยู่แค่ตัว “สุชาดา” คนเดียวเสียแล้ว

หากข้อสงสัยเรื่องทรัพย์สินยังตอบไม่ได้ หากข้อมูลธุรกรรมยังต้องตรวจสอบ และหากยังมีคำถามเกี่ยวกับการบังคับใช้กฎหมาย กับธุรกิจที่ถูกระบุว่าเกี่ยวข้องกับเว็บพนัน ในช่วงที่ “สุชาดา” ทำงานในกระทรวง ดีอี. คำถามย่อมย้อนกลับไปถึงหน่วยงานที่รับผิดชอบ และผู้มีอำนาจในช่วงเวลานั้นด้วย

โดยเฉพาะ “ไชยชนก” ซึ่งวันนี้เป็นทั้งรัฐมนตรีดีอี. และ เลขาธิการพรรค ย่อมหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะถูกถามถึงข้อเท็จจริงในส่วนที่เกี่ยวข้องกับบทบาทหน้าที่ของตน

ทีนี้ลองมองภาพรวมทั้งหมดของเรื่องนี้

จากวันที่พรรคส่งคนออกมาช่วยโต้แย้ง วันนี้กลายเป็นว่าเจ้าตัวต้องชี้แจงเอง... จากเรื่องหุ้นของสามี กลายเป็นเรื่องบัญชีทรัพย์สิน... จากบัญชีทรัพย์สิน ลามไปสู่คำถามเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน... จากนั้นก็มีคำถามถึงเงินบริจาคและท่าทีของพรรค
นี่แหละที่ทำให้เรื่องนี้ กลายเป็นโจทย์ทางการเมืองของภูมิใจไทย เพราะทุกคำชี้แจงของ “สุชาดา” กำลังสร้างคำถามใหม่ ที่พรรคต้องหาคำตอบให้สังคม

และเมื่อคำถามเริ่มแตะทั้งตัวบุคคล คนในพรรค และผู้มีอำนาจกำกับดูแลกระทรวงที่เกี่ยวข้อง พรรคก็ต้องชั่งน้ำหนักแล้วว่า จะเดินหน้าปกป้องสมาชิกในทางการเมืองต่อไปแค่ไหน หรือจะปล่อยให้เจ้าตัวชี้แจงตามกระบวนการของกฎหมายเพียงลำพัง
เพราะฉะนั้น คำถามที่น่าคิดที่สุดในวันนี้ จึงไม่ใช่แค่ว่า “ไอเดียร์” จะชี้แจงเรื่องนี้ได้หรือไม่ แต่คือเมื่อเรื่องเริ่มลามไปถึงคนสำคัญของพรรค แล้วภูมิใจไทยจะยืนอยู่ตรงไหน?

จะยังยืนข้างสมาชิกเหมือนช่วงแรก หรือจะเลือกถอยออกมา เพื่อไม่ให้ปัญหาของคนคนเดียวขยายไปกระทบทั้งพรรค?
หากจะเรียกว่า นี่เป็นสัญญาณของการลอยแพ ก็ยังต้องรอดูการกระทำต่อจากนี้ แต่สิ่งที่เห็นได้ชัด คือ วันนี้ “สุชาดา”ต้องเผชิญคำถามมากขึ้น ขณะที่พรรค ก็ต้องตอบคำถามต่อสังคมมากขึ้นเช่นกัน

และยิ่งเรื่องนี้เดินหน้าเท่าไร สิ่งที่ทุกฝ่ายควรทำ ไม่ใช่การรีบปกป้อง หรือรีบตัดสินใคร แต่คือการเปิดข้อเท็จจริงให้ชัด ตรวจสอบเส้นทางการเงินให้ครบ และตอบให้ได้ว่า ใครมีหน้าที่อะไร ในช่วงเวลาไหน

เพราะสุดท้ายแล้ว การเมืองจะจบด้วยการประกาศว่าเป็นเรื่องส่วนตัวไม่ได้ หากข้อสงสัยนั้น เกี่ยวข้องกับการใช้อำนาจรัฐ และความเชื่อมั่นของประชาชน

ยิ่งชี้แจง คำถามยิ่งเพิ่ม จาก “ไอเดียร์” ถึงพรรค จากพรรคถึงคนมีอำนาจ และปลายทางของเรื่องนี้ จะอยู่ตรงไหน ก็คงต้องปล่อยให้ข้อเท็จจริง เป็นคนตอบ