นายกฯ เปิดทำเนียบต้อนรับนายกฯ ติมอร์-เลสเต อย่างอบอุ่น กระชับมิตรภาพ ก่อนหารือเต็มคณะ มุ่งขยายความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ การพัฒนา และความร่วมมือระดับภูมิภาค
วันนี้ (วันศุกร์ที่ 9 ตุลาคม 2569) เวลา 10.30 น. ณ ทำเนียบรัฐบาล นายเอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้การต้อนรับ นายไก ราลา ซานานา กุสเมา (H.E. Mr. Kay Rala Xanana Gusmão) นายกรัฐมนตรีสาธารณรัฐประชาธิปไตยติมอร์-เลสเต ในโอกาสเดินทางเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการ โดยบรรยากาศเป็นไปอย่างอบอุ่นและเป็นมิตร
เมื่อ นายกรัฐมนตรีติมอร์-เลสเต เดินทางถึงทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ให้การต้อนรับ ณ บริเวณหน้าตึกไทยคู่ฟ้า ก่อนเข้าสู่พิธีต้อนรับอย่างเป็นทางการ ณ สนามหญ้าหน้าตึกไทยคู่ฟ้า โดยวงดุริยางค์บรรเลงเพลงชาติติมอร์-เลสเต และเพลงชาติไทย ตามลำดับ จากนั้น นายกรัฐมนตรีทั้งสองร่วมตรวจแถวกองทหารเกียรติยศ เพื่อเป็นเกียรติแก่การเยือนอย่างเป็นทางการครั้งนี้
ภายหลังเสร็จสิ้นพิธีต้อนรับ นายกรัฐมนตรีทั้งสองร่วมถ่ายภาพ ณ บันไดโถงกลาง ตึกไทยคู่ฟ้า ก่อนลงนามในสมุดเยี่ยมของรัฐบาลและชมของที่ระลึกที่ทั้งสองฝ่ายมอบให้แก่กัน ณ ห้องสีงาช้าง
จากนั้น เวลา 11.00 น. นายกรัฐมนตรีทั้งสองฝ่ายและคณะได้ร่วมหารือข้อราชการเต็มคณะ ณ ห้องสีเขียว ตึกไทยคู่ฟ้า โดยฝ่ายไทย ประกอบด้วย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นายภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และคณะ
ส่วน ฝ่ายติมอร์-เลสเต ประกอบด้วย นายไก ราลา ซานานา กุสเมา นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย H.E. Mr. Francisco Kalbuadi Lay รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีผู้ประสานงานด้านเศรษฐกิจ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและสิ่งแวดล้อม H.E. Mr. Mariano Assanami Sabino รองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีผู้ประสานงานด้านสังคม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาชนบทและการเคหะชุมชน และรักษาการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรม H.E. Mr. Miguel Marques Goncalves Manetelu รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมและการสื่อสาร และคณะ
โอกาสนี้ ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องที่จะกระชับความสัมพันธ์และขยายความร่วมมือระหว่างไทยกับติมอร์-เลสเต ในทุกมิติ ทั้งการแลกเปลี่ยนการเยือนระดับสูง การจัดตั้งกลไกการหารือทวิภาคี การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ผ่านทุนการศึกษาและการฝึกอบรม ตลอดจนการส่งเสริมการค้า การลงทุน และการท่องเที่ยว เพื่อสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจและประโยชน์แก่ประชาชนของทั้งสองประเทศ โดยไทยยืนยันความพร้อมในการสนับสนุนการพัฒนาศักยภาพของติมอร์-เลสเต ในด้านต่างๆ รวมถึงการเตรียมความพร้อมสำหรับการดำรงตำแหน่งประธานอาเซียนในปี 2572 ต่อจากไทย ในปี 2571 ขณะที่ ติมอร์-เลสเต พร้อมส่งเสริมการลงทุนของภาคเอกชนไทยในธุรกิจบริการและโครงสร้างพื้นฐาน นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายยังเห็นพ้องที่จะร่วมกันส่งเสริมสันติภาพและเสถียรภาพในภูมิภาค โดยเฉพาะการสนับสนุนให้สถานการณ์ในเมียนมามีพัฒนาการในทิศทางที่ดีขึ้น และการเสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีกับประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อประโยชน์ร่วมกันของประชาชนและภูมิภาคโดยรวม


