xs
xsm
sm
md
lg

"ยศชนัน" ลุยน่านเร่งแผนแก้ท่วมแล้งระยะยาว เสริมโทรมาตรเตือนภัยศึกษาขุดแม่น้ำ ดันโมเดล “ดินแลกน้ำ”

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



“รองนายกฯ ยศชนัน” ลุยน่าน เร่งแผนแก้น้ำท่วม–ภัยแล้งระยะยาว เสริมโทรมาตรเตือนภัย ศึกษาการขุดแม่น้ำน่านสาย 2 ขุดลอกลำน้ำ ดันโมเดล “ดินแลกน้ำ” เดินหน้าได้ทันทีไม่ต้องรองบ

วันที่ (30 ตุลาคม 2569) ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) และคณะ ลงพื้นที่จังหวัดน่าน ในฐานะรองนายกรัฐมนตรีที่กำกับดูแลพื้นที่ภาคเหนือ เพื่อติดตามการฟื้นฟูพื้นที่ประสบอุทกภัย และวางแนวทางแก้ไขปัญหาน้ำท่วมและภัยแล้งในระยะยาว

ภายหลังจากได้ลงพื้นที่ติดตามและเร่งรัดการก่อสร้างบ้านพักอาศัยหลังใหม่ทั้งหลังให้กับ “ป้ากาหลง” ผู้ประสบภัยน้ำท่วมในตำบลศิลาแลง อำเภอปัว รวมถึงติดตามภาพรวมการฟื้นฟูบ้านเรือนประชาชนในอำเภอภูเพียงและอำเภอท่าวังผาอีก 14 ครัวเรือนแล้ว

จากนั้น ศ.ดร.ยศชนัน พร้อมด้วย นายชัยนรงค์ วงศ์ใหญ่ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน หัวหน้าส่วนราชการ และผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ได้ลงพื้นที่อำเภอปัว เพื่อติดตามและกำหนดแนวทางแก้ไขปัญหาอุทกภัยและภัยแล้งจังหวัดน่านอย่างยั่งยืน 8 ด้าน

ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวว่า จังหวัดน่านเผชิญปัญหาน้ำซ้ำซากทุกปี คือน้ำมากเกินไปในฤดูฝนและน้อยเกินไปในฤดูแล้ง แม้แต่ละปีจะมีปริมาณน้ำไหลผ่านจังหวัดค่อนข้างสูง แต่กลับกักเก็บไว้ใช้ประโยชน์ได้เพียงส่วนหนึ่ง ขณะที่ลำน้ำหลายสายมีสภาพตื้นเขินจากตะกอนดินทรายที่ไหลมากับน้ำป่า ทำให้น้ำเอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมชุมชนและพื้นที่ลุ่มต่ำได้ง่าย

“การแก้ปัญหาแบบจุดต่อจุดไม่เพียงพอสำหรับน่าน เราต้องบริหารจัดการน้ำทั้งระบบตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ทั้งมาตรการเร่งด่วนที่ประชาชนเห็นผลทันที และโครงการระยะยาวที่ต้องผลักดันอย่างต่อเนื่อง” รองนายกรัฐมนตรีระบุถึงที่มาของแผนงานทั้ง 8 ด้าน

สำหรับแนวทางทั้ง 8 ด้าน ประกอบด้วย การขุดลอกลำน้ำเพื่อเพิ่มความจุและการระบายน้ำ การเพิ่มแหล่งกักเก็บน้ำไว้ใช้ในฤดูแล้ง การเพิ่มสถานีโทรมาตรเพื่อเฝ้าระวังและแจ้งเตือนภัยล่วงหน้า การศึกษาขุดแม่น้ำน่านสาย 2 เพื่อผันน้ำเลี่ยงเมือง ควบคู่ไปกับการป้องกันน้ำท่วมโรงพยาบาลน่าน และการต่อยอดโครงการพัฒนาแหล่งน้ำอันเนื่องมาจากพระราชดำริ

ในส่วนของการขุดลอกลำน้ำซึ่งเป็นมาตรการเร่งด่วนเพื่อเปิดทางให้น้ำไหลได้สะดวก ปัจจุบันทางจังหวัดได้ดำเนินโครงการบรรเทาอุทกภัยเร่งด่วน 5 โครงการ ในพื้นที่อำเภอปัว อำเภอท่าวังผา และอำเภอสันติสุข ครอบคลุมลำน้ำกูน ลำน้ำขว้าง ลำน้ำปัว ลำน้ำย่าง และลำน้ำมวบ ระยะทางรวม 8 กิโลเมตร วงเงิน 20 ล้านบาท

พร้อมกันนี้ ยังมีแผนขุดลอกแม่น้ำน่านอีก 18 จุด ระยะทางรวม 14 กิโลเมตร งบประมาณ 97.5 ล้านบาท เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำและแก้ปัญหาลำน้ำตื้นเขิน

นอกจากโครงการที่ใช้งบประมาณภาครัฐแล้ว จังหวัดน่านยังได้ขุดลอกแม่น้ำน่านในรูปแบบ “ดินแลกน้ำ” หรือการขุดลอกแบบต่างตอบแทน ซึ่งต่อยอดมาจาก “ฝายแก้วโมเดล” ที่ดำเนินการเสร็จสิ้นไปแล้ว โดยให้ผู้ดำเนินการได้รับดินทรายที่ขุดขึ้นมาเป็นค่าตอบแทนแทนการใช้งบประมาณแผ่นดิน

แนวทางนี้ทำให้สามารถเริ่มงานขุดลอกได้ทันทีโดยไม่ต้องรอการจัดสรรงบประมาณ ซึ่งปัจจุบันมีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 8 แห่งอยู่ระหว่างดำเนินการ โดย ศ.ดร.ยศชนัน ได้ผลักดันให้ขยายผลโมเดลนี้ไปยังลำน้ำสาขาอื่นๆ ภายใต้การกำกับดูแลที่โปร่งใสและตรวจสอบได้

สำหรับการเพิ่มแหล่งกักเก็บน้ำ ทางจังหวัดตั้งเป้าเพิ่มปริมาณน้ำสำรองอีกประมาณ 200 ล้านลูกบาศก์เมตร ผ่านการพัฒนาแหล่งน้ำที่มีศักยภาพ การปรับปรุงอ่างเก็บน้ำเดิม และเพิ่มประสิทธิภาพระบบส่งน้ำ เพื่อให้ประชาชนมีน้ำใช้ทำการเกษตรและอุปโภคบริโภคอย่างทั่วถึง

ควบคู่ไปกับการสืบสาน รักษา และต่อยอดโครงการพัฒนาแหล่งน้ำอันเนื่องมาจากพระราชดำริ รวมถึงการสร้างฝายชะลอน้ำตามเป้าหมาย 14,600 ฝาย เพื่อชะลอน้ำหลากและเพิ่มความชุ่มชื้นในพื้นที่ต้นน้ำ

ส่วนระบบเฝ้าระวังและแจ้งเตือนภัย จังหวัดจะเพิ่มสถานีโทรมาตรตรวจวัดระดับน้ำและปริมาณน้ำฝน โดยเชื่อมต่อเข้ากับระบบแจ้งเตือนภัยผ่านมือถือ (Cell Broadcast) หอเตือนภัย และช่องทางสื่อสารของจังหวัด เพื่อให้ชาวบ้านได้รับข้อมูลและอพยพได้ทันเวลา

สำหรับการรับมือเมื่อเกิดภัยพิบัติ ทางจังหวัดได้จัดซื้อเจ็ตสกี รถดูดโคลน และอุปกรณ์กู้ภัยเพิ่มเติม พร้อมใช้ระบบบัญชาการแบบจุดเดียว (Single Command) ดูแลครอบคลุมตั้งแต่การช่วยชีวิตและอพยพ การฟื้นฟูบ้านเรือน ถนน ไฟฟ้า ประปาหลังน้ำลด ไปจนถึงการเร่งเยียวยาด้านการดำรงชีพให้แล้วเสร็จภายใน 1–2 สัปดาห์หลังเกิดภัย

ขณะที่การป้องกันน้ำท่วมเขตตัวเมือง ขณะนี้จังหวัดอยู่ระหว่างศึกษาการขุดแม่น้ำน่านสาย 2 หรือโครงการผันน้ำเลี่ยงเมือง (Flood Diversion) วงเงินประมาณ 24,000 ล้านบาท ครอบคลุมช่วงเมืองน่าน 25 กิโลเมตร และเมืองเวียงสา 24 กิโลเมตร เพื่อผันมวลน้ำออกจากพื้นที่เสี่ยงโดยไม่ให้ไหลผ่านกลางชุมชนโดยตรง

นอกจากนี้ ยังเตรียมก่อสร้างคันป้องกันน้ำท่วมเมืองน่าน ระยะที่ 4 ช่วงบ้านหัวเวียงเหนือ หมู่ 6 ถึงบ้านคั้งถี่ หมู่ 13 ตำบลฝายแก้ว อำเภอภูเพียง งบประมาณ 250 ล้านบาท เพื่อปกป้องเขตชุมชน ศูนย์ราชการ และพื้นที่เศรษฐกิจของเมืองน่าน

ส่วนพื้นที่โรงพยาบาลน่าน ซึ่งต้องเปิดให้บริการได้แม้ในภาวะวิกฤต ทางจังหวัดได้จัดทำรูปแบบการติดตั้งแผ่นอะลูมิเนียมกั้นน้ำรอบโรงพยาบาล ความสูง 2 เมตร ระยะทาง 1,300 เมตร งบประมาณ 69 ล้านบาท โดยอยู่ระหว่างเสนอของบประมาณจากกระทรวงสาธารณสุข เพื่อป้องกันความเสียหายต่ออาคาร อุปกรณ์การแพทย์ และการดูแลผู้ป่วยในช่วงน้ำหลาก

“แผนทั้ง 8 ด้านนี้เป็นกรอบการทำงานที่ชัดเจน รัฐบาลจะเร่งประสานทุกหน่วยงานเพื่อผลักดันให้โครงการเดินหน้าได้จริง โดยเฉพาะโครงการขนาดใหญ่ที่ต้องอาศัยงบประมาณและการอนุมัติจากส่วนกลาง เพื่อให้พี่น้องชาวน่านมีความมั่นคงด้านน้ำ ลดความเสียหายจากน้ำท่วม และมีน้ำใช้เพียงพออย่างยั่งยืน” ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวทิ้งท้าย