รองโฆษกรัฐบาล เผย อว. เปิดเวที Career Matching เชื่อมผู้เข้าร่วมโครงการ “หนึ่งหมู่บ้าน หนึ่งเชฟอาหารไทย” สู่โอกาสทำงานกับร้านอาหาร โรงแรม และผู้ประกอบการ หลังฝึกเข้มข้น 240 ชั่วโมง ครอบคลุมอาหารไทยกว่า 50 เมนู มุ่งสร้างอาชีพ เพิ่มรายได้ และต่อยอดภูมิปัญญาอาหารไทยสู่ตลาดสากล
ร้อยเอกหญิง ภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลเดินหน้าโครงการ “หนึ่งหมู่บ้าน หนึ่งเชฟอาหารไทย” มุ่งพัฒนาทักษะการประกอบอาหารให้ประชาชนสามารถต่อยอดสู่การมีงานทำและสร้างธุรกิจได้จริง พร้อมเพิ่มมูลค่าอาหารไทยซึ่งเป็น Soft Power สำคัญของประเทศ โดยกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) จัดกิจกรรมปัจฉิมนิเทศและจับคู่โอกาสทางอาชีพ (Career Matching) ภายใต้แนวคิด “Cooking with L.O.V.E.” ระหว่างวันที่ 16–18 ตุลาคม 2569 ณ อุทยานวิทยาศาสตร์ภูมิภาค ภาคเหนือ จังหวัดเชียงใหม่ พร้อมมอบประกาศนียบัตรแก่ผู้ผ่านหลักสูตรเชฟอาหารไทยมืออาชีพ
โครงการนี้มีผู้เข้าร่วมทั้งสิ้น 2,425 คน โดยหลักสูตรประกอบด้วยการเรียนรู้รวม 240 ชั่วโมง แบ่งเป็นภาคทฤษฎีผ่านระบบ E-Learning 90 ชั่วโมง และภาคปฏิบัติ 150 ชั่วโมง ครอบคลุมการประกอบอาหารไทยกว่า 50 เมนู เพื่อพัฒนาทักษะที่จำเป็นต่อการทำงานในสายอาชีพอาหาร สำหรับกิจกรรมที่จังหวัดเชียงใหม่ครั้งนี้ มีผู้ผ่านการอบรมในภาคเหนือเข้ารับประกาศนียบัตรจำนวน 300 คน
กิจกรรม Career Matching เป็นกลไกสำคัญในการเชื่อมผู้ผ่านการอบรมกับตลาดแรงงาน โดยเปิดโอกาสให้พบกับร้านอาหาร โรงแรม ผู้ประกอบการ แหล่งเงินทุน และแพลตฟอร์มการค้า ควบคู่กับการนำเสนอศักยภาพ (Pitching) เพื่อแสดงทักษะและสร้างโอกาสในการทำงาน ตลอดจนการเสวนา “ปลุกพลังเชฟไทย สู่เวทีมืออาชีพ” และการสาธิตประกอบอาหารโดยเชฟเฟิร์ส เพื่อสร้างแรงบันดาลใจและเปิดมุมมองในการพัฒนาสู่สายอาชีพเชฟ
ผู้ผ่านการอบรมสามารถนำความรู้ไปต่อยอดได้ทั้งการสมัครงานในสถานประกอบการ การพัฒนาฝีมือเพื่อเติบโตในสายอาชีพ และการเริ่มต้นธุรกิจอาหารของตนเอง โดยการเชื่อมโยงกับภาคธุรกิจจะช่วยให้เห็นช่องทางนำทักษะไปใช้จริง สอดคล้องกับความต้องการของตลาด และเพิ่มโอกาสในการสร้างรายได้อย่างต่อเนื่อง
รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า โครงการนี้ยังมุ่งผสานองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมเข้ากับภูมิปัญญาท้องถิ่น เพื่อให้เชฟสามารถสร้างสรรค์เมนูที่มีเอกลักษณ์ ถ่ายทอดเรื่องราวและคุณค่าของวัตถุดิบในชุมชน ตลอดจนพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารให้มีมูลค่าเพิ่ม ซึ่งจะช่วยสร้างโอกาสให้ทั้งผู้ประกอบอาชีพและผู้ผลิตวัตถุดิบในท้องถิ่น พร้อมสนับสนุนการเติบโตของอุตสาหกรรมอาหารไทย
“รัฐบาลมุ่งให้โครงการหนึ่งหมู่บ้าน หนึ่งเชฟอาหารไทย เป็นกลไกสร้างโอกาสให้ประชาชนเปลี่ยนทักษะเป็นอาชีพ สร้างรายได้ และต่อยอดสู่การทำธุรกิจ ควบคู่กับการนำภูมิปัญญาและวัตถุดิบท้องถิ่นมาสร้างมูลค่าเพิ่ม เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก และผลักดันอาหารไทยซึ่งเป็น Soft Power สำคัญของประเทศให้มีศักยภาพในการแข่งขันในตลาดโลกอย่างยั่งยืน” รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าว


