xs
xsm
sm
md
lg

ถือหุ้นพนัน 1% จบจริงหรือ? 7 คำถามที่ไอเดียร์ยังต้องตอบ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



หลังจากที่ “สส.ไอเดียร์” สุชาดา ซาง แทนทรัพย์ ออกมายอมรับว่า “ไท่หยาง จาง” สามีของตัวเอง ถือหุ้นในธุรกิจเว็บพนันออนไลน์ Shuffle อยู่ 1% เรื่องนี้ก็ยังไม่จบง่ายๆ เพราะคำถามที่สังคมสงสัย ไม่ได้มีแค่ว่าถือหุ้นกี่เปอร์เซ็นต์ แต่ยังมีอีกหลายเรื่อง ที่ต้องชี้แจงให้ชัดเจน
 
วันนี้ ขอสรุป 7 คำถามสำคัญ ที่มาจากข้อสังเกตของฝ่ายตรวจสอบ ซึ่งควรได้รับคำตอบอย่างตรงไปตรงมาจาก “ไอเดียร์”

คำถามแรก ถือหุ้นมาตั้งแต่เมื่อไหร่ แล้วหุ้น 1% มาจากไหน?

เพราะมีข้อมูลที่ถูกนำมาเปิดเผยว่า สามีของไอเดียร์ มีชื่อถือหุ้นบุริมสิทธิในบริษัทแม่ของ Shuffle ตั้งแต่ปี 2565 ขณะที่การระดมทุนรอบ Seed ที่มีการพูดถึงนั้น เกิดขึ้นในปี 2567

ที่สำคัญ หุ้น 2,160 หุ้นที่ปรากฏในเอกสารชุดหนึ่ง คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 0.22%

คำถามก็คือ แล้วหุ้น 1% ที่ชี้แจงล่าสุดนั้น มาจากไหน มีการซื้อหุ้นเพิ่มหรือไม่ ลงทุนไปทั้งหมดเท่าไหร่ และซื้อขายกันเมื่อไหร่
 
เรื่องนี้ต้องอธิบายให้ชัด เพราะตัวเลข 0.22% กับ 1% มันไม่ใช่ตัวเลขเดียวกัน

คำถามที่สอง ถือหุ้นแล้วได้เงินเท่าไหร่ และมีบทบาทในธุรกิจแค่ไหน?

อย่าลืมว่าการลงทุนไม่ได้ดูแค่เปอร์เซ็นต์ที่ถือ แต่ต้องดูมูลค่าเงินลงทุน และผลตอบแทนด้วย

ข้อมูลที่ถูกนำมาอ้างถึง ระบุว่าบริษัทผู้ประกอบกิจการ Shuffle มีรายได้และกำไรในระดับสูง และมีการประกาศเงินปันผลด้วย
แต่เราไม่สามารถเอาตัวเลขเงินปันผลของบริษัทมาคำนวณตรงๆ แล้วสรุปได้ว่า สามีของไอเดียร์ ได้รับเงินเท่าไหร่ เพราะยังต้องดูโครงสร้างบริษัท และสิทธิของหุ้นบุริมสิทธิด้วย
 
ดังนั้น คำถามคือ ที่ผ่านมาลงทุนไปเท่าไหร่ ได้รับเงินปันผล หรือผลตอบแทนจริงเท่าไหร่ และมีส่วนร่วมในการตัดสินใจของบริษัทหรือไม่

ถือหุ้นน้อย ไม่ได้แปลว่าไม่มีรายได้ และก็ไม่ได้แปลว่ามีอำนาจบริหารโดยอัตโนมัติเช่นกัน เรื่องนี้ต้องดูหลักฐานกันให้ชัด
 
คำถามที่สาม แล้วทำไมจึงมีข้อสงสัยว่า หุ้นไม่ปรากฏในบัญชีทรัพย์สินที่ยื่นต่อ ป.ป.ช.?


จากข้อมูลบัญชีทรัพย์สินที่มีการนำมาเปิดเผย พบว่าสามีของไอเดียร์ แจ้งเงินลงทุนและเงินให้กู้ยืมเป็นมูลค่าสูง แต่ไม่พบรายการหุ้นบุริมสิทธิ ของบริษัท Mixed Order จำนวน 2,160 หุ้น

ตรงนี้จึงต้องตอบให้ชัดว่า ณ วันที่ยื่นบัญชีทรัพย์สิน ยังถือหุ้นอยู่หรือไม่ ถ้ายังถือ หุ้นถูกแจ้งไว้ตรงไหน?

แต่ถ้าขายหรือโอนไปแล้ว ขายเมื่อไหร่ ให้ใคร ในราคาเท่าไหร่ และเงินที่ได้รับถูกบันทึกไว้ในรายการทรัพย์สินส่วนไหน?
นี่เป็นเรื่องที่ตรวจสอบจากเอกสารได้ และต้องแยกให้ชัด ระหว่างการมีข้อสงสัย กับการพิสูจน์ว่ามีการปกปิดทรัพย์สิน จริงหรือไม่

คำถามที่สี่ เงินบริจาคให้พรรคภูมิใจไทย 150,000 บาท มาจากไหน และทำไมมีช่วงที่หยุดบริจาค?

ข้อมูลที่ฝ่ายตรวจสอบนำมาเสนอ ระบุ ว่า ไอเดียร์ บริจาคเงินให้พรรคในช่วงหนึ่ง เดือนละ 10,000 บาท รวม 60,000 บาท และต่อมาในช่วงที่เป็นส.ส. บริจาคเดือนละ 30,000 บาท รวมอีก 90,000 บาท
 รวมเป็น 150,000 บาท

คำถามคือ เงินที่บริจาค มาจากเงินเดือน เงินออม หรือเงินจากบัญชีไหน ?

อีกเรื่องคือ ในช่วงที่เปลี่ยนจากตำแหน่งเลขานุการรัฐมนตรีคนหนึ่ง ไปทำงานกับรัฐมนตรีอีกคน กลับมีช่วงที่ไม่พบชื่อบริจาค ตามข้อมูลที่นำมาเปิดเผย
 
ถ้าพรรคมีหลักเกณฑ์ให้บุคลากรแต่ละตำแหน่ง บริจาคเงินทุกเดือนจริง ก็ต้องอธิบายว่า เหตุใดจึงมีช่วงที่ขาดหายไป และหลักเกณฑ์นี้ ใช้กับคนอื่นอย่างไรด้วย

คำถามที่ห้า เงินบริจาคมีส่วนเกี่ยวข้องกับรายได้ของสามีหรือไม่?

ประเด็นนี้ ต่อเนื่องจากข้อสี่ เพราะ “ไอเดียร์กับสามี” จดทะเบียนสมรสกันแล้วในช่วงเวลาดังกล่าว

จึงมีคำถามว่า เงินที่นำไปบริจาคเป็นเงินของไอเดียร์เองทั้งหมดหรือไม่ มีเงินจากบัญชีของสามีเข้ามาเกี่ยวข้องหรือเปล่า และถ้ามี เงินเหล่านั้น มีที่มาอย่างไร
 
หากมีการตรวจสอบ ก็ต้องดูเส้นทางการเงินจริงๆ รวมถึงเจ้าของเงินที่แท้จริง ไม่ใช่เห็นว่าเป็นเงินจากบัญชีไหนแล้วรีบสรุปว่าใครทำผิด

เพราะประเด็นนี้ อาจเกี่ยวข้องกับข้อกฎหมายว่าด้วยเงินบริจาคแก่พรรคการเมือง แต่จะเข้าข่ายความผิด หรือไม่ ต้องพิจารณาทั้งที่มาของเงิน ข้อเท็จจริง และองค์ประกอบตามกฎหมาย

คำถามที่หก ธุรกรรมคริปโต ที่อ้างว่าเชื่อมโยงกับ Shuffle มีอะไรอยู่เบื้องหลัง ?

มีผู้ตรวจสอบข้อมูลบล็อกเชน เผยแพร่ตัวเลขธุรกรรมระหว่างกระเป๋าที่อ้างว่าเชื่อมโยงกับ Bitkub และ Shuffle เกือบ 10,000 รายการ มูลค่ารวมกว่า 118 ล้านบาท
 
แต่ต้องย้ำก่อนว่า ตัวเลขดังกล่าว เป็นข้อมูลที่มีการนำเสนอ และยังต้องตรวจสอบยืนยันความเชื่อมโยง รวมถึงเจ้าของธุรกรรมแต่ละรายการ

คำถามคือ มีคนไทยเข้าไปเล่นพนันจริงหรือไม่ มีจำนวนเท่าไหร่ และมีการจัดให้เล่นพนันที่เข้าข่ายผิดกฎหมายไทยหรือไม่
อีกเรื่องที่ต้องตรวจสอบ คือ เหตุใด Shuffle จึงปิดกั้นผู้ใช้งานจากประเทศไทย ในช่วงที่เรื่องนี้กำลังถูกตรวจสอบ เป็นการตัดสินใจของบริษัทเอง หรือมีการประสานจากใคร หรือไม่
 
ถ้ามีหลักฐาน ก็ต้องเปิดเผยตามกระบวนการ แต่ถ้ายังไม่มี ก็ไม่ควรด่วนสรุป ว่ามีใครอยู่เบื้องหลัง

คำถามสุดท้าย การแต่งตั้งไอเดียร์ เป็นเลขานุการ รัฐมนตรี DE มีการตรวจสอบผลประโยชน์ทับซ้อน หรือไม่?

“ไอเดียร์” เคยได้รับแต่งตั้งเป็นเลขานุการรัฐมนตรีดิจิทัลฯ ประจำตัว “ไชยชนก ชิดชอบ” เมื่อเดือนตุลาคม 2568
คำถามจึงอยู่ที่ว่า ก่อนแต่งตั้ง มีการตรวจสอบข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจของคู่สมรส หรือไม่ และมีมาตรการป้องกันผลประโยชน์ทับซ้อนอย่างไร
 
เรื่องนี้ไม่ได้หมายความว่า ผู้แต่งตั้งจะต้องมีความผิดเพียงเพราะคู่สมรสของผู้ได้รับแต่งตั้ง ถือหุ้น แต่ถ้าภายหลังมีข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้องกับการกระทำผิด ก็ต้องตรวจสอบบทบาท และความรับผิดชอบของแต่ละคนตามหลักฐาน

ทั้งหมดนี้คือ 7 คำถาม ที่คิดว่าควรได้รับคำตอบจาก “ไอเดียร์” โดยตรง
 
เพราะการออกมายอมรับว่า สามีถือหุ้นเว็บพนัน 1% เป็นเพียงคำชี้แจงเรื่องสัดส่วนการถือหุ้น แต่ยังไม่ได้ตอบครบทุกเรื่อง ทั้งที่มาของหุ้น เงินลงทุน ผลตอบแทน การแจ้งบัญชีทรัพย์สิน เงินบริจาค และความเกี่ยวข้องกับธุรกิจที่ถูกตั้งข้อสงสัย
ซึ่งข้อสงสัยทั้งหมด ควรต้องผ่านการตรวจสอบตามหลักฐาน

ถ้าตรวจสอบแล้วไม่พบความผิด ก็ต้องให้ความเป็นธรรมกับไอเดียร์ และสามี

แต่ถ้าพบว่ามีการกระทำผิดจริง ก็ต้องดำเนินการตามกฎหมายอย่างตรงไปตรงมา ไม่ว่าจะเป็นใครหรืออยู่พรรคไหน

ตอนนี้ ประชาชนรู้แล้วว่า สามีของไอเดียร์ ถือหุ้นบ่อนพนันจริง แต่อยากรู้ต่อว่า หุ้นนั้นมาจากไหน เงินมาจากไหน ผลประโยชน์อยู่ที่ใคร และทุกอย่างได้ดำเนินการถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่
 
นี่แหละ คือสิ่งที่สังคมควรได้รับคำชี้แจงจาก “ไอเดียร์” อย่างชัดเจน