วันนี้( 9 ต.ค.)นายการุณย์ คูเจริญชัยกุล สส.เชียงใหม่ พรรคกล้าธรรม ในฐานะ สส.เขตฝาง แม่อาย และไชยปราการ กล่าวถึงกรณีกระทรวงสาธารณสุขมีหนังสือปรับรายชื่อหน่วยบริการที่ได้รับค่าตอบแทนเบี้ยเลี้ยงเหมาจ่าย โดยกำหนดให้โรงพยาบาลที่ผู้อำนวยการดำรงตำแหน่งระดับอำนวยการสูง ใช้หลักเกณฑ์การจ่ายค่าตอบแทนตามผลการปฏิบัติงาน (P4P) ในอัตรา 100% เพียงอย่างเดียว
นายการุณย์ กล่าวว่า การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวส่งผลให้โรงพยาบาลหลายแห่งเข้าสู่หลักเกณฑ์ใหม่ โดยมีโรงพยาบาลชุมชนใน 13 จังหวัด และโรงพยาบาลศูนย์และโรงพยาบาลทั่วไปใน 17 จังหวัดอยู่ในรายชื่อ ซึ่ง โรงพยาบาลฝางเป็นหนึ่งในโรงพยาบาลที่ได้รับผลกระทบจากการปรับหลักเกณฑ์ดังกล่าว
“ผมในฐานะ สส.พื้นที่ฝาง แม่อาย ไชยปราการ มีความไม่สบายใจ เพราะโรงพยาบาลฝางเป็นโรงพยาบาลในพื้นที่ห่างไกลและติดชายแดน บุคลากรมีภาระงานและภารกิจเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่กลับมีการปรับระบบค่าตอบแทนที่อาจทำให้บุคลากรบางส่วนได้รับค่าตอบแทนลดลง”นายการุณย์ กล่าว
นายการุณย์ ระบุว่า หากกระทรวงสาธารณสุขจะปรับระบบค่าตอบแทน สิ่งสำคัญควรคำนึงถึงภาระงาน ความรับผิดชอบ และสภาพพื้นที่ของแต่ละโรงพยาบาล โดยเฉพาะโรงพยาบาลในพื้นที่ห่างไกลและชายแดน พร้อมเห็นว่าค่าตอบแทนของบุคลากรควรได้รับการปรับเพิ่มขึ้น หรืออย่างน้อยไม่ควรลดลงจากเดิม
“คนที่ทำงานอยู่เบื้องหลังมาตรฐานของโรงพยาบาล คือแพทย์ พยาบาล ผู้ช่วยเหลือคนไข้ พนักงานเปล พนักงานขับรถ และบุคลากรอีกหลายส่วน ทุกคนต้องเสียสละและเตรียมพร้อมรับสถานการณ์อยู่ตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นช่วงปีใหม่ สงกรานต์ ลอยกระทง หรือเทศกาลสำคัญต่าง ๆ ขณะที่ประชาชนกำลังพักผ่อน พวกเขายังต้องอยู่โรงพยาบาลเพื่อรักษาชีวิตของคนอื่น”
นายการุณย์ กล่าวต่อว่า โรงพยาบาลในพื้นที่ชายแดนมีภารกิจที่แตกต่างจากพื้นที่ทั่วไป ทั้งการดูแลประชาชนในพื้นที่ห่างไกลและการรองรับสถานการณ์ฉุกเฉิน จึงต้องมีบุคลากรที่พร้อมปฏิบัติหน้าที่ตลอดเวลา หากระบบค่าตอบแทนไม่สอดคล้องกับภาระงาน อาจส่งผลต่อการรักษาบุคลากรให้ทำงานอยู่ในพื้นที่ได้
“ถ้าบุคลากรอยู่ไม่ได้ แล้วโรงพยาบาลของเราจะเหลือใครดูแลพี่น้องประชาชนในยามเจ็บป่วย คนจำนวนมากไม่มีเงินที่จะไปรักษาที่โรงพยาบาลเอกชน เพราะฉะนั้นต้องเห็นใจโรงพยาบาลในพื้นที่ห่างไกลและชายแดนด้วย“
ทั้งนี้ นายการุณย์ เปิดเผยว่า เตรียมทำหนังสือด่วนถึงกระทรวงสาธารณสุขและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อขอให้ทบทวนหลักเกณฑ์ดังกล่าว และพิจารณาผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับบุคลากรของโรงพยาบาลฝาง โดยเฉพาะประเด็นค่าตอบแทนและการสร้างแรงจูงใจให้บุคลากรสามารถปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ห่างไกลได้อย่างต่อเนื่อง


