นายกฯ ประกาศความสำเร็จไทยเป็นเจ้าภาพประชุม IMF-World Bank 191 ชาติ เชื่อมั่นศักยภาพ ยกระดับประเทศแบบก้าวกระโดด บอกอย่าไปคิดว่าคุ้มทุน แต่ถือว่าคุ้มค่า
วันนี้ (16 ต.ค.) เมื่อเวลา 17.15 น. ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงความสำเร็จที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพการประชุมประจำปี สภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศและกลุ่มธนาคารโลก (IMF-World Bank Annual Meetings) ว่า การต่อยอดให้ไทยคงอยู่ในเรดาร์ของโลก ต้องทำให้ประเทศไทยมีความเข้มแข็งในทุกมิติให้ชาวโลกได้เห็น วันนี้เราได้แสดงศักยภาพอย่างเต็มที่ ได้รับการยอมรับ ชื่นชม และที่สำคัญที่สุด คือ ความมั่นใจว่า ท่ามกลางสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ของโลก เรายังคงมีความพร้อมในทุกๆ ด้าน ทั้งระบบโลจิสติกส์ สาธารณูปโภคพื้นฐาน และความมั่นคงทางเศรษฐกิจ สิ่งเหล่านี้ช่วยสร้างความมั่นใจ และเป็นเวลาที่เราจะต้องต่อยอด ทุกคนที่มาร่วมประชุมได้เห็นว่าประเทศไทยมีธรรมาภิบาล มีการดำเนินการทุกอย่างตามขั้นตอนของกฎหมาย มีความน่าเชื่อถือ มีความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจ และมีโอกาสต่างๆ อีกมากมาย
นายอนุทิน กล่าวว่า วันนี้ อุตสาหกรรมไมซ์ (MICE) และการจัดประชุมระดับนานาชาติ ไม่จำเป็นต้องไปโฆษณาอีกแล้วว่าเราทำได้หรือไม่ สิ่งที่ธนาคารโลกและกองทุนการเงินระหว่างประเทศ หรือไอเอ็มเอฟ มาจัดประชุมที่ไทยได้อธิบายทุกอย่างแล้ว ไม่มีข้อบกพร่องที่เป็นสาระสำคัญใดๆ ทั้ง 191 ประเทศที่มาประชุมมีความพึงพอใจและมั่นใจในศักยภาพของไทย จากนี้ไปจึงเป็นเวลาที่เราต้องนำความแข็งแกร่งเหล่านี้ไปเปลี่ยนเป็นโอกาส รายได้ สวัสดิภาพ และอาชีพของพี่น้องประชาชนคนไทยทุกคน
ผู้สื่อข่าวถามว่า การที่ไทยได้มีโอกาสพบปะหารือกว่า 10 วง ในวันนี้ ถือเป็นโอกาสสำคัญอย่างไร นายอนุทิน กล่าวว่า ไม่ใช่เราได้พบ แต่เขามาพบเรา เราไม่ต้องมีแบบฟอร์มกำหนดว่าใครจะต้องไปหาใครก่อน สิ่งแรกที่ตนได้แจ้งทางกระทรวงการต่างประเทศไป คือ พร้อมจะพบผู้นำระดับสูงทุกคน รวมถึงระดับผู้ว่าการธนาคารกลาง ไม่ใช่ว่าเมื่อเป็นนายกรัฐมนตรีแล้วจะต้องพบเฉพาะนายกรัฐมนตรีด้วยกันเท่านั้น ซึ่งการได้พบปะหารือเช่นนี้ช่วยเปิดโลกทัศน์ให้กว้างขึ้นด้วย และไม่ได้พบเพียง 10 กว่าประเทศในวันนี้เท่านั้น แต่ได้พบมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่วันจันทร์ ทั้งรองนายกรัฐมนตรีรัสเซีย รัฐมนตรีต่างประเทศหลายประเทศ และที่สำคัญที่สุด คือ ได้พบกับประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) รวมถึง นายมาทีอัส คอร์มันน์ เลขาธิการองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) อยากให้ผู้สื่อข่าวไปติดตามดูในเฟซบุ๊กของเลขาธิการ OECD ว่า ได้เขียนถึงความรู้สึกต่อการเข้าเป็นสมาชิกภาพ OECD ของไทยอย่างไร การที่เขาโพสต์ในสื่อของเขาและกล่าวในที่สาธารณะแสดงความเชื่อมั่นว่าไทยจะได้เป็นสมาชิก OECD อย่างแน่นอนนั้นถือเป็นขวัญและกำลังใจให้กับข้าราชการและผู้ปฏิบัติงานทุกคนที่จัดเตรียมเอกสารข้อมูลอย่างทุ่มเท เรื่องนี้มีความสำคัญและมีความหมายต่อไทยเป็นอย่างยิ่ง เปรียบเสมือนจุดดีดตัวของประเทศในสายตาชาวโลก
“ผมเคยกล่าวไว้ว่าทำอย่างไรให้มีคนพูดถึงประเทศไทย ไม่ว่าจะพิมพ์ พูด หรือเอ่ยคำว่า ไทยแลนด์ ให้ได้สัก 1 ล้านครั้งต่อวัน ประเทศไทยก็จะก้าวหน้าไปได้ดีและมีโอกาสมหาศาล วันนี้ได้พิสูจน์แล้วว่าเป็นไปได้ โดยขึ้นอยู่กับความพร้อมและความมุ่งมั่นตั้งใจของเรา” นายอนุทิน ระบุ
ผู้สื่อข่าวถามว่า แสดงว่า การเป็นเจ้าภาพครั้งนี้ ถือว่าคุ้มค่าคุ้มทุนที่เราได้เป็นเจ้าภาพหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า อย่าไปคิดว่าคุ้มทุน แต่ถือว่าคุ้มค่า และเป็นสิ่งที่ต้องทำ เมื่อทำแล้วด้วยความมุ่งมั่นตั้งใจ เรื่องนี้ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯและ รมว.คลัง ได้คุยกับตนตั้งแต่วันแรกที่เข้ารับตำแหน่ง ตั้งแต่ในรัฐบาลชุด “หนู 1” ไม่ใช่ “หนู 2” ว่าสิ่งที่ท้าทายที่สุด คือ การที่ไทยต้องเป็นเจ้าภาพ ซึ่งตอนนั้นมีความกังวลมากเนื่องจากเป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อยว่าจะได้กลับมาทำหน้าที่หรือไม่ และจะได้รับความร่วมมือหรือไม่ แต่วันนี้พิสูจน์แล้วว่าหากเป็นเรื่องของประเทศชาติ เราจะได้รับความร่วมมือจากทุกฝ่าย ทั้งข้าราชการประจำ ภาคเอกชน เจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วน และประชาชนทั่วไป ทุกอย่างผ่านไปด้วยความเรียบร้อย แม้ว่า วันพรุ่งนี้ (17 ต.ค.) จะเป็นช่วงของการเก็บตก แต่งานสำคัญ การพบปะหารือสำคัญ และวงดีเบตประเด็นสำคัญได้ผ่านพ้นไปด้วยดีตั้งแต่ต้นสัปดาห์ ทุกคนต่างพกพาความประทับใจและความเชื่อมั่นต่อไทยกลับบ้าน และจะไม่ลืมประเทศไทย เพราะเกิดการจับคู่ธุรกิจ และข้อตกลงระหว่างประเทศต่างๆ มากมายในไทย เมื่อมีการลงนามในบันทึกความเข้าใจ (MOU) หรือข้อตกลงต่างๆ ก็จะมีคำว่า “in Thailand”
นายอนุทิน กล่าวอีกว่า สิ่งเหล่านี้จะช่วยยกระดับฐานเศรษฐกิจของประเทศ เหมือนโครงการในอดีตอย่างไทยช่วยไทยพลัส หรือคนละครึ่งพลัส ที่ช่วยผลักดันให้พ่อค้าแม่ค้ามียอดขายเพิ่มขึ้น และแม้ว่าโครงการจะสิ้นสุดลงไปแล้ว แต่ยอดขายก็ยังคงรักษาระดับฐานและขยับสูงขึ้นต่อไปได้ ฉันใดก็ฉันนั้น
ผู้สื่อข่าวถามอีกว่า การที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมครั้งนี้ ถือเป็นการยกระดับความน่าเชื่อถือในรูปแบบ Thailand Plus ใช่หรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การเป็นเจ้าภาพในครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่ Thailand Plus แต่เป็นการยกระดับประเทศแบบ Exponential ยกกำลังหรือก้าวกระโดด อย่างแท้จริง


