กมธ.พัฒนาการเมืองฯ วุฒิสภา รับลูก ภาค ปชช. จี้สภาผู้แทนฯ หยุดแก้ 4 กม.ริบภาษีบาป จ่อบรรจุเข้าวาระโดยเร็ว ด้านภาคประชาชนเรียกร้อง ภท.ถอนเนื้อหาจากกระบวนการ เพื่อจัดเวทีฟังความเห็นตามรัฐธรรมนูญ
วันนี้ (21 ต.ค.) ที่รัฐสภา นายนรเศรษฐ์ ปรัชญากร สว. ในฐานะประธานนคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การพัฒนาการเมือง การมีส่วนร่วมของประชาชน สิทธิมนุษยชน สิทธิ เสรีภาพ และการคุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภา รับยื่นหนังสือจากเครือข่ายแรงงาน และภาคีภาคประชาสังคม เพื่อขอให้เร่งทบทวนและถอดถอนร่างกฎหมายจัดการภาษีบาป 4 ฉบับ ที่เสนอโดย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย และพรรคภูมิใจไทย
โดย นางสุนี ไชยรส ตัวแทนเครือข่าย กล่าวว่า กฎหมาย 4 ฉบับ มีเจตนารมณ์ชัดเจนและทำงานด้วยความมุ่งหวังเพื่อประโยชน์ประชาชนที่ไม่ผ่านงบประมาณของรัฐ ทั้งนี้ การดำเนินงานของ 4 กองทุน โดยเฉพาะสื่อสาธารณะที่อาจต้องทำงานวิจารณ์การทำงานของรัฐ ไม่สามารถกลับเข้าสู่งบประมาณปกติ นอกจากนั้น รัฐธรรมนูญ 2560 ในกระบวนการออกกฎหมาย ต้องไม่ออกกฎหมายที่ไม่จำเป็น หากจะออกกฎหมายต้องเข้าสู่กระบวนการรับฟังความเห็นของผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง
“การนำเสนอของนายกฯ และ พรรคภูมิใจไทย แม้แต่ 4 องค์กรไม่เคยถูกหารืออย่างจริงจัง ทั้งนี้การรับฟังความเห็นที่ทำผ่านระบบออนไลน์ในระยะเวลาที่สั้น ทั้งที่เจตนารมณ์กฎหมายใหญ่ๆ 4 ฉบับจำเป็นต้องมีเวทีรับฟังความเห็นที่เปิดกว้าง จริงจัง ไม่ใช่ผ่านเว็บไซต์ในเวลาไม่กี่วัน ที่สำคัญผลการรับฟังความเห็นทั้ง 4 ฉบับมีผู้ที่ไม่เห็นด้วยกว่า70% สิ่งที่เรียกร้อง คือ พรรคภูมิใจไทย มีทางเดียวคือ ต้องถอนร่างทั้ง 4 ฉบับ และเข้าสู่กระบวนการรับฟังความเห็นโดยกว้างขวาง เพื่อไม่ให้ขัดกับรัฐธรรมนูญ รวมถึงอนุสัญญาที่มุ่งเน้นการกระจายอำนาจ และงบประมาณเพื่อประโยชน์ของประชาชนทุกกลุ่ม โดยเฉพาะกลุ่มที่ทำงานเชิงรุก ตรวจสอบนโยบายรัฐบาล” นางสุนี กล่าว
ทั้งนี้ นายนรเศรษฐ์ กล่าวว่า กมธ. ได้รับหนังสือจากกลุ่มต่างๆ ที่แสดงความกังวลต่อสิ่งที่จะกระทบต่อความเป็นอิสระของการทำหน้าที่ในองค์กรที่วิจารณ์นโยบายของรัฐบาล ส่วนตัวยืนยันหลักการการทำงานอิสระ ดังนั้น กมธ.จะรับข้อร้องเรียนไปพิจารณา รวมถึงหลักการของกฎหมายที่อาจขัดแย้งต่อความเป็นสื่อสาธารณะและองค์กรที่ใช้ความอิสระทำงานรวมถึงการยื่นกฎหมายที่ขาดการมีส่วนร่วมของประชาชน โดยจะนำบรรจุเข้าสู่ที่ประชุม กมธ. โดยเร็ว
“การออกกฎหมายแบบนี้ ต้องทำให้เกิดความชอบธรรม ไม่ใช่อาศัยเสียงข้างมากของสองสภาเท่านั้น ดังนั้น ต้องมีแนวทางการพิจารณาที่ชัดเจน และถี่ถ้วนต่อการออกกฎหมายหรือ ผ่านกฎหมาย เพื่อไม่ให้เป็นอันตรายต่อตัวรัฐบาลเอง” นายนรเศรษฐ์ กล่าว


