xs
xsm
sm
md
lg

"ไอติม" ไม่หวั่น สว.ยื่นสอบจริยธรรมปมแฉฮั้ว ยันทำหน้าที่เพื่อประชาชน ซัด สว.บางคนสุดย้อนแย้ง

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



"พริษฐ์" ไม่หวั่นถูก สว.ยื่นสอบจริยธรรมปมแฉฮั้วเลือกตั้ง ลั่นพร้อมเข้าสู่ทุกกระบวนการ ชี้สุดย้อนแย้งที่ สว. บางคนมาสอนเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน ทั้งที่ตัวเองก็มีส่วนตั้ง กกต.

เมื่อวันที่ 20 ต.ค.เวลา 09.10 น. ที่รัฐสภา นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) กล่าวถึงกรณีที่ สว.ยื่นสอบจริยธรรมกรณีที่ออกมาเปิดข้อมูลเรื่องฮั้วสว.ว่า ก็เห็นจากข่าวเหมือนกัน และเห็นเอกสารที่ปรากฏออกมาแต่ยังไม่มีลายเซ็น เลยไม่รู้ว่ายื่นไปเรียบร้อยแล้วหรือยัง แต่ตนเองก็พร้อมอยู่แล้วที่จะเข้าสู่ทุกกระบวนการตรวจสอบ ก่อนหน้านี้ที่คณะกรรมาธิการตำรวจ สภาผู้แทนราษฎร ได้เชิญตัวเองไปสอบถามในเรื่องดังกล่าว ก็ให้ความร่วมมือเต็มที่พร้อมเข้าสู่กระบวนการ

นายพริษฐ์ กล่าวต่อว่า ผมไม่เชื่อว่าสิ่งที่ผมทำหรือขัดต่อจริยธรรม ความจริงแล้วต้องย้ำว่า หากสมมุติมีข้อมูลหรือความปรากฏว่ากลุ่มการเมืองหนึ่งพยายามจะเข้าไปโกงการเลือก สว. เพื่อเข้าไปยึดกุมองค์กรอิสระ และทลายกลไกการตรวจสอบ สร้างสภาวะทางการเมืองเขาทำอะไรก็ไม่ผิด ผมคิดความจริง สส. ที่มีจริยธรรมที่ดี ที่ได้รับมอบหมายมาผ่านการเลือกตั้งก็ไม่ควรนิ่งเฉย และควรทำเต็มที่ เพื่อตรวจสอบ และทำความจริงนั้นให้ปรากฏออกมา เพื่อทำให้ผู้ที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดไม่ลอยนวลพ้นผิด ขอยืนยันว่า การทำหน้าที่ของผม เป็นการทำหน้าที่ ที่เชื่อว่าประชาชนมอบหมายให้ คิดว่าไม่มีอะไรที่เป็นการฝ่าฝืนจริยธรรม

เมื่อถามว่ากังวลหรือไม่ที่จะกระทบต่อการทำหน้าที่ประธานวิปฝ่ายค้าน เพราะในคำร้องอยากให้หยุด ปฏิบัติหน้าที่ประธานวิปฝ่ายค้านในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการสอบจริยธรรม นายพริษฐ์ กล่าวว่า ถ้าตนเข้าใจถูกต้อง คำร้องไม่ได้เกี่ยวข้องกับจริยธรรมของการทำหน้าที่ประธานวิปฝ่ายค้านในภาพรวม แต่เมื่อ ประธานวิปฝ่ายค้านโดยตำแหน่ง ไปเป็นหนึ่งในกรรมการจริยธรรม ก็มีการเรียกร้องในคำร้องให้ตนไม่ไปเกี่ยวข้องกับการพิจารณาคดีที่ตนเองเป็นผู้ถูกกล่าวหา

"ความจริงไม่ต้องเรียกร้อง ผมก็พร้อมอยู่แล้ว ผมเข้าใจดี ถึงหลักการเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน ถึงแม้ไม่เรียกร้องมา ผมตั้งใจอยู่แล้วว่าหากมีเรื่องใดๆก็ตามที่เกี่ยวข้องกับผม และผมมีส่วนได้ส่วนเสีย ผมก็ไม่ควรไปยุ่งเกี่ยวในฐานะกรรมการที่จะไปพิจารณาคดีหรือข้อร้องเรียนต่างๆ ซึ่งเป็นหลักการที่ผมยึดมั่นมาโดยตลอดอยู่แล้ว แต่ผมขอตั้งคำถามว่าหากผู้ร้องเป็นไปตามข่าวที่ได้ยินมา ว่าเป็นสว.สีน้ำเงิน ผมก็คิดว่าเป็นเรื่องที่ย้อนแย้งดี ว่าสว.ดังกล่าวพยายามที่จะมาเรียกร้อง และสอนผม เรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน ทั้งๆที่ตัวเองก็มีส่วนในการตั้งคนไปเป็นกกต. ซึ่งท้ายสุดก็มาลงมติ ยกคำร้องให้กับสว.จำนวนมาก รวมถึงผู้มีพระคุณในพรรคภูมิใจไทย หรือผู้มีพระคุณทั้งในและบนพรรคภูมิใจไทย"

เมื่อถามว่ามองว่าคำร้องดังกล่าว จะมีปัญหาต่อตนเองหรือไม่ นายพริษฐ์ กล่าวว่า ตนไม่รู้เจตนา แต่ตนพร้อมเข้าสู่ทุกกระบวนการอยู่แล้ว