ดรามาเรื่อง “นายเสฏฐวุฒิ วงศ์เลอวุฒิ” ถูกย้ายออกจากตำแหน่งนายอำเภอบ้านสร้าง จังหวัดปราจีนบุรี ที่กำลังเป็นกระแสในตอนนี้ คนที่ต้องตอบคำถามมากที่สุด ไม่ใช่แค่นายอำเภอบ้านสร้าง แต่คือ “อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย
เพราะเรื่องนี้กำลังเป็นบททดสอบว่า การใช้อำนาจของมหาดไทย มีมาตรฐานที่ชัดเจนหรือเปลี่ยนไปตามกระแสสังคมกันแน่
ย้อนกลับไป วันที่ 7 ตุลาคม นายอนุทิน พูดถึงนายอำเภอบ้านสร้างกลางที่ประชุมแก้ปัญหาน้ำท่วม ด้วยถ้อยคำรุนแรง ทั้งน่าอับอาย ทั้งไม่ตั้งใจทำงาน พร้อมพูดถึงการสอบสวนวินัยและทัศนคติ ถึงขั้นตั้งคำถามว่า คนแบบนี้ควรรับราชการต่อไป หรือไม่
ฟังแล้วเหมือนคำตัดสินออกมาเรียบร้อย ทั้งที่กระบวนการตรวจสอบนั้น อย่าว่าแต่ยังไม่มีข้อยุติเลย แต่มันยังไม่ได้เริ่มด้วยซ้ำ
ถ้าข้าราชการคนหนึ่ง ถูกกล่าวหาว่าบกพร่องในการทำงาน ขั้นตอนที่ควรเกิดขึ้นคือ ตรวจสอบข้อเท็จจริง รวบรวมหลักฐาน เปิดโอกาสให้ชี้แจง แล้วจึงพิจารณาตามหลักเกณฑ์ ไม่ใช่เริ่มต้นด้วยถ้อยคำรุนแรง จนสังคมรู้สึกเหมือนคนคนนี้ มีความผิดอย่างใหญ่หลวงไปแล้ว
เมื่อกระแสสังคมเริ่มตั้งคำถาม “พลพีร์ สุวรรณฉวี” ลูกเทพมหาดไทย ก็ออกมารับหน้าว่า ตนผู้รายงานข้อมูลเรื่องนี้ให้นายกรัฐมนตรีด้วยตัวเอง บอกว่าได้รับข้อมูลจากฝ่ายจังหวัด และผู้นำท้องถิ่นไป ที่มีความเห็นไปในทิศทางเดียวกัน
ขณะเดียวกัน “วีระพันธ์ ดีอ่อน” ผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี ที่เป็นคนลงนามสั่งย้ายในวันสุดท้าย ก่อนที่ตัวเองจะเกษียณ ก็ออกมาย้ำว่า นายอำเภอบ้านสร้างมีปัญหาเรื่องการประสานงาน ไม่ตอบสนองนโยบาย แต่เน้นทำคอนเทนต์ลงโซเชียล มากกว่าการจัดการงานเบื้องหลัง
ข้อกล่าวหาเหล่านี้ เป็นคำชี้แจงจากฝ่ายผู้บังคับบัญชา ยังไม่ใช่ข้อพิสูจน์สุดท้ายว่า นายอำเภอบกพร่องจริงทุกประการหรือเปล่า
แต่ในอีกด้านหนึ่ง ประชาชนก็มีภาพที่เห็นนายอำเภอลงพื้นที่ช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม ประชุมกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้นำชุมชน ในการรับมือกับปัญหาขยะอุตสาหกรรม ที่อาจมีสารพิษปนเปื้อน
ขณะที่ภาพของผู้ว่าฯ คนสั่งย้ายนั้น มีแต่ภาพไปเปิดโรงงานเกี่ยวกับขยะอุตสาหกรรมของคนจีน และ ภาพที่ออกมาขอโทษนายกฯและรมว.มหาดไทย ที่ตัวเองดันไปตั้งคนจีน เป็นที่ปรึกษา
และคนในพื้นที่ก็พูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ช่วงที่ท่านนี้เป็นผู้ว่าฯ ก็มีโรงงาน มีโกดังขยะ เกิดขึ้นจำนวนมาก
ระหว่างภาพของนายอำเภอบ้านสร้าง กับ ภาพผู้ว่าฯคนที่สั่งย้ายนี้ จึงชัดเจนในสายตาประชาชน ว่า ใครเป็นอย่างไร
ตรงนี้แหละ คือสิ่งที่มหาดไทยควรอธิบายให้ชัด ไม่ใช่ปล่อยให้ประชาชนตัดสินกันเองจากคลิปในโซเชียล โดยที่คำสั่งทางราชการเดินหน้าไปก่อนแล้ว
แล้วความเคลื่อนไหวต่อมา ก็ยิ่งทำให้เรื่องนี้เป็นประเด็นใหญ่ขึ้นไปอีก
คือนายอำเภอบ้านสร้าง ถูกสั่งให้ไปช่วยราชการที่วิทยาลัยการปกครอง เป็นการชั่วคราวในวันที่ 7 ตุลาคม พร้อมกับกระแสข่าวเรื่องการสอบสวน แต่วันที่ 8 ตุลาคม นายอนุทิน กลับชี้แจงว่า ไม่ได้ตั้งกรรมการสอบ และบอกว่าเป็นเพียงการสลับตำแหน่ง เพราะนายอำเภออยู่ในพื้นที่เดิมมาประมาณ 5 ปีแล้ว
จากนั้น กระทรวงมหาดไทยก็ออกคำสั่งให้ “นายเสฏฐวุฒิ วงศ์เลอวุฒิ” ไปดำรงตำแหน่ง นายอำเภอลำสนธิ จังหวัดลพบุรี มีผลตั้งแต่ วันที่ 9 ตุลาคม โดยมีนายอำเภอคนใหม่มารับตำแหน่งที่อำเภอบ้านสร้าง แทน
เรื่องที่เริ่มด้วยการตำหนิอย่างรุนแรง และพูดถึงการสอบสวน กลับมาลงเอยด้วยการบอกว่า ไม่ได้ตั้งกรรมการสอบ และ เป็นการโยกย้ายตามวาระ
อ้าว!...แล้วเรื่องความผิดที่พูดกันในวันแรกนั้นอยู่ตรงไหน
ถ้าบกพร่องจริง ก็ควรมีหลักฐาน และกระบวนการตรวจสอบให้ชัดเจน ถ้าไม่ได้มีความผิดตามที่กล่าวหา ก็ต้องอธิบายให้สังคมเข้าใจ ว่าทำไมต้องใช้ถ้อยคำรุนแรงขนาดนั้น ...หรือว่าลูกน้องเขียนสคริปต์มาให้อ่าน ก็อ่านไปตามนั้น
และหากจะอ้างว่า อยู่มาครบ 5 ปีแล้วต้องย้าย ก็ได้ ... หากเป็นการโยกย้ายตามหลักเกณฑ์จริง แต่เมื่อคำสั่งนั้นเกิดขึ้นท่ามกลางข้อกล่าวหา เรื่องการทำงานช่วงน้ำท่วม รัฐบาลก็ต้องอธิบายให้ได้ว่า เหตุผลไหนคือเหตุผลหลัก และมีการพิจารณา อย่างไร
เพราะสิ่งที่ประชาชนเห็นในเวลานี้ คือความเปลี่ยนแปลงของคำอธิบาย มากกว่าความชัดเจนของข้อเท็จจริง
ยิ่งเมื่อมีอดีตข้าราชการระดับสูง ออกมาแสดงความเห็นสนับสนุนนายอำเภอ เรื่องก็ยิ่งขยายจากการประเมินผลงานของข้าราชการคนหนึ่ง ไปสู่คำถามเรื่องวัฒนธรรมการใช้อำนาจ ในกระทรวงมหาดไทย
เราไม่จำเป็นต้องฟันธงว่า นายอำเภอบ้านสร้างเป็นคนดี หรือผู้บังคับบัญชาเป็นคนไม่ดี เพราะเรื่องนี้ยังมีข้อเท็จจริงอีกหลายด้าน ที่ต้องตรวจสอบกันอย่างเป็นธรรม
แต่สิ่งที่เราพูดได้แบบไม่ต้องกลัวว่าจะผิด ก็คือ ผู้มีอำนาจต้องรับผิดชอบต่อคำพูดและการตัดสินใจของตัวเอง!
ไม่ใช่เป็นคนพูดกลับไปกลับมา พูดไม่อยู่กับร่องกับรอย พูดแบบไม่คิด !
เพราะด้วยตำแหน่งของนายอนุทิน ไม่ได้เป็นแค่นายกรัฐมนตรี แต่ยังเป็นรมว.มหาดไทยด้วย ดังนั้นท่านจึงต้องรักษามาตรฐานของหน่วยงานที่ดูแลข้าราชการฝ่ายปกครองทั่วประเทศ
ดังนั้นนายอนุทิน ในฐานะ รมว.มหาดไทย ไม่ควรปล่อยให้จบเพียงเพราะนายอำเภอบ้านสร้างย้ายออกไปแล้ว ไม่ถูกสอบแล้ว แต่ควรทำให้สังคมได้คำตอบด้วยว่า มาตรฐานความเป็นธรรมของมหาดไทยอยู่ตรงไหนกันแน่
เพราะการบริหารราชการที่ดี ไม่ใช่การใช้อำนาจให้คนกลัว แต่คือการทำให้คนเชื่อว่าการใช้อำนาจนั้นเป็นธรรม!


