หน.ปชน.บอกปิดปากใครไม่ได้ ปมผู้ช่วย สส. “รักชนก” ด่า “ปิยบุตร” อ่อมแก่-โพสต์เฟซบุ๊กทำส้นตีนอะไร ให้ข้อคิดคนค่ายส้มจะเป็น “พรรคมวลชน” ได้ การแสดงออกถึงเอกภาพก็สำคัญ ย้ำ ทุกคำวิจารณ์ควรคุยภายใน อยากให้โฟกัสช่วยน้ำท่วม มองปม “Hyperpolitics” ทุกอย่างเปลี่ยนตามยุคสมัย บอก “อ.ป๊อก” อาจจะถูกแต่ในหลักวิชาการ
วันนี้ (9 ต.ค.) นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ ผู้ช่วย สส. ของ น.ส.รักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน โพสต์คลิปด่า นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า ในฐานะผู้ก่อตั้งพรรคอนาคตใหม่ ในฐานะที่เป็นหัวหน้าพรรคจะต้องชี้แจงหรือเข้าไปเคลียร์หรือไม่
โดย นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ในกระบวนการ องคาพยพทั้งหมดของพรรคประชาชน มีบุคคลที่เกี่ยวข้องอยู่หลายๆ กลุ่ม ผู้ช่วย สส. เป็นหนึ่งในนั้น จะยืนยันในหลักการเดิม ในฐานะพรรคมวลชน ตนไม่สามารถสั่งปิดปากใครที่จะแสดงความคิดความเห็นได้ ถ้าเขาคิดว่าจะแสดงความคิดเห็นด้วยความบริสุทธิ์ใจ ก็สามารถแสดงความเห็นได้ แต่สิ่งที่อยากจะสื่อสารไปถึงทุกคน คือ การที่เราจะรักษาการเดินหน้าการทำงานและกระบวนการทำงานที่เรียกว่าพรรคมวลชน การแสดงออกถึงภายนอกให้เห็นว่าเรามีความเป็นเอกภาพก็เป็นสิ่งที่สำคัญไม่แพ้กัน ยืนยันว่าไม่ได้สะท้อนถึงใครคนใดคนหนึ่ง ฝากไปถึงทุกคน
เมื่อถามว่า คำที่ผู้ช่วย สส. คนดังกล่าวใช้ค่อนข้างรุนแรง เช่น อ่อมแก่ โพสต์ทำส้นตีนอะไร อาจทำให้สังคมเกิดความเกลียดชังได้ นายณัฐพงษ์ กล่าวย้ำคำพูดเดิมว่า ขอสื่อสารไปถึงทุกคน ทุกคำวิพากษ์วิจารณ์ควรเป็นการพูดคุยกันภายใน พื้นที่ข่าวตอนนี้อยากให้โฟกัสการแก้ไขปัญหาน้ำท่วม การตรวจสอบฝ่ายรัฐบาลมากกว่า
เมื่อถามย้ำว่า จะต้องมีการทำความเข้าใจกับ สส. ให้ไปพูดคุยกับผู้ช่วยหรือไม่ นายณัฐพงษ์ ระบุว่า เป็นหน้าที่ของ สส. ที่ถือเป็นผู้บังคับบัญชาโดยตรงของผู้ช่วยคนดังกล่าว เชื่อว่า น.ส.รักชนก มีการพูดคุยกับผู้ช่วยของเขาอยู่แล้ว แต่ที่ในโซเชียลวิพากษ์วิจารณ์ว่า ทั้ง สส.และผู้ช่วยมีบุคลิกเหมือนกัน นายณัฐพงษ์ ย้ำถึงหลักการว่า ทุกคนอยู่ในองคาพยพเดียวกัน ต้องมีการพูดคุยกัน
เมื่อถามว่า วันนี้ นายปิยบุตร เตรียมจะเปิดเรื่อง Hyperpolitics ที่สังคมไทยตอนนี้เต็มไปด้วยการเข้าถึงการเมือง แต่ไม่มีสถาบันรองรับ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ส่วนตัวมองว่าวิธีการรับสารและการสื่อสารเปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัย ข้อวิเคราะห์ของนายปิยบุตร อาจจะถูก ถ้ามองในหลักการวิชาการ แต่ในหลักการปฎิบัติ ก็ต้องมีการปรับเปลี่ยนให้มีการเหมาะสม ทุกฝ่ายไม่มีใครถูกผิด 100%


