xs
xsm
sm
md
lg

“สมชัย” นำสว.สำรอง ยื่นปธ.ศาลฎีกาสอบวินัยทบทวนคำวินิจฉัยอดีต ปธ.ศาลอุทธรณ์ ตัดสิทธิปชช.ฟ้องตรงกกต.

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



อดีตกกต. พร้อมกลุ่ม สว.สำรอง ยื่นหนังสือ ปธ.ศาลฎีกา สอบวินัยทบทวนคำวินิจฉัยอดีต ปธ.ศาลอุทธรณ์ ตัดสิทธิประชาชน ฟ้อง กกต.ตรงต่อศาลอาญาคดีทุจริตฯ หวังนำเรื่องเข้าสู่ที่ประชุมใหญ่ของศาลฎีกา เผยศาลเป็นเหมือนที่พึ่งสุดท้าย

 วันนี้  ( 8  ต.ค.)   นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีต กกต.พร้อมกลุ่ม สว.สำรอง    เดินทางเข้ามายื่นหนังสื่อต่อ นายวีระพงศ์ สุดาวงศ์ ประธานศาลฎีกา เพื่อขอร้องให้นำเรื่องเข้าที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา   ทบทวนคำวินิจฉัยของอดีตประธานศาลอุทธรณ์  กรณีจำกัดสิทธิประชาชนในการยื่นฟ้อง กกต.ต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ

นายสมชัย   กล่าวว่า จุดประสงค์ของวันนี้เป็นการนำกลุ่ม  สว.สำรองที่เป็นผู้เสียหายจากกรณีการใช้คำวินิจฉัยต่าง ๆ ของ กกต.ต่อคดีฮั้ว สว. ทางเรายังเห็นว่าประชาชนหรือผู้เสียหายควรมีสิทธิฟ้องคดีอาญาทุจริตต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบได้โดยตรง   แต่ที่ผ่านมาประธานศาลอุทธรณ์เคยมีคำวินิจฉัยที่ 12/2569 ว่าถ้าเป็นการร้องเกี่ยวกับคดีอาญาทุจริตประชาชนไม่สามารถร้องโดยตรงต่อศาลได้ จะต้องผ่าน  ป.ป.ช.   อัยการสูงสุด    ซึ่งรวมแล้วอาจจะใช้เวลากว่า 3 ปี การวินิจฉัยดังกล่าวถือเป็นอุปสรรคสำคัญที่จะอำนวยความยุติธรรมให้ผู้เสียหาย 

ก่อนหน้านี้อดีตประธานศาลอุทธรณ์ในปี 2562 เคยมีคำวินิจฉัยว่าประชาชนผู้เสียหายสามารถฟ้องเจ้าหน้าที่ของรัฐผ่านศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบได้ 2 แนวทางดังกล่าวแตกต่างกัน    และเรามองว่าเมื่อประธานศาลฎีกาขึ้นมาดำรงตำแหน่งแล้ว    จึงมายื่นหนังสือเพื่อทบทวนคำวินิจฉัยของประธานศาลอุทธรณ์ และเสนอให้นำคำร้องที่ยื่นในวันนี้เข้าสู่ที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา 

ด้านนายดิเรก พรสีมา   สว.สำรอง กล่าวว่า ในการเลือก  สว.เมื่อปี 2567 เราเห็นความไม่ชอบมาพากล    โดยเฉพาะการลงคะแนนที่เป็นชุด ลงเบอร์เดียวกันลำดับเหมือนกันในแต่ละกลุ่ม   มีจำนวนหลายคนหลายกลุ่มอาชีพ 20 คน    ที่เข้ามาถึงระดับกรุงเทพ   แล้วไม่ได้เลือกตัวเอง   เห็นได้ชัดว่าการเลือกไม่สุจริต คณะกรรมการสอบสวนไต่สวนชุดที่ 6 ได้ทำแผนภูมิใยแมงมุมไว้ชัดเจน    ประกอบกับเราเห็นข้อมูลในวันเลือกตั้งว่าไม่สุจริต   เมื่อไปที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบทางนั้นก็บอกว่าต้องยื่นผ่าน ป.ป.ช.ก่อนผ่านอัยการสูงสุดมาก่อน

 แต่เราไม่มั่นใจจะใช้เวลากี่ปีถึงเสร็จ เมื่อถึงเวลานั้นวาระการดำรงตำแหน่งของสว.ชุดนี้ก็ครบแล้ว    จึงอยากให้ประธานศาลฎีกานำเรื่องนี้เข้าสู่ที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา   เพื่อทบทวนคำวินิจฉัยของอดีตประธานศาลอุทธรณ์   พร้อมขอให้ประธานศาลฎีกา ตั้งกรรมการสอบสวน วินัยเกี่ยวดุลพินิจของประธานศาลอุทธรณ์   ที่มีมติยกคำร้องเกี่ยวกับเรื่องการฟ้องตรงต่อศาลอาญาคดีทุจริตฯ 

เมื่อถามว่าหลังจากยื่นแล้วกระบวนการเป็นอย่างไรต่อ    นายสมชัย กล่าวว่า หลังจากนี้ฝ่ายที่รับเรื่องจะนำเสนอไปยังประธานศาลฎีกา    ก่อนจะมีคำวินิจฉัยว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป    เช่นจะนำเข้าที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาในเดือนนี้หรือเดือนหน้า   ส่วนนี้คงต้องให้เกียรติในการที่จะให้ประธานศาลฎีกามีอิสระในการวินิจฉัย    เพราะในขณะนี้กลไกต่าง ๆ ของบ้านเมืองแทบไม่มีกลไกใด ๆ    เป็นที่พึ่งของบ้านเมืองได้แล้ว ไม่ว่าจะเป็นองค์กรอิสระ    กลไกระบบรัฐสภา สส.หรือ  สว.   ถูกผูกขาดกับกลุ่มคนกลุ่มเดียว     ศาลจึงเหมือนเป็นที่พึ่งสุดท้ายของประชาขนในการแก้ปัญหาที่ไม่ถูกต้องให้ลุล่วงไป    ส่วนจะเร็วหรือช้าเป็นสิทธิของท่านที่จะดำเนินการ แต่ขอให้มองปัญหาบ้านเมืองเป็นสำคัญว่าในขณะนี้บ้านเมืองต้องการทางออกในเรื่องต่าง ๆ   และสิ่งที่ไม่ถูกต้องควรได้รับการแก้ไขโดยเร็ว 

การใช้กลไกปกติ   ตนเชื่อว่า 3-4 ปีก็ไม่จบ เพราะเรื่องง่าย ๆ หลายเรื่อง   ป.ป.ช.ทำมาเป็นเวลา 3 ปียังไม่เสร็จสิ้นเลย   จึงมองว่าการมายื่นหนังสือในวันนี้    เป็นหนึ่งในช่องทางที่จะแก้ปัญหา    ส่วนเรื่องที่ขอให้ยื่นสอบวินัยอดีตประธานศาลอุทธรณ์นอกจากคำวินิจฉัยที่เป็นดุลพินิจแล้ว   ยังมีอะไรอีกบ้างขอเก็บรายละเอียดไว้ในหนังสือที่ร้อง