“หมอเปรม” จี้ รมว.สาธารณสุข แจงโครงการ อสมพ. หลังขอเลื่อนตอบกระทู้ ตั้งคำถามใช้เงินหลวงสร้างหัวคะแนนหรือไม่ ชี้งบระยะแรกราว 1.3 พันล้าน หวั่นขยายทุกหมู่บ้านทุกปีเพิ่มเป็น 1.3 หมื่นล้าน ขณะพยาบาลวิชาชีพยังรอบรรจุ ทวงคำตอบความคุ้มค่า-เกณฑ์คัดเลือก-ขอบเขตหน้าที่ ห่วงซ้ำซ้อนบุคลากรเดิม จี้ฟังเสียงค้านก่อนเดินหน้า
นพ.เปรมศักดิ์ เพียยุระ สมาชิกวุฒิสภา (สว.) แถลงว่า ได้ยื่นกระทู้ถามสดรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เกี่ยวกับโครงการอาสาสมัครพยาบาลชุมชน (อสมพ.) ที่กำลังมีข้อขัดแย้งในกลุ่มวิชาชีพ โดยเฉพาะสภาการพยาบาลแห่งประเทศไทยกำลังล่ารายชื่อผู้ที่ไม่เห็นด้วยให้ครบหนึ่งแสนชื่อ ประมาณปลายเดือนนี้ แต่เมื่อประสานไปที่ รมว.สาธารณสุข ก็ได้รับแจ้งว่าไม่พร้อมที่จะตอบ ขอเลื่อนไปก่อน ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่สมควรอย่างยิ่ง และจะต้องมาคลี่คลายข้อขัดแย้ง และหาคำตอบ ที่ดีที่สุดให้กับประชาชน
นพ.เปรมศักดิ์ กล่าวว่า ดังนั้น เมื่อท่านไม่ได้ให้เกียรติในการมาตอบกระทู้ถามสด เรื่องนี้ ตนจึงขอถามผ่านสื่อมวลชน ว่า โครงการดังกล่าวมีเป้าหมายเพิ่มกำลังคนด้านสุขภาพ โดยระยะแรกเปิดรับ 7,256 คน กระจายตำบลละ 1 คน ให้ค่าตอบแทนเดือนละ 15,000 บาท คัดเลือกผ่านสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด โดยมีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพเป็นเจ้าภาพ ผู้สมัครแบ่งตามพื้นฐานความรู้และคุณสมบัติเป็น 3 กลุ่ม ก่อนเข้ารับการอบรมตั้งแต่ 30-240 ชั่วโมง
อย่างไรก็ตาม นพ.เปรมศักดิ์ ระบุว่า หลังเข้าสู่ปีงบประมาณ 2570 ยังมีพื้นที่ประมาณ 600 ตำบล ที่คัดเลือกบุคลากรไม่ได้ พร้อมตั้งข้อสังเกตต่อกระบวนการคัดเลือกที่ใช้การสัมภาษณ์โดยไม่มีการสอบความรู้ทางวิชาการ ว่า อาจเปิดช่องให้เกิดการฝากคนเข้าทำงาน จึงเรียกร้องให้กระทรวงชี้แจงหลักเกณฑ์และความโปร่งใส
นพ.เปรมศักดิ์ กล่าวต่อว่า โครงการระยะแรกใช้งบประมาณประมาณ 1,300 ล้านบาทต่อปี และหากขยายเป็นหมู่บ้านละ 1 คน ตามแนวทางที่ตนกล่าวถึง อาจต้องใช้งบประมาณถึง 13,000 ล้านบาทต่อปี จึงตั้งคำถามว่า เหตุใดกระทรวงจึงเลือกเพิ่มบุคลากรประเภทใหม่ แทนการเร่งบรรจุพยาบาลวิชาชีพที่รอเข้าทำงาน หรือเสริมกำลังเจ้าหน้าที่ในโรงพยาบาลและโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) ที่ยังขาดแคลน
พร้อมกันนี้ ได้ตั้งข้อสงสัยว่า การกระจายผู้ได้รับค่าตอบแทนลงทุกตำบล และอาจขยายถึงทุกหมู่บ้าน จะเป็นการใช้เงินงบประมาณสร้างฐานคะแนนทางการเมืองหรือไม่ โดยเรียกร้องให้กระทรวงตอบคำถามเรื่องความจำเป็น ความคุ้มค่า และผลลัพธ์ด้านสุขภาพให้ชัดเจน
นพ.เปรมศักดิ์ ยังแสดงความกังวลเรื่องความซ้ำซ้อน เนื่องจากในชุมชนมีทั้งอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) นักบริบาลชุมชน ผู้ดูแลผู้มีภาวะพึ่งพิง ผู้จัดการการดูแล และเจ้าหน้าที่ รพ.สต.อยู่แล้ว กระทรวงจึงต้องกำหนดให้ชัดว่า อสมพ.มีหน้าที่อะไร ทำอะไรได้ และห้ามทำอะไร โดยเฉพาะงานที่เกี่ยวข้องกับการรักษาพยาบาลและความปลอดภัยของประชาชน
“จะเอาคนมาเรียนระยะสั้น แล้วไปดูแลประชาชนเหมือนพยาบาลวิชาชีพที่เรียนมาโดยตรงและสอบผ่านใบประกอบวิชาชีพ ต้องเอาให้ชัดเจน” นพ.เปรมศักดิ์ กล่าว
นอกจากนี้ ยังขอให้เปิดเผยแผนงบประมาณระยะยาว เงื่อนไขสัญญาจ้างและสิทธิประโยชน์ รวมถึงประเมินภาระผูกพันก่อนขยายโครงการ พร้อมรับฟังข้อทักท้วงจากองค์กรวิชาชีพการพยาบาลและหน่วยงานวิชาการ เพื่อหาข้อยุติร่วมกัน
นพ.เปรมศักดิ์ กล่าวว่า รัฐบาลมีแนวทางลดจำนวนข้าราชการ แต่กลับเพิ่มบุคลากรผ่านโครงการนี้ จึงต้องอธิบายความสอดคล้องของนโยบาย และตอบให้ได้ว่างบประมาณที่เพิ่มขึ้นสร้างผลลัพธ์ดีกว่าการเสริมกำลังบุคลากรในระบบเดิมอย่างไร รวมถึงจะเร่งบรรจุพยาบาลวิชาชีพที่รออยู่ได้เมื่อใด
“ท่านไม่มาตอบวันนี้ ก็ขอฝากท่านตอบทางสื่อด้วย เพราะเป็นเรื่องสำคัญ มันไม่ใช่เงินของพรรคการเมือง” นพ.เปรมศักดิ์ กล่าว พร้อมเรียกร้องให้รัฐมนตรีรับฟังเสียงคัดค้านและชี้แจงข้อสงสัยก่อนเดินหน้าหรือขยายโครงการ


