“ษัษฐรัมย์” น้ำตาคลอ นำทีม "ประกันสังคมก้าวหน้า” แถลงขอบคุณนายจ้าง-ผู้ประกันตน โหวตทีมส้มถล่มทลาย ลั่น เราเป็นเด็กที่เอาแต่ใจเพื่อให้สังคมนี้ดีขึ้น เชื่อหากไม่มีเรื่องชอบมาพากลโกยแต้มมากกว่านี้ เตรียมเปลี่ยนกติกาให้ไลฟ์สดการประชุมภายใน 7 วัน เมินให้เครดิต “จุลพันธ์” แก้ระเบียบ ขอยก “ชลิต” เป็นคนต่อสู้ตัวจริง ฝาก “พนัส” ประชาชนโหวตเตอร์เลือกปฏิรูปมากกว่าปฏิทิน ด้าน “พี่สาวเท้ง” ขอบคุณประชาชน กาง 6 นโยบาย 7 วันแรก “บอร์ดประกันสังคมก้าวหน้า” จ่อรักษาสัญญา หั่นงบไอทีหมื่นล้านเหลือ 300 ล้าน ดันสูตร Care บำนาญ ถ่ายสดประชุม รื้อกรอบงบบริหารสู้ทุจริต
ความคืบหน้าการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม ที่เริ่มนับคะแนนหลังปิดหีบเมื่อเวลา 16.00 น. โดยล่าสุด เมื่อเวลา 21.30 น. รศ.ดร.ษัษฐรัมย์ ธรรมบุษดี ผู้สมัครบอร์ดประกันสังคม ฝั่งผู้ประกันตน หมายเลข 44 หัวหน้าทีมประกันสังคมก้าวหหน้า ได้แถลงประกาศชัยชนะ โดยกล่าวขอบคุณประชาชน ผู้เป็นนายจ้างและผู้ประกันตน ที่ลงคะแนนเสียงในการเลือกตั้งประกันสังคมในวันนี้ โดยทีมประกันสังคมก้าวหน้าใช้เวลามอนิเตอร์ผลก่อนลงมาแถลงข่าวประมาณ 5 ชั่วโมง
นายษัษฐรัมย์ กล่าวว่า วันนี้ขออภัยในความล่าช้า ซึ่งเป็นกระบวนการตามปกติที่จะมอนิเตอร์คะแนนเลือกตั้งประกันสังคม ตนในฐานะตัวแทนของทีม วันนี้สิ่งที่เราต้องส่งสัญญาณเป็นอันดับแรกคือ เรารู้สึกขอบคุณเป็นอย่างมากต่อคะแนนเสียงจากผู้คนจำนวนมากมายมหาศาลทั่วประเทศที่ต้องการเห็นประกันสังคมกลับคืนสู่การเป็นประกันสังคมของพวกเราอย่างแท้จริง การใช้สิทธิครั้งนี้มีผู้มาใช้สิทธิสูงกว่าปี 2566 หลายเท่า ขณะเดียวกันเราเห็นความยากลำบากของผู้ประกันตนและนายจ้าง บางท่านยังอยู่ในพื้นที่อุทกภัยก็ต้องเดินทางอย่างยากลำบากไปที่หน่วยเลือกตั้ง บางท่านต้องตื่นมาแต่เช้าเพื่อรออยู่หน้าหน่วย เพราะต้องไปทำงานต่อ ตอนนี้ผลการนับคะแนนอยู่ที่ประมาณ 15-20% ทีมประกันสังคมก้าวหน้าได้รับคะแนนสูงอย่างมีนัยสำคัญ
นายษัษฐรัมย์ กล่าวด้วยน้ำตาคลอว่า สิ่งเหล่านี้ต้องพูดได้ว่าเราคือความหวังของประชาชน เราเป็นปีศาจของเหล่าชนชั้นนำและปรสิตเสมอ สิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อไปจากนี้ ตามสโลแกนและนโยบายที่เราวางไว้ว่า เราคือบอร์ดสิทธิประโยชน์ ไม่ใช่บอร์ดของชำร่วย เราเอาปฏิรูป ไม่เอาปฏิทิน สิ่งที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาหลายปีที่ผ่านมา เราเห็นสำนักงานประกันสังคมอยู่ในเงามืด การส่งแสงสว่างของพวกเราสามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงได้ ในช่วงสองปีที่ผ่านมา เราสามารถเพิ่มเงินเด็กได้ 1.2 ล้านคน ทำให้คนว่างงานนับแสนคนได้รับค่าชดเชย ทำให้คนที่ได้รับบำนาญเกือบล้านคนสามารถมีชีวิตที่ดีขึ้นได้ ทำให้คนปวดฟันมากกว่า 100,000 คนสามารถผ่าฟันคุดได้ แต่สิ่งเหล่านี้เราทำภายใต้เงื่อนไขการมีตัวแทนเพียง 6 คนจาก 21 คน สิ่งที่จะเกิดขึ้นหลังจากนี้ เราจะมีเสียงเพิ่มขึ้นเป็น 14 เสียง ซึ่งจะเพียงพอต่อการปฏิรูปประกันสังคมให้กลับมาเป็นของคนธรรมดาอย่างแท้จริง สมกับงบประมาณมหาศาลที่ใช้ ทำให้งบประมาณที่ไม่สมเหตุสมผลวนกลับมาสู่สิทธิประโยชน์ของประชาชน สองปีหลังจากนี้ เราจะทำให้คนไทยโดยทั่วไปสามารถตระหนักได้ว่าเราคู่ควรที่จะมีชีวิตที่ดีกว่านี้ได้ คนที่ทำงานอย่างหนัก มีลูกเล็กต้องดูแล ยามแก่มีความกังวล พวกเราคือตัวแทนของพวกเขาที่ทำให้กองทุนสวัสดิการที่ใหญ่ที่สุดของประเทศนี้กลับมาเป็นของทุกคน
“อาจจะมีคนบอกว่าเราเป็นเด็กเอาแต่ใจ แต่ความเอาแต่ใจของเราคือความเอาแต่ใจที่ปรารถนาให้ชาติกำเนิดของทุกคนเป็นโมฆะ ความเอาแต่ใจของเราคือความเอาแต่ใจที่ปรารถนาไม่ให้เด็กคนไหนต้องอดตายในความมั่งคั่งของประเทศนี้ ทำให้คนแก่ทุกคนได้รับบำนาญที่สมเหตุสมผล สมกับที่พวกเขาได้ส่งมาทั้งชีวิต เราเป็นเด็กที่เอาแต่ใจเพื่อให้สังคมนี้ดีขึ้น”
นายษัษฐรัมย์ ย้ำว่า วันนี้คือก้าวแรกแต่ไม่ใช่ก้าวสุดท้าย ปี 2569 อาจจะเป็นฝันร้ายที่ยาวนานของคนไทย แต่ทีมประกันสังคมก้าวหน้าได้พิสูจน์แล้วว่าเราคือปราการสุดท้ายของการปฏิรูป และเราคือแนวหน้าของการปฏิวัติเปลี่ยนแปลงสังคม ขอบคุณสำหรับแฟน ๆ ขอบคุณสำหรับทุกคะแนนเสียง ทุกความเชื่อในความเป็นไปได้
เมื่อถามว่าสิ่งแรกที่อยากทำคืออะไร นายษัษฐรัมย์ กล่าวว่า ใน 7 วันแรก เราจะเปิดเผยรายงานการประชุมควบคู่ไปกับไลฟ์สดการประชุม สิ่งเหล่านี้จะทำให้การนำเสนอทุกอย่างต้องมีความรับผิดรับชอบ นอกจากนี้ นโยบายที่เราตรวจสอบการทุจริตต่าง ๆ เราจะไม่ให้ทุกอย่างจบเพียงแค่คนที่ทุจริตเงินของคุณ หาเช้ากินค่ำ สุดท้ายก็ย้ายไปเกษียณที่งานอื่น เงินที่หายไป 3,000 ล้านบาท เทียบเท่ากับเงินเด็ก 11.2 ล้านคน เงินทำปฏิทินที่ไม่สมเหตุสมผลปีละ 50 ล้านบาท เท่ากับเงินทุพพลภาพของแรงงานอิสระหลายหมื่นคน ถือเป็นสิ่งที่เราจะทำใน 7 วันแรก และเราจะมีโรดแมป 1-2 ปี ตามที่รณรงค์ไว้ นอกจากนี้ ยังจะตามเช็กบิลคนที่ทุจริตไปพร้อมกัน ซึ่งตนมองว่าเป็นสิ่งที่ควรทำแม้จะไม่มีทีมประกันสังคมก้าวหน้าก็ตาม สิ่งใดที่เป็นการทุจริตต้องมีคนได้รับบทลงโทษและถอดบทเรียน เพื่อไม่ให้สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นซ้ำอีก
เมื่อถามว่าการทุจริตที่จะเช็กบิลเกี่ยวข้องกับอะไร นายษัษฐรัมย์ กล่าวว่า ในงบประกันสังคมมีมากกว่า 5,000 ล้านบาทต่อปี สิ่งที่เราจะทำคือพิจารณาว่างบใดมีความจำเป็น และนโยบายใดที่ไม่มีความจำเป็นก็ต้องยุติลง รวมถึงต้องตั้งคำถามถึงผลประโยชน์ที่ทับซ้อนที่เกิดขึ้น
เมื่อถามว่าการเลือกตั้งครั้งนี้มีการปรับเปลี่ยนหลายอย่าง ต้องให้เครดิตนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานหรือไม่ นายษัษฐรัมย์ กล่าวว่า มีความพยายามของสำนักงานประกันสังคมตั้งแต่ช่วงต้นปีที่ผ่านมาในการเปลี่ยนรูปแบบการเลือกตั้งจากหนึ่งเลือกเจ็ดให้กลายเป็นหนึ่งเลือกหนึ่ง สิ่งเหล่านี้เป็นการลดทอนอำนาจของผู้ประกันตนอย่างมาก ซึ่งอดีตผู้สมัครของเราคือนายชลิต รัษฐปานะ ต่อสู้เรื่องนี้ ถ้าจะให้เครดิต ตนขอให้เครดิตนายชลิต เราไม่เคยได้ยินเสียงของเขา แต่เขาควรที่จะได้รับเครดิตไม่น้อยกว่านายจุลพันธ์
“มีความพยายามชะลอการเลือกตั้ง สิ่งที่ทำกันคือทีมประกันสังคมก้าวหน้าได้ฟ้องต่อศาลปกครองว่า คำสั่งชะลอโดยไม่มีการกำหนดเวลาเป็นสิ่งที่ขัดต่อกฎหมาย และมีคำพิพากษาของศาลออกมาแล้ว ซึ่งเราก็พร้อมจะทำงานร่วมกับทุกฝ่าย โดยเฉพาะท่านจุลพันธ์ ซึ่งคงจะมีเจตจำนงและจุดมุ่งหมายแบบเดียวกัน นั่นคือการทำให้ประกันสังคมเป็นหลักพิงที่สำคัญให้กับประชาชน”
เมื่อถามว่ามีอะไรจะฝากถึงนายพนัส ไทยล้วน อดีตกรรมการประกันสังคม 8 สมัยหรือไม่ นายษัษฐรัมย์ กล่าวว่า กระบวนการประชาธิปไตยมีคนแพ้คนชนะ ทีมประกันสังคมก้าวหน้าประสบความสำเร็จในการเลือกตั้งครั้งนี้ ประชาชนส่วนมากส่งสัญญาณว่า คนธรรมดาอย่างพวกเราต้องการปฏิรูปสร้างความก้าวหน้า ส่วนหนึ่งของประชาธิปไตยมีคนที่ประสบความสำเร็จและไม่ประสบความสำเร็จ สิ่งที่นายพนัสเคยกระทำมาในอดีต ก็มีส่วนที่ก้าวหน้าและมีความผิดพลาด วันนี้ตนก็ส่งสัญญาณจากผลคะแนนนี้ ซึ่งคงมีความชัดเจนว่า ประชาชนต้องการปฏิรูปมากกว่าปฏิทิน ประชาชนต้องการการเปลี่ยนแปลงมากกว่าคิดถึงโครงสร้างที่มีมาในอดีตหลายสิบปี
เมื่อถามว่าสำนักงานประกันสังคมจะประกาศคะแนนในวันพรุ่งนี้ กังวลเรื่องการทุจริตหรือไม่ นายษัษฐรัมย์ กล่าวว่า มีหลายหน่วยเลือกตั้งแจ้งมาว่ามีความผิดปกติ เช่น ที่บางพลี คะแนนผู้สมัครหายไปหมดเลย ซึ่งเป็นไปไม่ได้ และมีบางหน่วยที่คะแนนของตนหายไปทั้งหน่วย ไม่นับที่จังหวัดราชบุรีที่คะแนนหายไปเช่นเดียวกัน และมีการขีดฆ่าและนับใหม่ เพราะฉะนั้น สิ่งหนึ่งที่ตนอยากสะท้อนไปยังสำนักงานประกันสังคมในฐานะผู้จัดการเลือกตั้ง คือการลงทุนครั้งนี้มีงบประมาณมหาศาล ประชาชนส่วนมากกำลังเฝ้ารออยู่ รวมถึงเลขาธิการประกันสังคมคนใหม่ ตนก็เชื่อว่าท่านต้องการให้การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นไปด้วยความบริสุทธิ์โปร่งใส ให้สมกับการเข้ารับตำแหน่งใหม่ของท่าน
เมื่อถามว่าหากไม่มีเรื่องไม่ชอบมาพากล คะแนนของประกันสังคมก้าวหน้าคงได้เยอะกว่านี้ใช่หรือไม่ นายษัษฐรัมย์ กล่าวว่า ใช่ครับ ความล่าช้าของการรายงานคะแนนนับมาแล้ว 5 ชั่วโมงกว่า แต่มีการรายงานผลการนับคะแนนไม่ถึง 20% แต่สัดส่วนคะแนนเราเห็นความชัดเจน จึงอยากขอบคุณผู้ประกันตนและนายจ้าง
ขณะที่ น.ส.ศราริน เรืองปัญญาวุฒิ ผู้สมัครบอร์ดประกันสังคม ฝั่งนายจ้าง หมายเลข 66 กล่าวว่า “สิ่งแรกที่จะทำคือ ต้องการให้กองทุนเงินประกันสังคม มีความโปร่งใส ทั้งในเรื่องของการบริหารและการบริหารเงิน ทำให้การลงทุนมีประสิทธิภาพ และเพื่อให้กองทุนมีความยั่งยืน และกลับไปเป็นสวัสดิการให้กับผู้ประกันตน
สิ่งแรกที่ทีมประกันสังคมก้าวหน้าจะปฏิบัติภารกิจการบริหารในฐานะกรรมการประกันสังคม เมื่อได้รับการรับรองคะแนนอย่างเป็นทางการจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง และสำนักงานประกันสังคม จากนั้น จะต้องเสนอชื่อไปยัง รมว.แรงงาน ลงนามหนังสือแต่งตั้ง และประกาศราชกิจจานุเบกษา คือ นโยบาย 7 วันแรก ประกอบไปด้วย 6 ด้าน คือ
ด้านงบประมาณ – ตั้งกรอบงบประมาณการบริหารสำนักงานปีละไม่เกิน 3% ของรายรับจากเงินสมทบ จากเดิมตั้งไว้ 10% วางเงื่อนไขติดตามหนี้รัฐบาล ให้สำนักงบประมาณต้องรายงานความคืบหน้าการชำระหนี้เงินสมทบจากรัฐบาล หากมีการตั้งงบประมาณประเภทอุดหนุน จะต้องเปิดทำประชาพิจารณ์เพื่อรับฟังความคิดเห็นและเปิดเผยรายงานสู่สาธารณะ เช่น งบจากการอบรม งบจัดงานวันสำคัญต่าง ๆ
ด้านการตรวจสอบป้องกัน – จัดตั้งอนุกรรมการตรวจสอบโครงการที่มีความเสี่ยงในการทุจริต เช่น โครงการทางด้านการลงทุน โครงการทางด้านไอที และทำการถอดบทเรียน วางมาตรการป้องกันความเสี่ยง พร้อมส่งข้อมูลความผิดให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการ นำตัวผู้กระทำความผิดมาลงโทษ
ด้านบำนาญ – ผลักดันการใช้สูตร CARE คืนสิทธิ์ความเป็นธรรมให้กับผู้ส่งเงินประกันสังคมมาตลอดทั้งชีวิต
ด้านการเปิดเผยข้อมูลและสร้างการมีส่วนร่วม – ถ่ายทอดสดการประชุมบอร์ดประกันสังคม และอนุกรรมการ เปิดเผยการทำงาน และเปิดเผยมติ รวมถึงบันทึกการประชุมของบอร์ดประกันสังคมและอนุกรรมการ เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมให้กับประชาชนและความโปร่งใส
ด้านสุขภาพ – ทำการประชาสัมพันธ์สิ่งที่เกี่ยวกับการส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรค P&P (Promotion and Prevention) เช่น การตรวจสุขภาพเชิงรุก การฉีดวัคซีนป้องกันโรค เป็นต้น
ด้านเทคโนโลยีบริการความสะดวกเข้าถึงง่าย – วางกรอบงบประมาณทางด้านไอที ลดงบประมาณจากเดิม 1,500 ล้านบาท เหลือไม่เกิน 300 ล้านบาท เพื่อลดความเสี่ยงการเกิดการทุจริตและเพิ่มประสิทธิภาพ ไม่ลงทุนระบบเอง โดยจะใช้วิธีการสร้างความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐ และใช้ระบบร่วมกับส่วนกลางของภาครัฐให้ได้มากที่สุดเพื่อประหยัดงบประมาณ
ทีมประกันสังคมก้าวหน้าส่งผู้สมัครคณะกรรมการประกันสังคมทั้งฝั่งลูกจ้างและฝั่งนายจ้าง รวม 14 คน เพื่อ “ปฏิรูปประกันสังคม เปลี่ยนประเทศไทยเป็นรัฐสวัสดิการ”
สำหรับรายชื่อผู้สมัครคณะกรรมการประกันสังคม ฝั่งผู้ประกันตนหรือลูกจ้าง มีดังต่อไปนี้
หมายเลข 41 เริงฤทธิ์ ละออกิจ
หมายเลข 42 ธนพงษ์ เชื้อเมืองพาน
หมายเลข 43 นาริฐา โภไคยอนันต์
หมายเลข 44 ษัษฐรัมย์ ธรรมบุษดี
หมายเลข 38 ลักษมี สุวรรณภักดี
หมายเลข 46 ปรารถนา โพธิ์ดี
หมายเลข 47 พรทิพย์ โม่งใหญ่
รายชื่อผู้สมัครคณะกรรมการประกันสังคม ฝั่งนายจ้าง มีดังต่อไปนี้
หมายเลข 62 อดิศร เกิดมงคล
หมายเลข 63 กฤษฎา อาทิตย์จินตกานนท์
หมายเลข 64 ศราริน เรืองปัญญาวุฒิ
หมายเลข 65 รัตนสิทธิ์ สุภาภรณ์
หมายเลข 66 กฤตวิทย์ หริมเทพาธิป
หมายเลข 67 สุโขทัย หัตถะรัชต์
หมายเลข 68 ภัทรานิษฐ์ ศรีจันทร์ดร


