xs
xsm
sm
md
lg

GAME OVER ไอเดียร์?!

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



เรื่องของ “ไอเดียร์” หรือ สุชาดา ซาง แทนทรัพย์ ส.ส.ชัยภูมิ พรรคภูมิใจไทย ฮอตไม่มีพัก เลยต้องหยิบมาคุยกันอีกสักรอบ

เพราะดูจากสถานการณ์ล่าสุดแล้ว ต้องบอกว่า เส้นทางการเมืองของเธอกำลังเดินมาถึงจุดที่ยากลำบากมากที่สุดจุดหนึ่งเลยก็ว่าได้
 
แต่ก่อนจะไปถึงจุดที่ว่า “เกมโอเวอร์แล้วหรือยัง?” เราลองย้อนกลับไปดูเส้นทางชีวิตของผู้หญิงคนนี้กันสักนิดว่า เธอเดินทางมาจากไหน ผ่านมือใคร ทำงานกับใครบ้าง ก่อนจะมานั่งอยู่ในสภาผู้แทนราษฎรในวันนี้

**จากวงการบันเทิง สู่เส้นทางการเมือง

“ ไอเดียร์ สุชาดา” เริ่มต้นชีวิตอีกด้านหนึ่งจากวงการบันเทิง เป็นเด็กปั้นของ “เอ ศุภชัย” และมีผลงานละคร อย่างเรื่องอรุณสวัสดิ์ และ เพลิงดาว

เส้นทางของเธอไม่ได้หยุดอยู่แค่ในวงการบันเทิง เพราะเธอเป็นลูกสาวของ “สัมฤทธิ์ แทนทรัพย์” นักการเมืองระดับบ้านใหญ่ ของจังหวัดชัยภูมิ ซึ่งมีประสบการณ์ทางการเมืองในพื้นที่มาหลายสมัย


เมื่อเข้าสู่สนามการเมือง เธอเริ่มต้นกับ กลุ่มNew Dem ของพรรคประชาธิปัตย์ ในช่วงเลือกตั้งปี 2562 เป็นผู้สมัครสส.ในระบบบัญชีรายชื่อ แต่ไม่ได้รับเลือกตั้ง

หลังจากนั้น เธอขยับเข้าหาฝ่ายบริหาร โดยไปทำงานกับ “สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ” ในตำแหน่ง โฆษกกระทรวงอุตสาหกรรม
จากนั้นในปี 2564 เข้าทำงานเป็น ผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ในยุคของ “กนกวรรณ วิลาวัลย์” และ ย้ายมาสังกัดพรรคภูมิใจไทย

เลือกตั้งปี 2566 ลงสมัครส.ส.ชัยภูมิ เขต 4 แต่แพ้

ทว่าความพ่ายแพ้ครั้งนั้น ก็ไม่ได้ทำให้เส้นทางการเมืองของเธอหยุดลง เธอขยับไปทำงานในกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ในยุคของ “ศุภมาส อิศรภักดี” ก่อนจะกลับมาลงสมัครสส.อีกครั้ง ในการเลือกตั้งปี 2569 โดยมี “ไชยชนก ชิดชอบ” เลขาธิการพรรค ลงไปช่วยหาเสียงอย่างใกล้ชิด และได้รับเลือกตั้งเป็น ส.ส.ชัยภูมิ เขต 4 พรรคภูมิใจไทย

จากคนในวงการบันเทิง ผ่านงานกับรัฐมนตรีหลายคน จนได้เข้าสู่สภาอย่างเต็มตัว โดยในวันแรกที่สภาเปิดให้ สส.ใหม่รายงานตัว เธอก็ไปสภาฯ แต่เช้า เพื่อเอาซีน ว่าเป็นสส.คนแรกที่มารายงานตัว


นี่คือเส้นทางที่ทำให้เห็นว่า “สุชาดา” ไม่ได้เพิ่งเข้ามาสัมผัสการเมือง แต่ผ่านงานฝ่ายการเมือง และฝ่ายบริหารมาหลายตำแหน่งแล้ว

และตำแหน่งที่สำคัญอีกตำแหน่งหนึ่งก็คือ งานในกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม หรือกระทรวงดีอี ในยุคของ “ไชยชนก ชิดชอบ”

ซึ่งตรงนี้แหละ ที่ทำให้เรื่องราวของเธอในวันนี้ กลายเป็นประเด็นที่สังคมจับตามองอย่างมาก

จากบัญชีทรัพย์สินพันล้าน สู่คำถามที่ต้องตอบ!


เรื่องเริ่มร้อนแรงขึ้น ในช่วงต้นเดือนตุลาคม เมื่อ “รังสิมันต์ โรม” ส.ส.พรรคประชาชน นำประเด็นทรัพย์สินของ สุชาดา และไท่หยาง จาง ผู้เป็นสามี ขึ้นมาตั้งคำถาม และเรียกร้องให้มีการตรวจสอบ

ข้อมูลบัญชีทรัพย์สินที่มีการเปิดเผย ระบุว่า “สุชาดา สามี และบุตร” มีทรัพย์สินรวมกันประมาณ 1,974 ล้านบาท โดยทรัพย์สินส่วนใหญ่ เป็นของสามี

ประเด็นที่สังคมอยากรู้จึงไม่ใช่เพียงว่า มีเงินเท่าไร มีทรัพย์สินอะไรบ้าง แต่เป็นคำถามที่สำคัญกว่านั้นคือ... เงินเหล่านี้มาจากไหน มีหลักฐานทางธุรกิจรองรับอย่างไร และรายการทรัพย์สินกับภาระหนี้สิน ที่แจ้งต่อ ป.ป.ช.นั้น ถูกต้องครบถ้วนหรือไม่
ขณะเดียวกัน ก็มีข้อมูลเกี่ยวกับการลงทุนในธุรกิจแพลตฟอร์มกาสิโน และพนันออนไลน์ ที่ใช้สินทรัพย์ดิจิทัล ซึ่งเชื่อมโยงกับชื่อของสามีเธอ ทำให้เกิดคำถามต่อไปว่า การลงทุนดังกล่าว มีลักษณะอย่างไร และมีเส้นทางการเงินที่สามารถตรวจสอบได้หรือไม่


เรื่องนี้ “สุชาดา” เคยบอกว่าพร้อมจะชี้แจงข้อเท็จจริงทั้งหมด แต่เมื่อคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน เชิญเธอกับสามี ไปให้ข้อมูล เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม ที่ผ่านมา เธอไม่ได้เข้าชี้แจง โดยให้เหตุผลว่า ติดประชุมกรรมาธิการ อีกคณะหนึ่ง

จากนั้น วันที่14 ตุลาคม ซึ่งเดิมมีการแจ้งว่า จะเปิดแถลงข่าวให้สื่อมวลชนซักถาม ก็มีการแจ้งยกเลิกการแถลงข่าวออกไป
ในเมื่อก่อนหน้านี้ มีท่าทีเชื่อมั่น บอกว่าจะชี้แจงแล้วสังคมยังไม่ได้รับคำอธิบายที่ชัดเจน คำถามก็ย่อมเพิ่มขึ้นเป็นธรรมดา

ถ้ามีหลักฐานพร้อม มีเอกสารพร้อม และมีคำอธิบายที่ตรวจสอบได้ การออกมาชี้แจงอย่างเป็นระบบ ก็อาจเป็นทางออกที่ดีที่สุด
แต่นี่ยิ่งเงียบ คำถามก็เลยยิ่งดัง

ป.ป.ช.ขยับ แล้วพรรคจะวางตัวอย่างไร?


จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้น เมื่อวันที่12 ตุลาคม เจ้าหน้าที่ป.ป.ช. เปิดเผยว่าจากการตรวจสอบเอกสารบัญชีทรัพย์สินของ “สุชาดาและคู่สมรส” พบข้อสงสัยเกี่ยวกับความไม่สอดคล้องระหว่างทรัพย์สิน กับฐานรายได้ รวมถึงรายการทรัพย์สินบางส่วน ที่อาจแจ้งไม่ครบถ้วน จึงมีเหตุให้ต้องตรวจสอบเชิงลึกต่อไป

นี่คือเรื่องที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด เพราะไม่ใช่แค่เสียงวิจารณ์จากฝ่ายค้าน หรือเสียงสงสัยในโลกออนไลน์อีกต่อไป แต่เป็นการตรวจสอบโดย ป.ป.ช. หน่วยงานที่มีหน้าที่ตามกฎหมาย

ขณะเดียวกัน เมื่อผู้สื่อข่าวถาม “อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เกี่ยวกับเรื่องนี้ เมื่อวันที่ 13 ตุลาคม “อนุทิน” ระบุว่ายังไม่ทราบรายละเอียด ก่อนจะฮัมเพลง ว่า “อยู่กับสิ่งที่มี ไม่ใช่สิ่งที่ฝัน และทำสิ่งนั้นให้ดีที่สุด”
คำตอบนี้ กำลังถูกตีความว่าเป็นการส่งสัญญาณ “ตัดหาง” หรือไม่ ?!

เพราะในทางการเมือง ภาพที่ประชาชนเห็น คือ “สุชาดา” กำลังทำให้ “อนุทิน”ที่เป็นหัวหน้าพรรค “จนแต้ม” ไปอีกคน
ยังมีกรณี “ไชยชนก ชิดชอบ” ในฐานะเลขาธิการพรรค ที่พูดในทำนอง “ตัวใครตัวมัน” เมื่อถูกถามถึงการให้ความช่วยเหลือด้านกฎหมายแก่ “ไอเดียร์”

ทำให้สังคมเริ่มตั้งคำถามว่า พรรคภูมิใจไทย จะวางมาตรฐานเรื่องความโปร่งใสของคนในพรรคอย่างไร
เพราะเวลาเป็นคนของพรรคอื่น ก็จะเรียกร้องให้ชี้แจงเต็มที่ แต่เมื่อเป็นคนของตัวเอง พรรคจะใช้มาตรฐานเดียวกันหรือไม่ ... นี่ต่างหากคือบททดสอบที่สำคัญ

หรือตอนนี้ได้มีการส่งสัญญาณให้ ป.ป.ช. และ ดีเอสไอ เดินหน้าเรื่องกฎหมายเต็มที่ เพื่อกอบกู้ภาพลักษณ์ขององค์กร ขณะเดียวกันก็ได้ภาพว่า “สีน้ำเงิน” ไม่ได้ปกป้อง หากคนของพรรคทำผิด

อย่างไรก็ตาม ในทางกฎหมาย “สุชาดา” ยังมีโอกาสชี้แจงกับหน่วยงานที่ทำการตรวจสอบ...แต่ในทางการเมือง ถือว่าเส้นทางของเธอกำลังเผชิญวิกฤตอย่างหนัก!

เพราะปัญหาครั้งนี้ ไม่ได้มีแค่เรื่องตัวเลขทรัพย์สินเกือบ 2,000 ล้านบาท แต่มีทั้งคำถามเรื่องแหล่งที่มาของเงิน การลงทุนของสามี การเปิดเผยรายการทรัพย์สิน การไม่เข้าชี้แจงต่อกรรมาธิการตามนัด และการยกเลิกแถลงข่าวที่สังคมกำลังรอคำตอบ
ทั้งหมดนี้ เกิดขึ้นกับนักการเมืองที่เคยทำงานในกระทรวง ดีอี ซึ่งมีภารกิจเกี่ยวข้องกับการรับมืออาชญากรรมทางเทคโนโลยี และเว็บพนันออนไลน์ เสียด้วย

มันจึงเป็นเรื่องที่สังคมมีสิทธิ์ถามว่า นักการเมืองที่ทำงานเกี่ยวข้องกับนโยบายปราบปรามอาชญากรรมเหล่านี้ จะทำอย่างไร ให้ข้อสงสัยเกี่ยวกับธุรกิจของคนใกล้ชิดได้รับการตรวจสอบอย่างโปร่งใส และเป็นธรรม

และถ้าวันนี้พรรคไม่ออกมาปกป้อง ก็ยิ่งทำให้เธอต้องพิสูจน์ข้อเท็จจริงด้วยตัวเองมากขึ้น

แต่สิ่งที่ต้องพิสูจน์ ไม่ใช่การออกมาเถียงกับนักข่าว หรือการตอบโต้ฝ่ายค้านเท่านั้น แต่คือ เอกสาร แหล่งที่มาของเงิน เส้นทางธุรกรรม และความถูกต้องของบัญชีทรัพย์สิน

ถ้าทุกอย่างถูกต้อง ก็ต้องเปิดข้อมูลให้ตรวจสอบ และชี้แจงจนข้อสงสัยคลี่คลาย

วันนี้ “ไอเดียร์” จึงกำลังอยู่ในจุดที่ต้องตอบคำถามให้ได้...ถ้าตอบไม่ได้ ก็“เกมโอเวอร์!”