วันนี้ (11 ต.ค.) นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่จังหวัดปัตตานี เพื่อประชุมติดตามสถานการณ์และเตรียมความพร้อมรับมืออุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ ร่วมกับภาคีเครือข่าย มูลนิธิ และอาสาสมัครกู้ชีพ–กู้ภัยในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อบูรณาการการทำงานและเพิ่มประสิทธิภาพการช่วยเหลือประชาชนเมื่อเกิดสถานการณ์ฉุกเฉิน โดยมี นายสนั่น สนธิเมือง รองผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี นายชัยรัตน์ แก้วเพียงเพ็ญ รองอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พร้อมหัวหน้าหน่วย ปภ. ส่วนกลาง และผู้อำนวยการศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เขต 12 สงขลา หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดชายแดนใต้ เครือข่ายอาสาสมัครกู้ชีพ กู้ภัย 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ร่วมประชุม
นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า เครือข่ายอาสาสมัครกู้ชีพ–กู้ภัยเป็นกำลังสำคัญในการรับมือภัยพิบัติ เนื่องจากอาสาสมัครส่วนใหญ่เป็นคนในพื้นที่ สามารถเข้าถึงประชาชนได้อย่างรวดเร็ว การลงพื้นที่ครั้งนี้ มุ่งหวังที่จะให้มีการประสานความร่วมมือ ตรวจสอบความพร้อมของกำลังพล อุปกรณ์ และเครื่องมือช่วยเหลือ ตลอดจนรับฟังความต้องการสนับสนุน โดยเฉพาะการฝึกอบรมทักษะที่จำเป็นต่อการปฏิบัติงาน
นายเจเศรษฐ์ รมช.มหาดไทย กล่าวต่อว่า ขอให้อาสาสมัครทุกท่านลงทะเบียนอาสาสมัครผ่านแอปพลิเคชัน “ทางรัฐ” เพื่อให้การบริหารจัดการกำลังคน ความเชี่ยวชาญ และทรัพยากรในการช่วยเหลือผู้ประสบภัยเป็นไปอย่างสะดวก รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพ อีกทั้งยังสามารถกระจายกำลังและการให้ความช่วยเหลือไปยังพื้นที่ที่ต้องการได้อย่างทั่วถึง ตลอดจนเน้นการเตรียมความพร้อม การให้ความสำคัญของการทำงานเป็นเครือข่าย ทั้งหน่วยงานภาครัฐ ท้องถิ่น และอาสาสมัคร เพื่อให้สามารถรับมือสถานการณ์อุทกภัยได้อย่างทันท่วงที พร้อมขอให้จังหวัดให้ความสำคัญกับการทำ Mapping ผู้ป่วย และกลุ่มเปราะบางในพื้นที่อย่างชัดเจน หากเกิดเหตุฉุกเฉินจะได้วางแผนการอพยพและดูแลผู้ป่วยและกลุ่มเปราะบางได้อย่างทันท่วงที
“ในห้วงนี้ภาคใต้ได้เข้าสู่ช่วงฝนตกชุก ขอให้ประชาชนติดตามประกาศเตือนภัยจากหน่วยงานราชการอย่างใกล้ชิด เตรียมสิ่งของจำเป็น วางแผนเส้นทางอพยพ และหลีกเลี่ยงการเดินลุยน้ำหรือเข้าใกล้กระแสน้ำเชี่ยว หากเกิดเหตุฉุกเฉินควรรีบแจ้งหน่วยงานในพื้นที่ เพื่อความปลอดภัยของตนเองและครอบครัว” นายเจเศรษฐ์ กล่าว
หลังจากการประชุม นายเจเศรษฐ์ ได้ตรวจเยี่ยมศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉิน (EOC) สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดปัตตานี เพื่อติดตามระบบบัญชาการเหตุการณ์ของจังหวัดปัตตานี รวมถึงให้การอำนวยการ การประสานงาน การสั่งการและการกำกับติดตามการปฏิบัติงานในภาวะฉุกเฉิน
จากนั้น ได้เดินทางไปยังโรงพยาบาลหนองจิก อำเภอหนองจิก จังหวัดปัตตานี เพื่อตรวจเยี่ยมและเตรียมแผนเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันและแก้ไขปัญหาน้ำท่วมซ้ำซาก ด้วยสภาพพื้นที่ของโรงพยาบาลหนองจิกประสบปัญหาน้ำท่วมขังเป็นประจำทุกปีและได้รับความเสียหายจากอุทกภัยบ่อยครั้ง ส่งผลให้เครื่องมือทางการแพทย์ เครื่องใช้ไฟฟ้า เตียงผู้ป่วย เอกสารสำคัญ รวมถึงครุภัณฑ์ และเฟอร์นิเจอร์ต่างๆ ได้รับความเสียหายจนไม่สามารถใช้งานได้ตามปกติ นอกจากนี้ ตัวอาคารโรงพยาบาลและบ้านพักเจ้าหน้าที่ยังเกิดรอยแตกร้าวหลายแห่ง ซึ่งการลงพื้นที่ครั้งนี้เป็นการบูรณาการความร่วมมือระหว่างกระทรวงมหาดไทย กระทรวงสาธารณสุข และหน่วยงานท้องถิ่น เพื่อกำหนดแนวทางแก้ไขปัญหาน้ำท่วมโรงพยาบาลหนองจิก โดยเร่งรัดการดำเนินงานตามแนวทางป้องกันและบริหารจัดการน้ำให้เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ ทั้งระยะสั้นและระยะยาว เพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้แก่โรงพยาบาล ลดความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นจากอุทกภัย และสร้างความมั่นใจให้แก่บุคลากรทางการแพทย์ เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน ตลอดจนประชาชนในพื้นที่


