xs
xsm
sm
md
lg

145 สส.ฝ่ายค้านยื่นซักฟอก "อนุทิน-17รมต." พุ่งเป้า “ระบอบน้ำเงินกินรวบประเทศ” ขอ 5 วันย้ำข้อมูลสำคัญกว่าเสียงโหวต

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



“เท้ง” นำรายชื่อ 145 สส.ยื่นซักฟอก “อนุทิน-17 รมต.” พุ่งเป้า “ระบอบน้ำเงินกินรวบประเทศ” เปิดประเด็นฮั้ว สว.–ทุจริตสอบท้องถิ่น–บริหารน้ำท่วม “สาธิต” ย้ำข้อมูลสำคัญกว่าเสียงโหวต ขออภิปราย 5 วัน ด้าน “โสภณ” รับเร่งตรวจญัตติ ก่อนส่ง ครม.กำหนดวัน เล็งปลายเดือน ต.ค. ยืนยันคุมประชุมตามข้อบังคับ ไม่เอนเอียง

เมื่อวันที่ (8 ต.ค.) เวลา 14.00 น. ที่รัฐสภา นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร พร้อมตัวแทนพรรคร่วมฝ่ายค้าน แถลงยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล 18 คน ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 151 โดยมี สส.ร่วมเข้าชื่อ 145 คน ยกเว้นพรรคกล้าธรรม

นายณัฐพงษ์กล่าวว่า ฝ่ายค้านต้องการอภิปรายไม่ไว้วางใจสิ่งที่เรียกว่า “ระบอบสีน้ำเงินที่กินรวบประเทศ” โดยกล่าวหาว่าเป็นศัตรูต่อระบอบประชาธิปไตย และขยายอำนาจครอบคลุมทั้งสภาผู้แทนราษฎร วุฒิสภา ตลอดจนกลไกตรวจสอบถ่วงดุลและองค์กรอิสระ เนื้อหาการอภิปรายจึงครอบคลุมทั้งข้อกล่าวหาเรื่องฮั้ว สว. ทุจริตสอบท้องถิ่น และการบริหารจัดการวิกฤตที่กระทบประชาชน รวมถึงน้ำท่วม

ผู้นำฝ่ายค้านย้ำว่า รัฐมนตรีทั้ง 18 คนไม่ได้มีชื่ออยู่ในสำนวนคดีฮั้ว สว.ทั้งหมด จึงไม่ได้มุ่งอภิปรายเฉพาะคดีดังกล่าว แต่รวมถึงการใช้อำนาจโดยมิชอบและความล้มเหลวในการแก้ปัญหาประชาชน โดยรายชื่อที่เสนอผ่านหลักเกณฑ์สำคัญ 2 ข้อ คือ มีหลักฐานที่มีน้ำหนักระดับหนึ่ง และเปิดให้พรรคร่วมฝ่ายค้านเสนอข้อมูลเข้ามา

นายณัฐพงษ์กล่าวว่า หน้าที่สำคัญของฝ่ายค้านคือการตีแผ่ความจริง แม้จะตั้งความหวังต่อผลลงมติได้ไม่มากนัก แต่เมื่อเปิดเผยข้อมูลของรัฐมนตรีแต่ละคนแล้ว ต้องติดตามว่า สส.แต่ละคนและแต่ละพรรคจะลงมติอย่างไร พร้อมยืนยันความมั่นใจในข้อมูลและกระบวนการยื่นญัตติครั้งนี้

สำหรับรัฐมนตรีที่ถูกยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ ได้แก่
1. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย
2. นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คมนาคม
3. นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี
4. นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง
5. นางศุภจี สุธรรมพันธ์ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พาณิชย์
6. นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี
7. พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รมว.กลาโหม
8. นายสุรศักดิ์ พันเจริญวรกุล รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา
9. นายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
10. นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
11. พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม
12. นายนภินทร ศรีสรรพางค์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
13. น.ส.ศุภมาส อิสรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
14. นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
15. นางสุขสมรวย วันทนียกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
16. นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รมช.คมนาคม
17. นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รมช.มหาดไทย
18. นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รมช.มหาดไทย

ด้านนายสาธิต วงศ์หนองเตย สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า การอภิปรายไม่ไว้วางใจเป็นมาตรการสำคัญสูงสุดอย่างหนึ่งในการตรวจสอบรัฐบาล พรรคได้เสนอรายชื่อรัฐมนตรีจำนวนหนึ่งต่อคณะทำงานฝ่ายค้าน เนื่องจากมีข้อมูลที่พรรคเห็นว่าชี้ถึงการบริหารราชการผิดพลาด บกพร่อง ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ และเอื้อประโยชน์แก่พรรคหรือพวกพ้องจนสร้างความเสียหายแก่ประเทศ

นายสาธิตย้ำว่า ความสำคัญของการอภิปรายไม่ได้อยู่ที่ฝ่ายใดมีเสียงมากกว่า แต่อยู่ที่ข้อมูลเกี่ยวกับความผิดพลาด การกระทำที่อาจขัดกฎหมาย รัฐธรรมนูญ หรือหลักจริยธรรม เพื่อให้ประชาชนตัดสินว่ารัฐมนตรีแต่ละคนสมควรได้รับความไว้วางใจให้ทำหน้าที่ต่อไปหรือไม่

ทั้งนี้ นอกจากประเด็นฮั้ว สว. ยังมีเรื่องอื่นที่อาจไม่เคยเป็นข่าวมาก่อน โดยฝ่ายค้านแจ้งต่อนายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ขอเวลาอภิปราย 5 วัน เนื่องจากมีรัฐมนตรีถูกอภิปรายถึง 18 คน และจะหารือร่วมกันเพื่อจัดประเด็นให้มีน้ำหนักเสริมกัน ลดความซ้ำซ้อนของข้อมูล

ขณะที่นายโสภณให้สัมภาษณ์หลังรับญัตติว่า กรอบเวลาคือ 14 วัน โดยเบื้องต้นผู้นำฝ่ายค้านต้องการอภิปรายช่วงปลายเดือน ต.ค. จึงจะเร่งตรวจสอบญัตติให้เร็วที่สุด ก่อนส่งให้คณะรัฐมนตรีเสนอวันกลับมา หากทุกฝ่ายไม่มีข้อขัดข้องก็สามารถดำเนินการในช่วงดังกล่าวได้ ส่วนประเด็นที่อยู่ในกรอบอำนาจหน้าที่ของผู้ถูกอภิปรายสามารถนำมาอภิปรายได้

นายโสภณยืนยันว่า จะยึดข้อบังคับการประชุมอย่างเคร่งครัด ทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้าน เพื่อควบคุมการประชุมให้เรียบร้อย โดยไม่เอนเอียงเข้าข้างฝ่ายใด