xs
xsm
sm
md
lg

“ภูมิใจไทย” เสี่ยงถูกยุบ! หากเงินเว็บพนันบริจาคเข้าพรรค

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



วันนี้เรามาต่อจิ๊กซอว์เรื่องของ “ไท่หยาง จาง” สามีของ “สส.ไอเดียร์” สุชาดา ซาง แทนทรัพย์ กันอีกสักหน่อย
เพราะเรื่องนี้ มีคนมาช่วยกันขุดให้เห็นแล้วว่า เงินของ“สามีสส.สุชาดา” ที่มีข้อสงสัยเรื่องที่มานั้น เริ่มชัดขึ้นว่ามาจากไหนกันแน่ และกำลังมีคำถามว่า เงินเหล่านั้นมันเดินทางไปที่ไหนต่อ!

ก่อนอื่นต้องบอกว่า “ศิริโชค โสภา” อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ได้ออกมาตั้งข้อสงสัย เกี่ยวกับเส้นทางการเงินของ “ไท่หยาง จาง” โดยเชื่อมโยงไปถึงบุคคล และธุรกิจคริปโตเคอร์เรนซี ที่ถูกตั้งคำถามเรื่องความเกี่ยวข้องกับเว็บพนัน ประเด็นนี้จึงต้องติดตามว่า หลักฐานทางการเงิน จะสามารถพิสูจน์ความเชื่อมโยงได้มากน้อยแค่ไหน

แต่อย่างที่บอก ตอนนี้เราแยกเรื่องนี้ออกเป็นสองด้านก่อน

ด้านหนึ่งคือ ต้นทางของเงิน ว่าเงินมาจากธุรกิจอะไร มีการกระทำผิดกฎหมายหรือไม่ และเจ้าของเงินมีส่วนเกี่ยวข้องอย่างไร
ส่วนอีกด้านหนึ่งคือ ปลายทางของเงิน ว่าเงินเหล่านั้นถูกโอนให้ใคร นำไปลงทุนที่ไหน ใช้ซื้อทรัพย์สินอะไร หรือ มีการนำไปสนับสนุนกิจกรรมทางการเมืองของพรรคภูมิใจไทย หรือเปล่า?!

สุชาดา ซาง แทนทรัพย์ - ไท่หยาง จาง
อย่าลืมว่า “สุชาดา” เป็น สส.พรรคภูมิใจไทย และมีบทบาทใกล้ชิดกับ “ไชยชนก ชิดชอบ” ซึ่งเป็นเลขาธิการพรรคภูมิใจไทย
คำถามก็คือถ้ามีการตรวจสอบเส้นทางการเงินของสามี-ภรรยา คู่นี้อย่างจริงจัง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะตรวจสอบต่อไปถึงเงินบริจาคให้พรรคการเมือง ด้วยหรือไม่ ?

มีการบริจาคเงินให้พรรคหรือเปล่า ถ้ามีใครเป็นผู้บริจาค บริจาคเมื่อไหร่ จำนวนเท่าไหร่ เงินที่นำมาบริจาค มีที่มาอย่างไร และมีหลักฐานการรับเงินในบัญชีของพรรคหรือไม่?

นี่ไม่ได้กำลังบอกว่า สุชาดา หรือสามี บริจาคเงินที่มาจากเว็บพนัน ให้พรรคภูมิใจไทยแล้วเพราะตอนนี้ยังไม่มีการตรวจสอบลงลึกในระดับนั้น

เพียงแต่อยากถามว่าในเมื่อเราตรวจสอบที่มาของเงินแล้ว ทำไมไม่ตรวจสอบที่ไป หรือปลายทางของเงิน ให้ครบวงจรไปด้วยเลย

ยิ่งถ้าพบหลักฐานว่า เงินจากแหล่งที่ผิดกฎหมาย ถูกนำไปบริจาคให้พรรคการเมืองจริง เรื่องนี้ก็จะไม่ใช่แค่คำถามเรื่องความเหมาะสมของ สส.คนหนึ่งอีกต่อไป แต่อาจกลายเป็นเรื่องความรับผิดชอบของพรรคการเมืองที่รับเงินด้วย

เพราะกฎหมายพรรคการเมือง ไม่ได้ปล่อยให้เรื่องนี้เป็นแค่ประเด็นทางศีลธรรม

พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560 มาตรา 72 ห้ามพรรคการเมือง และผู้ดำรงตำแหน่งในพรรค รับบริจาคเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใด โดยรู้ หรือควรจะรู้ว่าเงิน หรือทรัพย์สินนั้นได้มาโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย หรือมีเหตุอันควรสงสัยว่ามีแหล่งที่มาไม่ชอบด้วยกฎหมาย

และการฝ่าฝืน มาตรา 72 อาจเป็นเหตุให้ยื่นเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อพิจารณายุบพรรคตาม มาตรา 92 วรรคหนึ่ง (3) ได้ด้วย แต่ต้องมีพยานหลักฐานตามเงื่อนไขของกฎหมาย

คือ ต้องพิสูจน์ให้ได้ว่า เงินมีที่มาไม่ชอบด้วยกฎหมายจริง มีการบริจาค หรือให้ประโยชน์แก่พรรคจริง และมีหลักฐานเกี่ยวกับการรู้ หรือควรรู้ ของฝ่ายที่รับเงินตามที่กฎหมายกำหนด

ไชยชนก ชิดชอบ
ฉะนั้น ถ้าถามว่าสุดท้ายเรื่องนี้มีโอกาสลามไปถึงขั้นยุบพรรคภูมิใจไทย ได้ไหม

คำตอบ คือ มีช่องทางตามกฎหมายให้ตรวจสอบได้ หากมีหลักฐานเข้าเงื่อนไข แต่วันนี้ยังไม่มีเหตุให้สรุปว่า พรรคจะถูกยุบจากกรณีนี้

แล้วทีนี้มาถึงอีกคำถามหนึ่ง ที่เป็นเรื่องการเมืองล้วนๆ

ถ้าเรื่องนี้ยังมีข้อสงสัย แต่ยังไม่มีหลักฐานที่เชื่อมโยงไปถึงพรรคโดยตรง พรรคก็อาจยืนยันได้ว่าต้องรอให้กระบวนการตรวจสอบทำงานก่อน

แต่ถ้าวันหนึ่งมีหลักฐานชัดเจนขึ้นมาจริงๆ ว่ามีการนำเงินที่ผิดกฎหมายมาสนับสนุนพรรค ผู้บริหารพรรค จะจัดการอย่างไร จะเปิดข้อมูลให้ตรวจสอบเต็มที่ หรือจะปกป้องคนของตัวเอง ?

และถ้าคนที่ถูกตั้งคำถามเป็นบุคคลที่อยู่ใกล้ชิดกับผู้บริหารพรรค คำถามเรื่องมาตรฐานเดียวกันก็ยิ่งสำคัญ

พรรคภูมิใจไทย จะใช้มาตรฐานเดียวกับที่เคยเรียกร้องให้พรรคการเมืองอื่นรับผิดชอบหรือไม่?

นี่แหละ คือเหตุผลที่อยากให้ตรวจสอบเรื่องนี้ ให้ครบทั้งต้นน้ำ และปลายน้ำ ไม่ใช่ตรวจสอบเฉพาะคนที่มีชื่ออยู่ในข่าว แล้วปล่อยให้คำถามเรื่องเงินก้อนอื่นๆหายไป

เพราะสุดท้ายแล้ว ประชาชนไม่ได้อยากเห็นแค่การจับคนผิดเป็นรายบุคคล แต่ต้องการรู้ด้วยว่า ถ้าเงินที่มีปัญหาเข้าไปอยู่ในระบบการเมืองจริง ระบบตรวจสอบจะทำงานได้ถึงไหน

เรื่องนี้จึงไม่ควรจบแค่คำถามว่า เงินมาจากไหน แต่ต้องไปให้ถึงคำถามว่า เงินไปไหน และถ้าไปถึงพรรคการเมืองจริง ใครจะเป็นคนรับผิดชอบ!