นายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือทนายตั้ม เปิดข้อมูล พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล อดีตรองผบ.ตร. ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา และยังแจ้งว่าไม่กี่วันข้างหน้าจะเปิดเผยความสัมพันธ์ของบิ๊กโจ๊กกับนายรังสิมันต์ โรม สส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน
นายษิทรา กล่าวว่า ไม่คิดเลยว่าจะมีวันนี้ว่า จะได้มาเปิดบิ๊กโจ๊ก คนที่เคยสนิทสนมด้วย เเต่ช่วงที่ตนมีปัญหา บิ๊กโจ๊กกล่าวถึงตนในเชิงเสียหายจริงๆ แล้วตนกับบิ๊กโจ๊กไม่มีอะไรกัน รู้จักกันปี 2562 จะให้ตนทำงานให้ แต่ละเรื่องเสี่ยงอันตรายมาก แต่ตนก็ทำให้ เพราะคิดว่าบิ๊กโจ๊กเป็นคนดี ตนไม่เคยได้รับอะไรจากบิ๊กโจ๊ก ได้แต่คำหวานๆเเบบโจ๊กหวานเจี๊ยบ
"ไม่เคยมีบุญคุณกับผม มีแต่ลมปากหวานๆว่า ตั้มครับ เดี๋ยวน้องทำอย่างนี้นะครับ พี่เดือดร้อนแบบนี้ บิ๊กโจ๊กเคยจะให้ผมครั้งหนึ่ง ยื่นซองมาให้วันที่รู้จักครั้งแรก ผมไม่รู้ว่าข้างในมีเท่าไหร่ แต่ผมไม่ได้เอา เพราะตอนนั้นผมมองว่าบิ๊กโจ๊กคือไอดอล ทำเพื่อประชาชนจริงๆ โดยไม่ได้สร้างภาพ แต่พอไปสัมผัสลึกๆ ผมรู้สึกว่าผมโดนหลอกใช้หลายเรื่อง" นายษิทรา กล่าว
เมื่อถามว่า เวลานั้นเชื่อว่าบิ๊กโจ๊กเป็นคนดี แล้วเวลานี้เป็นอย่างไร นายษิทรา กล่าวว่า "ไม่เชื่อแล้ว เพราะผมเห็นอะไรหลายอย่าง จากการที่ผมและครอบครัวโดน บิ๊กโจ๊กให้ผมไปลุยสู้ในเรื่องที่ผมกับครอบครัวต้องเดือดร้อน บิ๊กโจ๊กก็รู้อยู่แก่ใจ แต่ผมไม่ทำบางเรื่อง เพราะผมไม่กล้า"
เมื่อถามว่า จะยอมรับได้ไหมว่าที่ผ่านมาทนายตั้มคือเครื่องมือของบิ๊กโจ๊ก นายษิทรา กล่าวว่า จะมองอย่างนั้นก็น่าจะได้เพราะหลายอย่างที่ตนได้ข้อมูลมร ยกตัวอย่าง "เล่นงานบิ๊กแป๊ะ" (พลตำรวจเอกจักรทิพย์ ชัยจินดา กรณีเครื่องตรวจไบโอเมทริกซ์) มีคนมาร้องเรียนที่เพจของตน ทำให้ตนไปร้องเรียนที่ ป.ป.ช. เมื่อบิ๊กโจ๊กรู้เรื่องนี้จึงรีบติดต่อเข้ามาและเอาข้อมูลมาให้
“แล้วให้ผมเล่นบิ๊กแป๊ะหนักขึ้น ตอนนั้นผมก็ได้ข้อมูลจากบิ๊กโจ๊กและยังนำตำรวจ 13 คนมาให้ผมเเล้วบอกว่าให้ไปเป็นพยาน เรื่องนี้ทำให้บิ๊กแป๊ะโกรธและเกลียดผมมาก จนประเคนคดีให้ผมมาทั้งหมด 6 คดี บิ๊กโจ๊กไปอินเดีย (ไปบวช)ช่วงที่ผมโดนจับ ผมมองว่าบิ๊กโจ๊กเอาตัวให้รอด และลดกระแสแต่ผมไม่รู้อีโหน่อีเน่ด้วย บิ๊กโจ๊กโทรมาหาผมวันที่อยู่ สน.มีนบุรี ว่า ตั้ม ไม่ต้องกลัวนะ สู้ต่อไปนะครับ เดี๋ยวทุกคดี เดี๋ยวพี่กลับไป รับรองเลย ทุกคดีจะสั่งไม่ฟ้องหมด หวานเจี๊ยบมาเลย” นายษิทรา ระบุ
เมื่อถามว่า ตอนนั้นเชื่อบิ๊กโจ๊กจริงๆถึงทุ่มขนาดนั้น นายษิทรา กล่าวว่า “บิ๊กโจ๊กให้ข้อมูลมา ผมก็ได้แสง ได้ข่าว ได้ชนกับคน แต่เอาจริง ๆ ใครจะไปอยากชนกับ ผบ.ตร. รู้อยู่แล้วว่าจะต้องโดนอะไรบ้าง ส่วนหนึ่งผมมองว่าบิ๊กแป๊ะผิดในตอนนั้น ก็อยากจะไปร้องเรียน เพื่อให้ความจริงมันกระจ่าง แต่อีกมุมหนึ่งเราต้องคิดว่า เอ๊ะ !กูโดนหลอกใช้หรือเปล่า ให้ไปทะเลาะกัน แล้วทำไมตัวเองไม่ทำเอง ทุ่มเทเพราะตอนนั้นมองบิ๊กโจ๊กว่าประชาสัมพันธ์เก่ง ทำงานช่วยเหลือประชาชน แต่ตอนหลังผมมองว่า ตำรวจก็ทำงานกันทั้งนั้น แต่คนที่ประชาสัมพันธ์เก่งกับคนที่ไม่ได้ประชาสัมพันธ เเละทำงานอย่างเดียว มันแตกต่างกัน”
นายษิทรา ยังระบุว่าบิ๊กโจ๊กเคยให้ทนายตั้มปะทะกับบุคคลต่างๆที่ยืนตรงกันข้ามกับอดีตรองผบ.ตร. เเละยังระบุอีก ว่า บิ๊กโจ๊กมักอ้างผู้ใหญ่บ้านเมืองให้การสนับสนุนว่า เวลาพูดกับตน บิ๊กโจ๊กจะพูดในมุมดีอยู่แล้ว เเละอ้างผู้ใหญ่ เช่น นายทักษิณ ชินวัตร ลุงป้อม (พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ) เเละลุงตู่ (พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา) เเละอ้างผู้ใหญ่สูงกว่านั้นอีกว่า พวกเขาอยากให้บิ๊กโจ๊กกลับมาทำงานที่สตช.เเต่สุดท้ายก็ไม่ได้กลับ
เมื่อถามว่าทำไมตัดความสัมพันธ์แล้วออกมาแฉบิ๊กโจ๊กในตอนนี้ เพราะแรงแค้นล้วนๆ นายษิทรา กล่าวว่า “อย่าเรียกว่าแค้นล้วน ๆ เลยครับ เรียกว่ามันมีอะไรติดใจกันอยู่นิดหน่อย” เมื่อถามว่าช่วงที่บิ๊กโจ๊กโดนหมายจับ( ตำรวจค้นบ้านพักซอยวิภาวดีรังสิต60) ทำไมตอนนั้นบิ๊กโจ๊กไม่ใช้ทนายตั้มเป็นทนายความให้ นายษิทรา กล่าวว่า “ผมกับบิ๊กโจ๊กมีข้อตกลงที่คุยกันแล้วว่า เราจะไม่ทำคดีให้กัน เช่น บิ๊กโจ๊กไปฟ้องคดีหมิ่นประมาทเพราะผมเน้นความสำเร็จของคดี คดีที่ผมทำ จะต้องชนะแน่ ๆ 100% แต่บิ๊กโจ๊กชอบไปฟ้องคนนู้นคนนี้ ผมมองแตกต่างไปว่ามันไม่ชนะ ผมไม่อยากเสียผลงาน จึงไม่ทำ”
เมื่อถามว่าช่วงที่บิ๊กโจ๊กโดนหมายค้นบ้านพัก ซอยวิภาวดีรังสิต 60 จากนั้นมีการออกหมายจับในคดีที่เกี่ยวข้องกับเว็บพนัน เเละช่วงที่ทนายตั้มร้องเรียนครอบครัวชอง พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมลว่ารับเงินเว็บพนันเช่นกัน ข้อมูลนั้นบิ๊กโจ๊กเป็นคนส่งให้ หรือทนายตั้มได้มาเอง นายษิทรา กล่าวว่า “ผมยังยืนยันเหมือนเดิม มีคนที่เคยทำงานกับบิ๊กต่อ เข้ามาหาผม แล้วก็ให้เส้นเงิน เเละให้ข้อมูลผม แล้วผมเอาไปให้บิ๊กโจ๊ก เมื่อบิ๊กโจ๊กได้เส้นเงินแล้ว ก็นำไปขยายได้เพราะเป็นตำรวจ”
เมื่อถามว่า โดยปกติแล้วบิ๊กโจ๊กจะให้ข้อมูลกับคนที่ทำงานให้เอาไปร้องเรียน นายษิทรา กล่าวว่า “เอาง่าย ๆเรื่องนี้ แม้แต่ตำรวจคนที่หาเส้นเงินยังเป็นคนของผมเลย ไม่ใช่คนของบิ๊กโจ๊กนะ คนของบิ๊กโจ๊กทำกันไม่ได้ขนาดนี้ ลูกน้องผมที่เป็นตำรวจที่ทำงานอยู่กับผมมาตั้งนาน ผมเอาไปฝากทำงานอยู่ ได้เงินเดือนเดือนละ 20,000 บาทในตอนนั้นผมจำได้เลย”
เมื่อถามว่า บิ๊กโจ๊กมีความสัมพันธ์กับมินนี่อย่างไร นายษิทรา กล่าวว่า บิ๊กโจ๊กน่าจะรู้จักกับมินนี่มาก่อนแล้ว เพราะไม่ใช่ครั้งแรกที่มินนี่มางานเลี้ยงของบิ๊กโจ๊ก แต่ตนเพิ่งเจอมินนี่ครั้งแรก แล้วมาทราบทีหลังว่ามินนี่น่าจะเป็นแฟนกับผกก.คนหนึ่งที่เป็นข่าว วันนั้ตนเพิ่งเห็นเป็นวันแรก ก็นึกว่าสนิทกันมานานมากแล้ว แต่อาจเป็นเพราะบิ๊กโจ๊กโจ๊กมีเพื่อนหลายกลุ่มเยอะมาก
เมื่อถามว่า บิ๊กโจ๊กถูกกล่าวหาว่าเกี่ยวข้องกับเว็บพนัน มีมูลความจริงมากน้อยแค่ไหน นายษิทรา กล่าวว่า “ผู้หญิงคนหนึ่งที่มาเป็นพยานให้บิ๊กโจ๊ก(นางสาวพิมพ์วิไล ปล้องอ่อน เว็บพนันบีเอ็นเคมาสเตอร์ ) ที่บอกว่าตัวเองเป็นแค่คนรับจ้างเดินบัญชี ไปกดเงินในบัญชี จริงๆ แล้วไม่ใช่อย่างที่ออกสื่อว่า รับจ้าง เพราะนางสาวพิมพ์วิไลกับเสี่ยอู๊ด(อู๊ด หาดใหญ่)เป็นอะไรกัน เสี่ยอู๊ดคือคนสนิทของบิ๊กโจ๊ก ไม่ใช่อย่างที่นางสาวพิมพ์วิไลให้ข่าวว่ามารับจ้างกดเงินหรอก จริง ๆ แล้วเรื่องนี้ลึกลับซับซ้อนซ่อนเงื่อน“
เมื่อถามว่า มีความเห็นอย่างไร กรณีบิ๊กโจ๊กประกาศว่า "ผมยอมรับ ผมก็ไม่ได้ขาว"และระบุว่า ตำรวจหลายคนก็รับส่วย นายษิทรา กล่าวว่า ทุกอาชีพไม่มีใครขาวหมด เป็นไปไม่ได้ ต้องมีมุมไม่ดีบ้าง ขอใช้คำว่าสีเทาดีกว่า แล้วแต่มุมมองว่าใครไปเจอในมุมไหน ในมุมของตนยังมอง บิ๊กโจ๊กแค่เทาๆ ยังไม่ถึงขั้นมืด เพราะตำรวจส่วนมาก ถ้าถามว่ารับส่วยไหม ตนมองว่า มีหลายคนที่รับ
นายษิทรา ระบุว่า ”บิ๊กโจ๊กเคยพูดกับผมว่าตั้มเรื่องส่วย พี่ไม่รับอยู่ 2 อย่าง คือส่วยเว็บพนันออนไลน์ กับส่วยน้ำกาม ตอนแรกผมเชื่อ แต่เมื่อเห็นเส้นเงินมินนี่แล้ว ผมมองว่า อ้าวโกหก เพราะผมเห็นเส้นเงินว่ามินนี่โอนให้บัญชีเลขาฯส่วนตัวของบิ๊กโจ๊กที่ใช้บัญชีม้า แล้วต่อท่อไปจ่ายค่าน้ำค่าไฟ ผมมองว่า เอ๊ะ! สรุปแล้วเอาทุกอย่างหรือไม่"
เมื่อถามว่า รู้จักกับบิ๊กโจ๊กตั้งแต่ปี 2562 เเละตอนนั้นบิ๊กโจ๊กเสมือน
เป็นมือขวาให้พลเอกประวิตร เเต่ถูกคำสั่งหัวหน้าคสช.ย้ายจากสตช.ไปประจำสำนักนายกฯ (คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติที่ 2/2562 เรื่อง "ประกาศรายชื่อเจ้าหน้าที่ของรัฐเพิ่มเติม และแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง" ซึ่ลงนามโดยหัวหน้าคสช.เมื่อวันที่ 9 เมษายน 2562 ) เหตุผลคืออะไร เเละทำไมในเวลาต่อมาได้กลับคืนสตช. นายษิทรา กล่าวว่า “ใช่ เป็นช่วงที่มีคำสั่งย้ายบิ๊กโจ๊กเข้ากรุ ผมรู้จักก่อนนั้น คือตอนเป็นผู้บัญชาการ สตม. แล้วถูกโอนไปประจำสำนักนายกรัฐมนตรี โดยให้ขาดจากตำแหน่งหน้าที่และอัตราเงินเดือนแบบ ฟ้าผ่า ซึ่งเป็นข่าวใหญ่มาก"
"ผมรู้หมดเลย เพราะอยู่ในช่วงเวลานั้นพอดี แต่สาเหตุที่บิ๊กโจ๊กโดนเด้งไป ผมพูดตรงนี้ไม่ได้ เเละการที่บิ๊กโจ๊กกลับมาสตช.ได้นั้น มีทั้งลูกล่อ ลูกชน ลูกขู่ ลูกบังคับ คือบิ๊กโจ๊กรู้ความลับบางอย่างของลุงตู่-ลุงป้อม แล้วก็บอกว่า ถ้าไม่ให้กลับสตช. เรื่องนี้จะรู้กันทั่วประเทศ บิ๊กโจ๊กจึงได้กลับสตช.”
เมื่อถามว่า ช่วงนั้นบิ๊กโจ๊กเป็นเด็กปั้นของลพลเอกประวิตร เเต่ในวันที่บิ๊กโจ๊กเดือดร้อนที่สุด ทำไมลุงป้อมถึงถอยออกมาและไม่ช่วยอะไร หรือเกิดมาจากเหตุที่บิ๊กโจ๊กเปิดเผยว่า พลเอกประวิตรใช้อำนาจช่วยเหลือการแต่งตั้ง ป.ป.ช. ใช่หรือไม่ นายษิทรา กล่าวว่า “เป็นไปได้หมด ผู้ใหญ่ดูออกหลายๆ เรื่องว่าเด็กคนไหนจริงใจหรือจิงโจ้ ต่อหน้าอาจรักกันดี เคารพนับถือ เเต่ลับหลังอาจเข้าไปด่าก็ได้ เพราะพี่โจ๊กเป็นคนหวานเจี๊ยบ เวลาเข้าไปหาผู้ใหญ่ก็หวานเจี๊ย ผู้ใหญ่อาจเคลิ้มไปช่วงหนึ่ง พอตอนหลังไม่ถูกใจก็อาจพูดในทำนองไม่ดี แล้วก็อาจกลับมาดีกัน แล้วก็ไม่ดีกันอีก มันเป็นวัฏจักร”
เมื่อถามว่า แต่ทำไมตำรวจส่วนใหญ่ไม่รักบิ๊กโจ๊ก แม้กระทั่งอดีตลูกน้อง นายษิทรา กล่าวว่า “คนทั่วไปมองว่าบิ๊กโจ๊กเป็นคนที่ไม่รักองค์กร เพราะไประบุว่าองค์กรตำรวจเป็นองค์กรอาชญากรรมที่ใหญ่ที่สุด ตำรวจไม่ได้เลวทุกคนดีก็เยอะ พอบิ๊กโจ๊กเหมารวมแบบนี้ คนที่เป็นตำรวจจะรู้สึกว่า "เฮ้ย !เป็นรอง ผบ.ตร. ทำไมพูดถึงองค์กรตัวเองทำนองนี้ เพราะบิ๊กโจ๊กพูดเสียงดังกว่าคนอื่น”
นายษิทรา กล่าวว่า ในมุมนี้สำนักงานตำรวจแห่งชาติหรือตำรวจจะไม่ค่อยชอบบิ๊กโจ๊กเท่าไหร่ แต่ประชาชนจะรู้สึกว่า บิ๊กโจ๊กทำงานเก่ง ลงพื้นที่ บี้ตำรวจเยอะ แต่เบื้องหลังของคนที่ถูกบี้ ตนเคยเห็นเเละเคยได้ยิน เพราะโดนบิ๊กโจ๊กดุด่าตะคอก หรือบางคนโดนทำร้ายร่างกาย
“ตำรวจนายหนึ่งที่เคยเป็นนายเวรสำนักงาน ผมงงว่าทำไมคนนี้ออกไปตอนที่บิ๊กโจ๊กมีอำนาจ มีคนบอกว่าคนนี้ไม่ไหวแล้ว โดนดุด่าเละเทะ ตำรวจนายนี้เป็นคนเรียบร้อย จนเป็นซึมเศร้าหนัก จะคิดสั้น จึงขอไม่อยู่ด้วย ขอจากไปด้วยดี จึงไม่โดนจับกุมร่วมกับตำรวจลูกน้องของบิ๊กโจ๊ก”
เมื่อถามว่า ทำไมบิ๊กโจ๊กชอบอัดเสียงการสนทนากับคนอื่น นายษิทรา กล่าวว่า “บิ๊กโจ๊กต้องการหลักฐานเพื่อเอาไว้เป็นข้อต่อรอง ต้องระวัง เพราะผู้ใหญ่หลายคนโดนมาเเล้ว ยกตัวอย่างตุลาการศาลปกครองคนหนึ่งเมื่อก่อนสนิทกับบิ๊กโจ๊กมาก บิ๊กโจ๊กแอบบันทึกเสียงเก็บเอาไว้ แล้วไปบอกตุลาการคนนั้นให้ช่วยบิ๊กโจ๊กในคดีที่ศาลปกครอง ปรากฏว่าพอช่วยไม่ได้ บิ๊กโจ๊กเอาคลิปมาเปิดแฉ ตุลาการคนนั้นมีอนาคต ตอนนี้หมดอนาคตไปเรียบร้อยแล้ว เพราะเมื่อก่อนสนิทกับบิ๊กโจ๊ก ตอนแรกหวังดีจะช่วย เเต่หลายคนซึ่งเมื่อก่อนช่วยบิ๊กโจ๊ก ไม่ว่าจะเป็นผู้พิพากษาหรืออัยการที่ผมรู้จัก เมื่อก่อนอยู่กลุ่มวงกินข้าวของบิ๊กโจ๊ก เเต่โดนบิ๊กโจ๊กทำแบบนี้”
เมื่อถามว่า วันที่บิ๊กโจ๊กเป็นรอง ผบ.ตร. กับวันนี้ เเตกต่างกันเยอะหรือไม่ นายษิทรา กล่าวว่า ในมุมของบิ๊กโจ๊กคงเเตกต่างอยู่แล้ว เพราะเมื่อก่อนตอนมีอำนาจ จะไม่ค่อยสนใจใครที่มาขอความช่วยเหลือ
“ตอนที่บิ๊กโจ๊กมีอำนาจผมก็ไม่สำคัญ แต่ตอนที่ไม่มีอำนาจ บิ๊กโจ๊กจะมาบ้านผมทุกวันเลย แต่พอกลับไปเป็นตำรวจ มีอำนาจขึ้นมาอีกครั้ง คราวนี้ผมต้องเป็นฝ่ายไปนั่งรอ 2 ชั่วโมง” นายษิทรา ระบุ


