xs
xsm
sm
md
lg

ปิดตำนาน “มังกรอีสาน” เสี่ยเล้ง จากพ่อค้าพืชไร่ สู่ผู้ทรงบารมีแห่งขอนแก่น

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



วันนี้ขอนแก่น สูญเสียบุคคลสำคัญคนหนึ่งไปแล้ว

“เสี่ยเล้ง” เจริญ พัฒน์ดำรงจิตร เจ้าของฉายา “มังกรอีสาน” เสียชีวิตอย่างสงบในวัย 94 ปี เมื่อเวลา 04.00 น. วันที่ 19 ตุลาคม 2569

ถ้าเรามอง “เสี่ยเล้ง”เป็นเพียงนักธุรกิจที่เสียชีวิตคนหนึ่ง ในเรื่องราวและความเป็นจริงนั้นถื่อว่าเรายังมองเรื่องนี้ไม่ครบ 
เพราะชื่อของ “เสี่ยเล้ง” ไม่ได้เป็นที่รู้จักเฉพาะในวงการค้าขาย แต่ยังเป็นส่วนหนึ่งของเรื่องราวว่าด้วยธุรกิจ บารมี และการเมืองท้องถิ่นของจังหวัดขอนแก่น มาอย่างยาวนาน 
“เสี่ยเล้ง” เริ่มต้นสร้างตัวจากธุรกิจพืชไร่ ทั้งข้าวโพดและมันสำปะหลัง ก่อนจะขยายกิจการจนกลายเป็นนักธุรกิจรายใหญ่ของภาคอีสาน ต่อเนื่องไปถึงธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ และการลงทุนหลายประเภท 
หนึ่งในผลงานที่คนขอนแก่นรู้จักกันดีก็คือ “โรงแรมเจริญธานี” โรงแรมขนาดใหญ่ใจกลางเมือง ซึ่งกลายเป็นส่วนหนึ่งของภาพจำเมืองขอนแก่นมาหลายสิบปี

โรงแรมเจริญธานี
นอกจากธุรกิจแล้ว “เสี่ยเล้ง” ยังมีบทบาทในวงการกีฬาและความบันเทิงท้องถิ่น ทั้งสนามม้า และสนามมวย!

เมื่อธุรกิจขยายตัว เครือข่ายคนรู้จักก็กว้างขวางตามไปด้วย ทั้งพ่อค้า นักธุรกิจ ผู้คนในแวดวงสังคมและนักการเมือง
นี่คือที่มาของภาพจำของชายที่ผู้คนให้ฉายาว่า “มังกรอีสาน”

ซึ่งคำว่า “มังกร” ในบริบทนี้ ไม่ได้หมายถึงแค่ความร่ำรวย แต่มันยังสื่อถึงบารมี และอิทธิพลของคนคนหนึ่งในพื้นที่ ซึ่งไม่ได้วัดกันด้วยเงินในบัญชีเพียงอย่างเดียว แต่รวมถึงความสัมพันธ์ และเครือข่ายที่สั่งสมมาตลอดชีวิตด้วย

ในงานวิชาการที่ศึกษากลุ่มผลประโยชน์ กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในภาคอีสาน ก็มีการกล่าวถึง “ตระกูลพัฒน์ดำรงจิตร” ในฐานะกลุ่มนักธุรกิจที่มีบทบาททางการเมืองในขอนแก่นด้วย

พูดกันตรงๆ ก็คือเรื่องของ “เสี่ยเล้ง” เป็นเรื่องที่สะท้อนโครงสร้างสังคมการเมืองไทย ในหลายพื้นที่

คนที่มีฐานเศรษฐกิจ มีชื่อเสียง และมีเครือข่ายกว้างขวาง ย่อมมีโอกาสเข้าไปเกี่ยวข้องกับการเมืองได้หลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการสนับสนุนกิจกรรมในพื้นที่ การสร้างความสัมพันธ์กับผู้คน หรือการส่งต่อบทบาททางการเมืองให้คนในครอบครัว

และตระกูลพัฒน์ดำรงจิตร ก็มีเรื่องราวในเส้นทางนี้เช่นกัน

ลูกชายของ “เสี่ยเล้ง” คือ นายจักริน พัฒน์ดำรงจิตร หรือ “เสี่ยเต๋า” อดีตส.ส.ขอนแก่น พรรคเพื่อไทย ซึ่งเคยได้รับเลือกตั้งหลายสมัย

จักริน พัฒน์ดำรงจิตร
การที่ลูกชายเข้าสู่การเมืองระดับชาติ ทำให้ชื่อของครอบครัวนี้ ไม่ได้จำกัดอยู่แค่โลกธุรกิจ แต่เชื่อมโยงเข้ากับสนามการเมืองโดยตรง

อย่างไรก็ตาม การมีชื่อเสียง หรือฐานธุรกิจของครอบครัว ไม่ได้หมายความว่า ความสำเร็จทางการเมืองของลูก เกิดจากพ่อเพียงอย่างเดียว เพราะท้ายที่สุดผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ก็เป็นผู้ตัดสินผ่านการเลือกตั้ง

แต่สิ่งที่ปฏิเสธไม่ได้ก็คือ ในการเมืองท้องถิ่น ทุนทางเศรษฐกิจ ชื่อเสียงของครอบครัว และเครือข่ายความสัมพันธ์ ล้วนเป็นองค์ประกอบที่น่าสนใจ ในการทำความเข้าใจว่าใครสามารถสร้างฐานทางการเมืองได้ยาวนาน

วันนี้ เมื่อ “เสี่ยเล้ง”จากไป สิ่งที่เหลืออยู่จึงมีมากกว่าความทรงจำของนักธุรกิจรุ่นใหญ่คนหนึ่ง

มีทั้งธุรกิจที่สร้างขึ้น ชื่อของโรงแรมที่ผู้คนรู้จัก เครือข่ายความสัมพันธ์ที่สั่งสมมา และประวัติศาสตร์ทางการเมืองของครอบครัวที่คนขอนแก่น ได้เห็นมาตลอดหลายยุคหลายสมัย

คนคนหนึ่งอาจจากไปได้เมื่อถึงเวลาของชีวิต แต่สิ่งที่เขาสร้างไว้ ทั้งในทางเศรษฐกิจ สังคม และการเมือง ยังคงเป็นเรื่องที่คนรุ่นหลังสามารถศึกษา และตั้งคำถามได้ต่อไป

นี่คือการปิดฉากชีวิตของ “มังกรอีสาน” แต่เรื่องราวของธุรกิจ บารมี และการเมืองท้องถิ่นที่ชื่อของเขาเป็นส่วนหนึ่งนั้น ยังเป็นบทเรียนให้เราได้ศึกษาอีกมาก

ขอแสดงความเสียใจต่อ “ครอบครัวพัฒน์ดำรงจิตร” และขอให้ “เสี่ยเล้ง”ไปสู่สุคติ